วันที่ 11 มีนาคม 2569 ที่สถานีปรับปรุงคุณภาพน้ำ เทศบาลนครนครราชสีมา นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล นายกเทศมนตรีเทศบาลนครนครราชสีมา พร้อมนายชินกร แก่นคง นายอำเภอเมืองนครราชสีมา ,นายสุคนธ์ เต็มยศยิ่ง ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโครงการชลประทานนครราชสีมา ร่วมจัดกิจกรรมทดลองและติดตามประสิทธิภาพของสารชีวภาพในการกำจัดผักตบชวา โครงการควบคุมกำจัดผักตบชวาด้วยสารผสมสูตร สวพ. 62 (ชป.1) สาธิตการใช้เทคโนโลยีโดรนเพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการแหล่งน้ำ แลกเปลี่ยนข้อมูลและบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเป็นแนวทางในการขยายผลในพื้นที่ต่าง ๆ ของจังหวัดนครรรราชสีมาต่อไป โดยมีนายวัชรพล โตมรศักดิ์ ว่าที่ สส. นครราชสีมา เขต 2 พรรคเพื่อไทย พร้อมหัวหน้าส่วนราชการหน่วยงานด้านทรัพยากรน้ำ สิ่งแวดล้อม การเกษตร และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าร่วมเป็นสักขีพยานและรับชมการสาธิต บรรยากาศเป็นไปอย่างชื่นมื่น
นายสุคนธ์ ผอ.โครงการชลประทานนครราชสีมา เผยว่า ปัญหาผักตบชวาในแหล่งน้ำสาธารณะ เป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อการระบายน้ำการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ รวมทั้งระบบนิเวศของแหล่งน้ำในหลายพื้นที่ของจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งที่ผ่านมา หน่วยงานภาครัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ร่วมกันดำเนินการกำจัดผักตบชวาในหลายรูปแบบ ทั้งการใช้แรงงาน เครื่องจักรกล และการจัดกิจกรรมจิตอาสา อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการผักตบชวา โครงการชลประทานนครราชสีมา ได้รับการสนับสนุน นวัตกรรมสารชีวภาพกำจัดผักตบชวาจากหน่วยงานวิจัยของกรมชลประทาน เพื่อนำมาทดลองใช้ในพื้นที่จริง โดยการใช้เทคโนโลยี อากาศยานไร้คนขับ หรือโดรน เพื่อการพ่นสารชีวภาพช่วยเพิ่มความรวดเร็ว ความครอบคลุมของพื้นที่ และลดลดดกระทบต่อระบบนั้นแหล่งน้ำ
ปี พ.ศ. 2562 กรมชลประทาน โดยสำนักวิจัยและพัฒนา ได้ศึกษาการใช้นวัตกรรมสารกำจัดวัชพืชชีวภาพ (Bioherbicide) เพื่อเป็นทางเลือกในการควบคุมวัชพืชร้ายแรงในพื้นที่ชลประทาน โดยทดสอบสารสกัดจากต้นยูคาลิปตัส ซึ่งมีสารสำคัญคือ 1,8-Cineole จากส่วนในและเมล็ด สกัดด้วยน้ำและเอทานอล เพื่อนำมาใช้กำจัดผักตบชวา
ผลการทดลองพบว่าสารสกัดดังกล่าวให้ผลในการกำจัดวัชพืชแตกต่างจากชุดควบคุมอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม การใช้สารกำจัดวัชพืชชีวภาพเพียงอย่างเดียวให้ประสิทธิภาพค่อนข้างจำกัด เนื่องจากวัชพืชสามารถเจริญเติบโตขึ้นมาใหม่ (Regrowth) ได้ ทำให้ยากต่อการควบคุมกำจัดอย่างยั่งยืน และพบว่าสารชีวภาพ มีประสิทธิภาพดีเฉพาะวัชพืชบางชนิดเท่านั้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมกำจัด จึงมีแนวคิดในการผสมสารชีวภาพกับสารชนิดอื่น เช่น น้ำมันยูคาลิปตัส ผสมกับสาร 2,4-D และสารในกลุ่มกลีเซอรีน ได้เป็นสารผสมสูตรสวพ.62 (ชป.1) เพื่อลดปริมาณการใช้สารเคมี โดยมีระยะปลอดฝน 1 ชั่วโมง
ทั้งนี้ การใช้สารสกัดชีวภาพยังมีข้อจำกัดด้านการใช้วัตถุดิบในปริมาณมากเพื่อให้ได้สารสกัดเพียงพอสำหรับการใช้งานในพื้นที่ขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องนำมาพิจารณาในการพัฒนาแนวทางควบคุมวัชพืชในระบบชลประทานอย่างเหมาะสมและยั่งยืนต่อไป เพื่อควบคุมกำจัดผักตบขวาในบริเวณที่เครื่องจักรเข้าไม่ถึง และเศษที่ยังหลงเหลือจากการจัดการของเครื่องจักรกล ความสำเร็จในการนำนวัตกรรมไปใช้งานผลผลิตสาร สวพ.62 (ชป.1) ใช้เพื่อควบคุมกำจัดผักตบชวาที่มีประสิทธิภาพ สะดวกรวดเร็ว และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผลลัพธ์เกิดการใช้สาร สวพ.62 (ชป.1) เพื่อให้บริการควบคุมกำจัดผักตบขวาโดยโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาโครงการชลประทานจังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
วิธีการเตรียมสาร สวพ.62 (ชป.1) ใช้สารผสมน้ำมันสกัดจากพืชตระกูลยูคาลิปตัส และสารควบคุมการเจริญเติบโตของพืช 2,4-D ในรูปของเกลือ ที่ อัตราส่วน 50 : 50 และกลีเซอรีน 2.5% ตัวอย่างการเตรียมสาร สวพ.62 (ชป.1) 40 ลิตร 1. ละลาย 2,4-D 1 กิโลกรัม ในน้ำสะอาด 35 ลิตร 2. เติมน้ำมันยูคาลิปตัส 1 ลิตร กวนให้เข้ากัน 3. เติมกลีเซอรีน 0.5 ลิตร กวนให้เข้ากัน 4. เติมน้ำสะอาดจนได้ 40 ลิตร การขยายผลในพื้นที่คลองใหญ่ ข้างโรงเรียนอนุบาลนานาชาติตากสินบ้านค่าย (วัดหวายกรอง) จังหวัดระยอง
วิธีการใช้ ฉีดพ่นในอัตรา 5 ลิตร/ ไร่ ผักตบชวาจะแห้งตายภายใน 7 - 14 วัน และย่อยสลายไปตามธรรมชาติภายใน 30 - 45 วัน จากนั้นอาจต้องมีการฉีดพ่นซ้ำในกรณีที่ฉีดพ่นไม่ทั่วต้นทุนการกำจัดผักตบชวาการกำจัดผักตบขวาด้วยสาร สวพ.62 (ชป.1) ประมาณ2,000 บาทต่อไร่ สำหรับข้อควรระวังสารกำจัดวัชพืชที่นำมาใช้ ได้ผ่านการทดลองว่ามีความปลอดภัย แต่ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยตรงสำหรับผู้ฉีดพ่นและผู้เกี่ยวข้อง
ด้าน นพ.วรรณรัตน์ นายก ทน.นครราชสีมา เผยว่า เทศบาลนคร (ทน.) นครราชสีมา ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
การรักษาสมดุลของระบบนิเวศ และการแก้ไขปัญหาสิ่งกีดขวางทางน้ำ ซึ่งปัญหาในแหล่งน้ำสาธารณะ ถือเป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง การดำเนินการของโครงการชลประทานนครราชสีมา ในการนำนวัตกรรมสารชีวภาพ และเทคโนโลยีโดรน มาทดลองใช้ในการกำจัดผักตบชวาในครั้งนี้ นับเป็นแนวทางที่น่าสนใจและสอดคล้องกับการพัฒนาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในปัจจุบัน มุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ควบคู่กับการคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
เชื่อมั่นว่า การทดลองและสาธิตในครั้งนี้ จะเป็นอีกหนึ่งต้นแบบครั้งแรกในภูมิภาคอีสาน สามารถนำไปปรับใช้ในการแก้ไขปัญหาผักตบชวาในพื้นพื้นที่ต่าง ๆ ของจังหวัดนครราชสีมาและช่วยเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างบูรณาการ







