ผู้ประกอบการรถขนส่งสินค้าในจังหวัดบุรีรัมย์ ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลตรึงราคาน้ำมันให้นานที่สุด โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลซึ่งเป็นต้นทุนหลักของธุรกิจขนส่ง หวั่นหากราคาน้ำมันปรับขึ้นจะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อค่าขนส่งและราคาสินค้าในตลาด ไม่เห็นด้วยแนวคิดปิดปั้ม 4 ทุ่ม จะกระทบผู้มีอาชีพเดินทางกลางคืน วอนทบทวนมาตรการอื่น
วันที่ 10 มี.ค.69 นายวรวิทย์ เจริญวัฒนพันธ์ อดีตนายกสมาคมขนส่งสินค้าและโลจีสติกส์ไทย และในฐานะผู้ประกอบการขนส่งสินค้าแห่งหนึ่ง ในจังหวัดบุรีรัมย์ ได้ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาล ตรึงราคาน้ำมันให้นานที่สุด โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลซึ่งเป็นต้นทุนหลักของธุรกิจขนส่ง เพราะหากราคาน้ำมันปรับขึ้นจะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อค่าขนส่งและราคาสินค้าในตลาด
ซึ่งการตรึงราคาน้ำมันไม่เพียงช่วยลดภาระต้นทุนของธุรกิจขนส่งเท่านั้น แต่ยังช่วยบรรเทาผลกระทบต่อผู้ประกอบการร้านค้าและธุรกิจต่าง ๆ ที่ต้องพึ่งพาการขนส่งสินค้า หากราคาน้ำมันยังคงที่ ค่าขนส่งก็จะไม่ปรับเพิ่มตาม ซึ่งจะช่วยชะลอการปรับขึ้นราคาสินค้า และลดภาระค่าครองชีพของประชาชน
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการขนส่ง ยังเห็นด้วยกับมาตรการประหยัดพลังงานของรัฐบาล เช่น การให้หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจทำงานจากที่บ้าน (Work from Home) เพื่อลดการใช้พลังงานโดยรวม แต่ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดจำกัดเวลาเปิด–ปิดปั๊มน้ำมัน ไม่เกิน 22.00 น. เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อผู้ที่ต้องทำงานหรือเดินทางในช่วงเวลากลางคืน โดยเฉพาะกลุ่มรถบรรทุกและรถขนส่งสินค้า ที่ต้องวิ่งงานตลอด หากต้องเดินทางหลังเวลา 22.00 น. อาจประสบปัญหาไม่สามารถหาที่เติมน้ำมันได้
ผู้ประกอบการ จึงมองว่า มาตรการดังกล่าวอาจไม่สามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุด และอาจสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนบางกลุ่ม พร้อมเสนอให้รัฐบาลทบทวนมาตรการจำกัดเวลาเปิด–ปิดปั๊มน้ำมัน หรือหันไปส่งเสริมมาตรการประหยัดพลังงานในรูปแบบอื่นที่เหมาะสมมากกว่า เพื่อไม่ให้กระทบต่อการประกอบอาชีพของประชาชน
แต่หากรัฐบาลไม่สามารถตรึงราคาน้ำมันไว้ได้ มีการปรับราคาขึ้นโดยเฉพาะน้ำมันดีเซล ผู้ประกอบการขนส่งสินค้า ก็จำเป็นต้องปรับขึ้นราคาค่าขนส่งตามภาวะต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ผู้ประกอบการก็จะต้องมีการปรับตัวด้วยการลดเที่ยววิ่งลง เพื่อลดภาระต้นทุนด้วยเช่นกัน







