เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 11 มี.ค.69 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบซากเต่าทะเลขนาดใหญ่ถูกคลื่นซัดมาเกยตื้นอยู่บริเวณชายหาดสวนสน ต.แกลง อ.เมือง จ.ระยอง จึงประสานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ พร้อมด้วยน.สพ. ธนพรรณ ชมชื่น สัตวแพทย์ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งภาคตะวันออก (ศวทอ) และเจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 1 เดินทางไปยังจุดเกิดเหตุ
ที่เกิดเหตุพบซาก เต่าตนุ เพศเมีย น้ำหนักประมาณ 20 กิโลกรัม สภาพเริ่มเน่าเปื่อย ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งทั่วบริเวณ โดยบริเวณกระดองด้านหลังฝั่งซ้ายมีรอยแตกเปิดกว้าง เป็นบาดแผลลึกจนเห็นเนื้อด้านใน และบางส่วนของกระดองหลุดออก คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วระยะหนึ่งก่อนถูกคลื่นซัดขึ้นมาเกยชายหาด
จากการตรวจสอบเบื้องต้น เจ้าหน้าที่และสัตวแพทย์ได้ทำการผ่าชันสูตรซาก พบว่าบริเวณกระดองมีบาดแผลฉกรรจ์ลักษณะคล้ายถูกของมีคมกระแทกอย่างรุนแรง จึงสันนิษฐานว่าเต่าตนุอาจถูก ใบพัดเรือ ฟันจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะว่ายน้ำอยู่ในทะเล ก่อนจะตายและถูกกระแสน้ำพัดซัดมาเกยชายหาดดังกล่าว
นายสัตวแพทย์ ธนพรรณ ชมชื่น สัตวแพทย์ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งภาคตะวันออก (ศวทอ) เปิดเผยว่า จากการผ่าพิสูจน์ซากเต่าเบื้องต้น พบว่าภายในกระเพาะอาหารมีขยะทะเลขนาดเล็กอยู่เล็กน้อย แต่ไม่ใช่สาเหตุของการตาย โดยบาดแผลที่กระดองมีลักษณะสอดคล้องกับการถูกใบพัดเรือฟันอย่างรุนแรง ทำให้เต่าได้รับบาดเจ็บจนตาย อย่างไรก็ตาม บริเวณอวัยวะเพศได้รับความเสียหายจากใบพัดเรือจนไม่สามารถระบุรายละเอียดได้ชัดเจน
ทั้งนี้ สัตวแพทย์ได้ตัดชิ้นเนื้อบริเวณตับส่งไปตรวจวิเคราะห์เพิ่มเติมที่ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งภาคตะวันออก เพื่อยืนยันสาเหตุการตายอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนทางวิชาการต่อไป ส่วนซากเต่าตนุได้ทำการฝังกลบอย่างถูกวิธีเรียบร้อยแล้ว








