ข่าวภูมิภาค

ระทึก! ไฟไหม้คลังไข่แก่งคอย หนีตายอลหม่าน 30 ชีวิตวอดหลายสิบล้าน

แชร์ข่าว



เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2569 พ.ต.ท.ภัทรพล ปิ่นทอง สว.สส.สภ.แก่งคอย ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้โรงฟักและคลังเก็บไข่ไก่ แห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ริมถนนมิตรภาพ (ขาเข้าเมืองสระบุรี) หลักกิโลเมตรที่ 9 หมู่ 4 ต.ตาลเดี่ยว อ.แก่งคอย จ.สระบุรี จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมประสานรถดับเพลิงจากเทศบาลแก่งคอย และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใกล้เคียง รวมกว่า 10 คัน เข้าระงับเหตุ รวมทั้งเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู จุดอำเภอแก่งคอย เข้าช่วยเหลือ

เมื่อไปถึงพบกลุ่มควันสีดำพวยพุ่งจำนวนมากจากอาคารคลังเก็บไข่ไก่ ซึ่งภายในมีแผงรังไข่ที่ทำจากกระดาษ และลังพลาสติกจำนวนมาก ทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว เนื่องจากวัสดุดังกล่าวเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี จุดเกิดเหตุเป็นอาคารออฟฟิศและคลังเก็บไข่ไก่ ที่มีไข่ไก่เก็บไว้หลายแสนฟอง เตรียมส่งจำหน่ายภายในประเทศ


ขณะเกิดเหตุมีพนักงานมากกว่า 30 คน กำลังแพ็คไข่เพื่อจัดเตรียมเป็นสต็อกสินค้า ทันทีที่เห็นเปลวไฟและกลุ่มควัน ทุกคนต่างวิ่งหนีออกจากอาคารอย่างโกลาหล พร้อมพยายามช่วยกันขนย้ายไข่ไก่ออกจากคลังให้ได้มากที่สุด ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียด โดยกลุ่มควันที่พวยพุ่งออกมามีกลิ่นฉุนรุนแรง สร้างความแสบจมูกให้กับผู้ที่อยู่บริเวณใกล้เคียง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเร่งระดมฉีดน้ำสกัดเพลิงไม่ให้ลุกลามไปยังอาคารข้างเคียง ใช้เวลาประมาณ 30 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ในวงจำกัด จากนั้นยังคงฉีดน้ำเลี้ยงไว้ต่อเนื่อง เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดการปะทุซ้ำจากเชื้อเพลิงที่สะสมอยู่ภายใน

นายไพโรจน์ เจ้าของฟาร์ม เปิดเผยว่า เบื้องต้นคาดว่าสาเหตุน่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร เนื่องจากในช่วงเช้าที่ผ่านมาเกิดปัญหาไฟตกและไฟดับหลายครั้ง จากหม้อแปลงไฟฟ้าขัดข้อง ประกอบกับสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว อาจทำให้ระบบไฟฟ้าเกิดความเสียหายและเป็นชนวนเหตุของเพลิงไหม้
ส่วนกลุ่มควันที่มีกลิ่นเหม็นฉุน คาดว่าเกิดจากสารคลอรีนและน้ำส้มสายชูที่ใช้สำหรับฆ่าเชื้อภายในคลังเก็บไข่ รวมถึงภายในอาคารยังมีถังแกลลอนน้ำมันเก็บไว้บางส่วนด้วย ทำให้เพลิงลุกไหม้รุนแรงมากขึ้น


ความเสียหายเบื้องต้นประเมินว่าอยู่ที่หลายสิบล้านบาท ทั้งตัวอาคาร อุปกรณ์ และไข่ไก่ที่เก็บไว้จำนวนมาก อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้บันทึกภาพและเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ พร้อมประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของเพลิงไหม้ต่อไป