ด่านศุลกากรแม่สอด ส่วนราชการ ฯตำรวจ ทหาร ปกครอง ขานรับนโยบาย “Quick Big Win” ทำลายของกลางล็อตใหญ่ มูลค่ากว่า 17 ล้านบาท
ตามที่รัฐบาลมีนโยบายยกระดับความเข้มงวดในการป้องกันและปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมายทุกรูปแบบ เพื่อปกป้องระบบเศรษฐกิจและความปลอดภัยของสังคม
เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569.นายยอดพล วิชญกุล นายด่านศุลกากรแม่สอด ชายแดนไทย เมียนมา อ.แม่สอด จ.ตาก พร้อมส่วนราชการ ตำรวจ ทหาร ปกครอง พล.ต.ต.ณัฐวุฒิ ภาคภูมิ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6. พล.ต.ต.ไพศาล. นันตา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตาก นายประเดิม เดชายนต์บัญชา รองผู้ว่าราชการจังหวัดตาก=นายกันต์พงศ์ พิพัฒน์มนตรีกุล นานอำเภอแม่สอด. จ.ตาก พ.ต.อ.ชืนกร อัศวภูมิ ผู้กำกับการด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดตาก(ด่านแม่สอด) พ.อ.ชนกานต์ แสงศร ผู้งคับหน่วยเฉพาะกิจราขมนู พ.ต.ท.อำนาจ เมฆสิน รอง ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรแม่สอด ผู้แทน พ.ต.อ.รัง ดาวดึงษ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรแม่สอด ฝ่ายปกครองอำเภอแม่สอด หน่วยเฉพาะกิจราชมนู กอ.รมน.ตาก สรรพสามิตพื้นที่ตาก ร่วมแถลงข่าวและทำลายของกลางล็อตใหญ่ มูลค่ากว่า 17 ล้านบาทตาม นโยบาย “Quick Big Win” ของนายอนุทิน ชาญวีรกูลนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่ได้มอบนโยบายให้กรมศุลกากรเร่งรัดการดำเนินงานให้เห็นผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมตามแนวทาง “Quick Big Win” ของรัฐบาล โดยกรมศุลกากร โดยนายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร ซึ่งด่านศุลกากรแม่สอดได้ทำลายของกลางที่คดีถึงที่สุดแล้ว ประกอบด้วยบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า ตู้คีบตุ๊กตาและสินค้าผิดกฎหมายอื่นๆ รวมทั้งสิ้น 149 คดี คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 17 ล้านบาท ณ. หน่วยเฉพาะกิจราชมนู อ.แม่สอด จ.ตาก
นายยอดพล วิชญกุล นายด่านศุลกากรแม่สอด กล่าวว่า ของกลางที่นำมาทำลายในวันนี้ประกอบด้วย บุหรี่ ซึ่งมีจำนวนรวมกว่า 3,800,000 มวน และของกลางที่เป็นสินค้าผิดกฎหมายอื่น อาทิ บุหรี่ไฟฟ้า ตู้คีบตุ๊กตา ซึ่งเป็นสินค้า มอมเมาเยาวชน พืชผลทางการเกษตร เวชภัณฑ์ยา ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม เครื่องสำอาง รวมถึง สินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งการทำลายของกลางจะใช้วิธีบดทำลายและฝังกลบโดยยึดถือแนวทาง โปร่งใสและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อยุติวงจร ของสินค้าผิดกฎหมาย ป้องกันมิให้ของกลางกลับเข้าสู่สังคมและระบบการค้าโดยมิชอบ
นายด่านศุลกากรแม่สอด กล่าวเพิ่มเติมว่า ของกลางที่นำมาทำลายในวันนี้ เป็นประจักษ์พยานถึงความสำเร็จ ในการบูรณาการความร่วมมือของหน่วยงานความมั่นคง และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนในพื้นที่ เพื่อสกัดกั้นและ ปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายอย่างเป็นระบบ คุ้มครองสังคมไทยจากสินค้าที่เป็นอันตราย และสร้างความเป็นธรรม ให้แก่ผู้ประกอบการที่สุจริต ตอกย้ำภารกิจสำคัญของกรมศุลกากร ในการท าหน้าที่เป็นปราการด่านหน้า ในการปกป้องสังคม และขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ
ภูมิภาค06







