เมื่อวันที่ 7 มี.ค.69 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งเหตุความเดือดร้อนจากเกษตรกรชาวสวนผลไม้ในพื้นที่ ต.อ่างคีรี อ.มะขาม จ.จันทบุรี หลังถูกพายุฤดูร้อนพัดถล่มอย่างบ้าคลั่งเพียงชั่วครู่ ส่งผลให้ทุเรียนเกรดพรีเมียมที่กำลังจะได้ระยะเวลาเก็บเกี่ยวในช่วงต้นฤดูกาล ร่วงหล่นเสียหายกองพะเนินเต็มโคนต้น
เมื่อเดินทางไปยังสวนหมู่ 8 ต.อ่างคีรี พบกับ นายวสันต์ สิงขรณ์ อายุ 60 ปี เจ้าของสวนที่อยู่ในอาการเศร้าสลด พาเดินตรวจสอบความเสียหายภายในสวนทุเรียนทั้ง 4 แปลง พบว่าทั้งสายพันธุ์ "หมอนทอง" และ "พวงมณี" ขนาดผล 1-2 กิโลกรัม ถูกแรงลมกระชากปลิวร่วงกระจายเต็มพื้นดิน โดยมีคนงานกำลังเร่งนำรถกระป๊อเข้าจัดเก็บรวบรวมมากองไว้ที่ลานหน้าบ้าน
นายวสันต์ กล่าวว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 15.30 น. เริ่มจากกระแสลมที่โหมพัดรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ นานกว่า 10 นาที ก่อนจะมีฝนตกตามมา เมื่อลมสงบลงจึงรีบเข้าสำรวจสวน และถึงกับ "เข่าทรุดหงายหลัง" เมื่อพบว่าทุเรียนที่ประคบประหงมมาตลอดทั้งปี ซึ่งมีกำหนดจะตัดขายในวันที่ 10 เมษายนนี้ กลับร่วงหล่นกองเป็นพะเนินกว่า 5,000-6,000 ลูก น้ำหนักรวมกว่า 5 ตัน
"ทุเรียนที่ร่วงหล่นส่วนใหญ่อยู่ระหว่างการสร้างเนื้อผล หากสามารถอยู่รอดจนแก่จัดและครบอายุเก็บเกี่ยว จะมีน้ำหนักต่อลูกสูงถึง 3-5 กิโลกรัม ซึ่งเมื่อคำนวณแล้ว น้ำหนักรวมของทุเรียนที่ร่วงไปในครั้งนี้ จะพุ่งสูงไม่ต่ำกว่า 10 ตัน หากเทียบกับราคาขายช่วงเปิดฤดูกาลปีที่ผ่านมา ซึ่งไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 150 บาท จะคิดเป็นมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจที่หายวับไปกับตาสูงถึง 1.5 ล้านบาท"
สำหรับทางออกในเบื้องต้น มีบริษัทเอกชนติดต่อขอซื้อผลทุเรียนอ่อนบางส่วนไปสกัดยีนเพื่อเป็นสารตั้งต้นในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง ในราคากิโลกรัมละ 4 บาท ซึ่งสร้างรายได้กลับมาเพียง 1 หมื่นบาท ส่วนที่เหลือได้มอบให้ทางชุมชนนำไปแปรรูปเป็นปุ๋ยหมักชีวภาพ เพื่อไม่ให้เสียเปล่า ปีนี้เป็นปีที่หนักที่สุดตั้งแต่ทำสวนมา นอกจากต้องผจญกับภัยธรรมชาติที่คาดเดาไม่ได้แล้ว ยังต้องมาวิตกกับสถานการณ์ สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ที่กำลังตึงเครียด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อระบบโลจิสติกส์และการขนส่งผลไม้สดไปยังต่างประเทศ จนอาจฉุดให้ราคาผลผลิตตกต่ำลง จึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งวางมาตรการรับมือและช่วยเหลือเกษตรกรอย่างเป็นรูปธรรม ก่อนที่ผลผลิตทุเรียนล็อตใหญ่จะเริ่มออกสู่ตลาดในช่วงต้นเดือนเมษายนนี้







