กรมประมง...ผนึกกำลังหน่วยงานพันธมิตร ตามแนวคิด “Fisheries Connect For Sustainability” สร้างเอกภาพการดำเนินงาน ขับเคลื่อนประมงไทยสู่มาตรฐานสากลอย่างยั่งยืน
วันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม 2569 เวลา 08.30 น. ณ โรงแรมมารวยการ์เด้น กรุงเทพมหานคร กรมประมงร่วมกับ กรมสรรพสามิต กรมศุลกากร กรมเจ้าท่า กรมธุรกิจพลังงาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองทัพเรือ และศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) ลงนามบันทึกความเข้าใจ ความร่วมมือ (MOU) ในการกำกับดูแลเรือบรรทุกน้ำมันเพื่อการประมงและเรือบรรทุกสินค้าห้องเย็น เพื่อป้องกันการสนับสนุนการทำการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (IUU Fishing) โดยมีคณะผู้บริหารจากทั้ง 8 หน่วยงาน ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีดังกล่าว
นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า พิธีการลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือ (MOU) ในการกำกับดูแลเรือบรรทุกน้ำมัน เพื่อการประมงและเรือบรรทุกสินค้าห้องเย็น ในวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 มีวัตถุประสงค์ในการเพิ่มศักยภาพ และยกระดับมาตรฐานการติดตาม ควบคุม และเฝ้าระวัง (MCS) การทำประมงผิดกฎหมาย เพื่อป้องกันไม่ให้เรือบรรทุกน้ำมัน เพื่อการประมงและเรือบรรทุกสินค้าห้องเย็นสนับสนุนการทำการประมงโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ผ่านการบูรณาการความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการบริหารจัดการข้อมูล การตรวจสอบย้อนกลับ และการบังคับใช้กฎหมายให้มีความครอบคลุม และมีประสิทธิภาพ นำไปสู่การป้องกันความเสี่ยงที่อาจนำไปสู่การสนับสนุนการทำการประมงผิดกฎหมายได้อย่างเป็นรูปธรรม สอดรับกับแนวคิด “Fisheries Connect For Sustainability” ที่มุ่งเน้นการบูรณาการร่วมกันในการยกระดับการควบคุม ป้องกัน ปราบปราม และเฝ้าระวังการทำการประมงผิดกฎหมาย เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรอย่างสมดุล
สำหรับเรือบรรทุกน้ำมันเพื่อการประมงและเรือบรรทุกสินค้าห้องเย็น ถือว่าเป็นเรือที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำการประมงโดยตรง ทั้งนี้ หากนำเรือ 2 ประเภทนี้มาใช้สนับสนุนการทำประมงผิดกฎหมาย อาจส่งผลกระทบต่อการอนุรักษ์ และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรสัตว์น้ำ รวมถึงความมั่นคงทางอาหาร ระบบเศรษฐกิจ และความเชื่อมั่นต่อการบริหารจัดการประมงไทยในต่างประเทศ ดังนั้น ในฐานะที่ประเทศไทยมีระบบการบริหารจัดการประมงอย่างรับผิดชอบ โปร่งใส จึงต้องเสริมสร้างระบบการกำกับดูแลให้มีความเข้มแข็ง โปร่งใส และตรวจสอบได้อยู่เสมอ ซึ่งสอดคล้องกับพันธกรณีระหว่างประเทศ ด้านการป้องกัน ยับยั้ง และขจัดการทำการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (IUU Fishing) ที่ประเทศไทยเป็นภาคี อันจะนำไปสู่การยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการประมงไทยได้อย่างยั่งยืนต่อไป
ดังนั้น การลงนามบันทึกความเข้าใจฯ ในครั้งนี้ จึงเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง จำนวน 8 หน่วยงาน ได้แก่ กรมประมง กรมสรรพสามิต กรมศุลกากร กรมเจ้าท่า กรมธุรกิจพลังงาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองทัพเรือ และศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) ซึ่งล้วนมีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแล เฝ้าระวัง ตรวจสอบ และป้องกันการทำการประมงผิดกฎหมาย ตลอดจนควบคุมการเข้าออกท่า การนำเข้า – ส่งออกสินค้า และควบคุมการขนถ่ายน้ำมันเพื่อการประมงให้เป็นไปตามกฎหมาย และมาตรฐานที่กำหนด โดยบูรณาการความร่วมมือผ่านการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบัน ซึ่งจะช่วยป้องกันมิให้เรือบรรทุกน้ำมันเพื่อการประมง รวมถึงเรือบรรทุกสินค้าห้องเย็น เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องหรือสนับสนุนการทำการประมงผิดกฎหมาย นอกจากนี้ ยังเป็นการเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบการบริหารจัดการประมงของประเทศไทย และสนับสนุนการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรสัตว์น้ำอย่างยั่งยืนในระยะยาว
กรมประมงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือ (MOU) ในการกำกับดูแลเรือบรรทุกน้ำมันเพื่อการประมงและเรือบรรทุกสินค้าห้องเย็น เพื่อป้องกันการสนับสนุนการทำการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (IUU Fishing) ในครั้งนี้ จะเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกัน ยับยั้ง และขจัดการทำการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (IUU Fishing) ของประเทศไทยให้มีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น ซึ่งความร่วมมือดังกล่าวจะช่วยยกระดับระบบกำกับดูแลเรือประมงและเรือสนับสนุนให้มีความเข้มแข็ง โปร่งใส สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ตลอดห่วงโซ่การทำการประมง ผ่านการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควบคู่ไปกับการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ อันจะช่วยลดความเสี่ยงจากการนำเรือไปสนับสนุนการทำประมงผิดกฎหมายได้อย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นต่อมาตรฐานการบริหารจัดการประมงของประเทศไทย ในการร่วมขับเคลื่อนภาคการประมงไทยสู่ความยั่งยืนตามมาตรฐานสากลต่อไป…อธิบดีกรมประมง กล่าวในตอนท้าย








