ข่าวภูมิภาค

ผู้ประกอบการเรือ–รถโดยสารตราดโอด พิษสงครามดันต้นทุนน้ำมันพุ่ง ใช้วันละหลายพันลิตร จี้รัฐพยุงราคาก่อนแบกไม่ไหว

แชร์ข่าว

ผู้ประกอบการเรือโดยสารตราด,รถโดยสารยอมรับกระทบหากน้ำมันขึ้นราคา ระบุเรือโดยสารใช้น้ำมัน 4 พันลิตร/วัน,รถโดยสาร 2.3 พัน/วัน ระบุพิษสงครามทำต้นทุนพุ่ง-น้ำมันกักตุน จี้รัฐช่วยพยุงราคาก่อนแบกไม่ไหว 

วันที่ 7 มี.ค.69 นาย อรรถพล กลิ่นทับ ผู้บริหาร บริษัท บุญศิริเรือเร็ว จำกัด ผู้ประกอบการเดินเรือเกาะกูด และเกาะหมาก จังหวัดตราด เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างในขณะนี้ บริษัทบุญศิริเรือเร็ว จำกัดซึ่งเป็นผู้ประกอบการเดินเรือและรถโดยสารรายใหญ่ในพื้นที่จังหวัดตราด ที่ปัจจุบันบริษัทมีปริมาณการใช้น้ำมันรวมทั้งรถและเรือสูงถึง 4,000-5,000 ลิตรต่อวัน โดยเฉพาะเรือโดยสารที่ใช้พิกัดน้ำมันสูงถึง 600 ลิตรต่อเที่ยว หรือประมาณ 1,200 ลิตรในการเดินทางไป-กลับ หากราคาน้ำมันขยับขึ้นเพียง 1 บาท ก็จะสร้างภาระต้นทุนมหาศาลทันที ซึ่งปัจจุบันทางบริษัทซื้อน้ำมันหน้าโรงกลั่นราคา 37 บาท/ลิตร ซึ่งรัฐบาลไม่ได้ชดเชยราคาน้ำมัน แต่ราคาหน้าปั๊มราคา 30-31 บาท/ลิตร ทางบริษัทจึงจัดการด้วยให้รถยนต์ และรถโดยสาร(บัส)ซื้อน้ำมันจากหน้าปั๊มแทนเพิ่อลดค่าใช้จ่าย เพราะหากสถานการณ์ยืดเยื้อเกิน 1 เดือน ทางบริษัทฯอาจจะต้องตัดสินใจทางธุรกิจใหม่ว่าจะขึ้นค่าโดยสารหรือไม่ 

 “หากถึงจุดที่ราคาน้ำมันราคาสูงขึ้นทางบริษัทฯจะตรึงราคาค่าโดยสารไว้ให้นานที่สุด เพื่อไม่ให้กระทบต่อภาพรวมการท่องเที่ยวในช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาลท่องเที่ยว (High Season)ของภาคตะวันออก โดยจากการประเมินเบื้องต้นคาดว่าจะสามารถแบกรับภาระที่เพิ่มขึ้นนี้ได้ประมาณ 1 เดือน แม้จะทำให้ผลกำไรลดลงแต่ก็เพื่อรักษาบรรยากาศการท่องเที่ยวไว้ แต่หากสถานการณ์ยังยืดเยื้อเกินกว่านี้ การปรับขึ้นค่าโดยสารอาจเป็นทางเลือกสุดท้ายที่จำเป็นต้องทำ เพราะส่งผลกระทบต่อผู้เดินทางโดยตรงจึงอยากฝากไปถึงรัฐบาลให้พิจารณามาตรการช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็นการอุดหนุนราคาน้ำมันโดยตรง การลดหย่อนภาษี หรือมาตรการด้านดอกเบี้ย เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถประคองราคาค่าโดยสารต่อไปได้“นายอรรถพลกล่าว 

 

นายอรรถพล กล่าวอีกว่า นอกจากเรื่องต้นทุนแล้ว สถานการณ์สงครามยังเริ่มส่งผลกระทบต่อจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมายังจังหวัดตราด โดยเฉพาะกลุ่มที่ใช้บริการสายการบินที่ต้องต่อเครื่องในตะวันออกกลาง(ดูไบ)ซึ่งมีการยกเลิกเที่ยวบินไปบางส่วน ทำให้นักท่องเที่ยวต้องเปลี่ยนแผนการเดินทางและมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้น ส่งผลให้การตัดสินใจมาเที่ยวไทยลดลงหรือมีระยะเวลาการพักผ่อนที่สั้นลง 

 ทั้งนี้ นายอรรถพลยังระบุว่าความแตกต่างระหว่างวิกฤตครั้งนี้กับช่วงโควิด-19 คือ ในอดีตนักท่องเที่ยวยกเลิกการเดินทางทำให้รายได้หายไป แต่ปัจจุบันยังมีนักท่องเที่ยวยังเดินทางมาท่องเที่ยว แต่ทว่าครั้งนี้ ต้นทุนต่อเที่ยวกลับสูงขึ้นมาก ถือเป็นแรงกดดันต่อเนื่องที่ผู้ประกอบการภาคเอกชนต้องเผชิญและพยายามปรับตัวให้อยู่รอดในขณะนี้ 

 ส่วนนางสาวน.ส.รินทร์ลพัส ศักดิ์สมบูรณ์ เจ้าของบริษัท เดินรถกรุงเทพ-ตราด จำกัด (รถมินิบัส) สายตราด-กรุงเทพ(เอกมัย)และตราด-กรุงเทพ(หมอชิต)เปิดเผยว่า ในแต่ละวัน บริษัทมีเที่ยวรถยนต์โดยสารไปกรุงเทพวันละ 12 เที่ยว ไปกลับ 24 เที่ยว ซึ่งมีค่าใช้จ่ายที่เป็นค่าน้ำมัน 70,000 ลิตร/เดือน หรือ 2,300 ลิตร/วัน และต้องซื้อน้ำมันหน้าปั๊มอย่างเดียว ซึ่งสถานการณ์สงครามที่เกิดขึ้นครั้งนี้ย่อมกระทบต่อราคาน้ำมัน ซึ่งวันนี้ราคาน้ำมันดีเซลราคา 30-31 บาท/ลิตร หากราคาน้ำมันสูงขึ้น เกิน 35 บาท/ลิตรทางบริษัท ก็ไม่สามารถรับได้ เนื่องจากราคาค่าโดยสารกำหนดไว้ตายตัวคือ 290 บาท/เที่ยว/คน ทางเดียวที่จะลดภาระได้ก็คือ การลดเที่ยวเดินรถยนต์เท่านั้น อย่างไรก็ตาม ทราบว่า ในวันที่ 17 มีนาคม 2569 รัฐบบาลจะมีการพิจารณาเรื่องน้ำมัน เพื่อประเมินสถานการณ์อีกครั้ง หากราคาน้ำมันสูงขึ้นรัฐบาลอาจจะชดเชยราคาน้ำมันให้กับผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งน่าจะเป็นเรื่องที่ดี แต่จะได้รับเพียงพอกับสถานการณ์หรือไม่คงต้องติดตามกันต่อไป 

ข่าวแนะนำ

แชร์ข่าว