จากกรณีเมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 10 มีนาคม 2569 เวลา 05.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งพบรถยนต์ ฮอนด้า ทะเบียน ฆห 8927 กรุงเทพมหานคร ถูกจอดทิ้งไว้บริเวณ ถนนแจ้งวัฒนะ หน้าคอนโดแห่งหนึ่ง ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด ในสภาพพังเสียหายหนักทั้งด้านหน้า ด้านหลัง และประตูหลัง เมื่อตรวจสอบภายในรถพบ คราบเลือดหลายจุดบริเวณเบาะหลัง เจ้าหน้าที่จึงนำรถไปตรวจสอบที่ สภ.ปากเกร็ด และประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบอย่างละเอียด
ต่อมาเมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 11 มีนาคม 2569 พ.ต.อ.อดิเรก ทองแกมแก้ว ผกก.สภ.ปากเกร็ด , พ.ต.ท.การุณย์ ลิมปิโรจนฤทธิ์ รอง ผกก.สส.สภ.ปากเกร็ด , พ.ต.ต.ดิลก ลาดศิลา สว.สส.สภ.ปากเกร็ด ได้เรียกตัว นายเค้ก (สงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี เจ้าของรถ พร้อมกับคนที่อยู่บนรถขณะเกิดอุบัติเหตุ 3 คน คือ 1. น.ส.ธิดารัตน์ (สงวนนามสกุล) หรือ น.ส.เปรี้ยว และน้องสาวแท้ๆของ น.ส.เปรี้ยว เพื่อเข้ามาสอบปากคำถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น
น.ส.ธิดารัตน์ อินธิเดช หรือ “เปรี้ยว” เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุได้ติดต่อให้นายเค้ก เจ้าของรถ มารับตนและเพื่อนผู้ชายอีก 1 คน คือ “ปอม” เพื่อจะไปนั่งดื่มกับเพื่อนที่ร้านแห่งหนึ่ง โดยแวะที่ร้านสะดวกซื้อใกล้ร้านเหล้าก่อน แต่ระหว่างนั้นตนได้พบกับ “หนุ่ย” ซึ่งเป็นแฟนเก่าของน้องสาว และที่ผ่านมาเคยทำร้ายร่างกายน้องสาวของตนหลายครั้ง แม้ทั้งคู่จะเลิกรากันไปแล้ว แต่เมื่อเห็นหน้ากันอีกครั้งทำให้ตนรู้สึกโมโหมาก จากนั้นตนจึงโทรเรียกนายเค้กให้มาหาอีกครั้ง และขอยืมรถไปใช้ เมื่อได้รถแล้วจึงขับไปปาดหน้ารถของเพื่อนที่มากับหนุ่ย เพื่อให้หนุ่ยลงมาคุยกัน แต่หนุ่ยไม่ยอมลง ตนจึงกระชากตัวขึ้นมาบนรถ และให้นั่งด้านหลังร่วมกับปอม ระหว่างที่ขับรถไปได้สักพัก ปอมเกิดความโมโหแทนตนที่หนุ่ยเคยทำร้ายน้องสาว จึงลงมือทำร้ายหนุ่ยภายในรถ
ต่อมาตนได้โทรเรียก “หวาน” แฟนของปอมให้มาพบกัน เมื่อมาถึงจุดนัดหมาย หวานนั่งรถจักรยานยนต์ของเพื่อนมาส่ง ก่อนจะขึ้นมานั่งที่เบาะหน้าข้างคนขับ ส่วนปอมลงไปขับรถจักรยานยนต์แทน และให้เจ้าของรถซ้อนท้ายไปด้วย อย่างไรก็ตาม ขณะกำลังจะขับรถออกจากจุดดังกล่าว ตนสังเกตเห็นรถฮอนด้าแจ๊สของเพื่อนหนุ่ยขับตามมาอย่างกระชั้นชิด จึงรีบขับรถหนีขึ้นทางด่วนงามวงศ์วาน กระทั่งเกิดเหตุรถของฝ่ายหนุ่ยขับชนรถที่ตนขับ ทำให้รถเสียหลักไหลไปชนกับรถกระบะอีกคัน หลังจากนั้นหนุ่ยได้ลงจากรถและวิ่งหนีไปขึ้นรถของเพื่อน
หลังเกิดเหตุ ตนรีบขับรถลงจากทางด่วนเพราะกลัวว่าหนุ่ยและเพื่อนจะตามมาทำร้าย แต่เมื่อขับลงมาได้ไม่นาน รถเกิดขับต่อไม่ได้ จึงตัดสินใจจอดทิ้งไว้บริเวณหน้าคอนโดแห่งหนึ่ง ส่วนคราบเลือดที่พบภายในรถ คาดว่าเป็นเลือดของหนุ่ยจากการถูกปอมต่อยจนเลือดกำเดาไหล ขณะที่บัตรทหารที่พบในรถเป็นของตน ซึ่งน่าจะตกหล่นระหว่างที่มีการยื้อยุดกันไม่ให้หนุ่ยเปิดประตูรถหนี ภายหลังเหตุการณ์ ตนได้พูดคุยกับหนุ่ยและขอโทษแล้ว โดยหนุ่ยระบุว่าไม่ติดใจเอาความ เนื่องจากเข้าใจว่าเหตุการณ์เกิดจากความโมโห ส่วนเรื่องความเสียหายของรถ ตนได้ขอโทษนายเค้ก เจ้าของรถแล้ว เพราะรถมีประกัน และตนยินดีรับผิดชอบค่าเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด.
ทางด้าน พ.ต.ท.การุณย์ ลิมปิโรจนฤทธิ์ รอง ผกก.สส.สภ.ปากเกร็ด กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นฟังจากทางเจ้าของรถและคนที่ยืมรถ พบว่าคนที่ยืมรถไปมีปัญหากับคนที่รับขึ้นมาภายในรถด้วย ทำให้เกิดความเสียหาย ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงดำเนินการสอบสวนสืบสวนจนทราบเหตุการณ์ และพร้อมที่จะรับแจ้งความกับทุกคน ที่ได้รับความเสียหาย แต่ตอนนี้ยังไม่มีใครมาแจ้งความเอาผิดใครแม้กระทั่ง รถกระบะที่โดนชนบานทางด่วนก็ยังไม่ได้ไปแจ้งความที่ไหน ตนพยายามติดตามจนทราบตัวทุกคนแล้วว่าใครเป็นใครบ้าง เหตุทั้งหมดเป็นเรื่องเกี่ยวข้องกัน และมีการทำร้ายร่างกายภายในรถ








