วันที่ 11 มี.ค.69 เวลา 13.45 น. ศูนย์วิทยุมูลนิธิสัจจะพุทธธรรมแห่งประเทศไทยกบินทร์บุรี ได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้ที่บริเวณข้างปั๊มน้ำมัน ปตท.อยู่ติดถนนสาย 304 นครราชสีมา มุ่งหน้า กบินทร์บุรี ในพื้นที่ ต.เมืองเก่า อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี หลังจากได้รับแจ้งเจ้าหน้าที่พร้อมรถน้ำในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียง และเจ้าหน้าที่ดับเพลิงภาคตะวันออก ได้เข้าสนับสนุนให้การช่วยเหลือในที่เกิดเหตุ
โดยในที่เกิดเหตุไฟได้ไหม้โรงงานเก็บโฟมเก่าที่ไม่ใช้แล้วเพื่อคัดแยกนำไปขาย มีทั้งกระดาษ พลาสติก ที่รอนำกลับมาใช้ใหม่ โดยอยู่ห่างจากปั๊มน้ำมัน ปตท. 50 เมตร โดยมีแสงเพลิงและกลุ่มควันสีดำขนาดใหญ่พวยพุ่งขึ้นด้านบนสามารถมองเห็ดได้ชัดในระยะทาง 30 กม. ในขณะนี้เพลิงไหม้มีระดับรุนแรง ยังไม่สามารถควบคุมไว้ได้ เจ้าหน้าที่ได้ระดมใช้หัวฉีดน้ำจำนวน 4 หัว แต่ก็ยังไม่สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ พนักงานต่างพากันตกใจหลังได้รับแจ้งจากเจ้าของโรงงานว่าเกิดเพลิงไหม้ ต่างพากันวิ่งหนีออกมา บางคนก็ขับรถโฟล์คลิฟท์ออกมา บางคนก็สามารถนำข้างของออกมาได้บางส่วน แต่ส่วนใหญ่ไม่สามารถนำทรัพย์สินออกมาได้ พากันนั่งดูเพลิงไหม้และพากันร้องไห้ บางรายไม่สามารถนำเงินเก็บจำนวน 5 หมื่นบาท และทองคำที่อยู่ในบ้านพักภายในโรงงานออกมาได้
ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการปิดเส้นทางการจราจรฝั่งมุ่งหน้ากบินทร์บุรี เปิดให้ใช้รถสวนทางเลนเดียวฝั่งมุ่งหน้านครราชสีมา เพิ่มเติมขณะนี้สามารถควบคุมเพลิงไว้ในวงจำกัดได้ แต่ยังไม่สามารถดับไฟที่กำลังลุกไหม้ได้ทั้งหมด สำหรับสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ครั้งนี้ยังไม่ได้รับการรายงานอย่างแน่ชัด ซึ่งจะต้องทำการสอบสวนหลังความคุมเพลิงได้ต่อไป
คืบหน้าเพลิงไหม้ โดยใช้เวลานานกว่าเกือบ 3 ชม. จึงสามารถควบคุมเพลิงให้อยู่ในวงจำกัด แต่ยังไม่ดับสนิท การฉีดน้ำดับเพลิงค่อนข้างที่จะลำบาก เพราะโฟมและพลาสติกที่ถูกไหม้ได้ละลายและแข็งตัวเมื่อถูกน้ำ ทำให้โฟมและพลาสติกที่ลาย ได้คลุมกองเพลิงด้านล่างไว้ ไม่สามารถฉีดน้ำลงไปได้ ทำให้ไฟยังระอุมีเพลิงอยู่ด้านล่าง เจ้าหน้าที่ต้องใช้โฟมในการดับเพลิง พลาสติกส่วนใหญ่เป็นเชื้อไฟและติดไฟได้ดี เพราะทำมาจากปิโตรเลียม (น้ำมัน/ก๊าซธรรมชาติ) เมื่อโดนความร้อนสูงจะละลาย สลายตัว และปล่อยก๊าซติดไฟ เช่น มีเทน และคาร์บอนมอนอกไซด์ ทำให้เกิดเปลวไฟที่รุนแรง ควันหนาแน่น และสารพิษตกค้าง และมีกลิ่นเหม็น
ช่วงเวลา 16.30 น. หลังจากที่เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงได้สงบลง เผยให้เห็นสภาพอาคารโดมโรงงานได้พังลง ภายในโรงงานถูกเพลิงไหม้ทั้งหมด บ้านพักคนงานที่อยู่ในโรงงานถูกเพลิงไหม้เกือบหมด มีบางห้องที่ยังสามารถเข้าไปเก็บข้าวของได้อยู่ แต่ถึงเพลิงจะสงบลงทางเจ้าหน้าที่ยังคงระดมฉีดน้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เพลิงที่อยู่ด่านล่างดับสนิท ไม่ให้เกิดเพลิงไหม้ขึ้นซ้ำได้ เบื้องต้นยังไม่มีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้
ทางด้าน นายชนาธิป โคกมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี กล่าวว่า ได้รับรายงานจากนายอำเภอกบินทร์บุรี ว่าช่วงเวลา 13.30 น. ว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้โรงงานรับซื้อของเก่า รีไซเคิลประเภท 105 ในพื้นที่หมู่ที่ 4 ตำบลเมืองเก่า อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี หลังจากได้รับแจ้งทางนายอำเภอได้ประสาน องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นที่ใกล้เคียง เพื่อระดมรถน้ำดับเพลิงและอุปกรณ์ในการช่วยเหลือ ซึ่งก็เป็นไปด้วยความรวดเร็ว ได้รับความร่วมมือจากภาคส่วนราชการทุกหน่วยงานที่อยู่ในจังหวัด ทั้งภาคเอกชน เจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยฯ ช่วยกันปฏิบัติภารกิจกันอย่างเต็มที่ เราได้รับสนับสนุนรถฉีดโฟมจากหน่วยงานสำนักงาน ปภ. เขต 3 ปราจีนบุรี
สถานการณ์ตอนนี้จะต้องควบคุมไม่ให้เกิดเพลิงรุนแรง สถานการณ์ภายในโรงงานต่อไปนี้ต้องควบคุมไม่ให้ไฟโหมแรง เนื่องจากเชื้อ เชื้อเพลิงเป็นโฟมค่อนข้างที่จะทำงานยาก จะต้องฉีดน้ำเลี้ยงบางส่วนจำเป็นต้องใช้โฟม เราพยายามที่จะเร่งระงับเหตุให้เร็วที่สุด สิ่งที่เราเป็นห่วงคือพื้นที่รอบนอกคือ ความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนรอบข้างที่เกิดเหตุ จึงได้สั่งการให้กระทรวงสาธารณสุขนำอุปกรณ์ทางการแพทย์ เข้าดูแลสุขภาพอนามัยพี่น้องประชาชน และได้ประสานกรมควบคุมมลพิษ ให้มาตรวจวัดค่าในพื้นที่บริเวณใกล้เคียง และเข้าเยี่ยมพี่น้องประชาชน เพื่อไม่ให้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว จากความร่วมไม้ร่วมมือของทุกภาคส่วนคาดว่า สถานการณ์น่าจะไม่ยืดเยื้อมาก ถ้าไม่มีอะไรมากกว่านี้ คงไม่กี่ชั่วโมงน่าจะสามารถระงับเหตุเพลิงไหม้ได้
ทางด้านเจ้าของโรงงานได้ให้สัมภาษณ์เบื้องต้น เกี่ยวกับเหตุเพลิงไหม้ว่า ไฟฟ้ามันเกิดอาร์ตกับปลั๊กไฟที่อยู่ใกล้กับกองโฟมกับพลาสติก ทำให้ประกายไฟตกไปใส่กองโฟม และกองพลาสติก ทำให้เกิดเพลิงลุกไหม้ จากการสอบถาม น.ส.เดือน พนักงานโรงงานชาวลาว กล่าวว่า ตอนนั้นพวกเราทำงานอยู่และได้ยินเสียงเขาเรียกว่าไฟไหม้ พวกตนจึงพากันวิ่งออกมา ช่วงเวลาเกือบ 14.00 น. ตนได้แค่โทรศัพท์กับกระเป๋าเงินออกมาเท่านั้น เพลิงไหม้มีความรุนแรงมากเพราะมีลม แฟนตกใจจึงขับรถโฟล์คลิฟท์ออกมาด้วย คาดว่าของข้างในภายในโรงงานน่าจะถูกไหม้หมด ส่วนคนอื่นน่าจะไม่ได้หยิบออกมา มูลค่าความเสียหายยังไม่แน่ชัด เบื้องต้นคาดว่าหลายล้านบาท อยู่ระหว่างรอตรวจสอบอีกครั้ง







