วันที่ 7 มี.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องสืบสวน สภ.พลูตาหลวง ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พ.ต.อ.วุฒิพงษ์ สมใจ ผกก.สภ.พลูตาหลวง พร้อมด้วย พ.ต.ท.ชัยมงคล จันทพรม รอง ผกก.สส.สภ.พลูตาหลวง พ.ต.ต.จักรภพ อินรัญ สว.สส.สภ.พลูตาหลวง และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ร่วมกันจับกุมตัว นายอ้วน (นามสมมติ) ตามหมายจับศาลจังหวัดพัทยา ที่ 143/2569 ลงวันที่ 6 มีนาคม 2569 ในข้อหา ลักทรัพย์ในเวลากลางคืนในสถานที่ราชการ โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ และใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป พร้อมตรวจยึดของกลางเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ก่อเหตุ และรถยนต์ ซึ่งใช้เป็นพาหนะในการก่อเหตุ
สืบเนื่องจากช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ในพื้นที่ ต.พลูตาหลวง มีหน่วยงานราชการและจุดตามถนนหลวงหลายแห่ง เข้าแจ้งความว่าถูกคนร้ายลักขโมย สายไฟและสายล่อฟ้า ส่งผลให้เกิดความเสียหายรวมมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท
เจ้าหน้าที่จึงเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในพื้นที่ จนสามารถระบุยานพาหนะและตัวผู้ก่อเหตุได้อย่างชัดเจน ก่อนรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับ กระทั่งสามารถติดตามจับกุมตัวได้สำเร็จ ภายใต้ “ยุทธการสายล่อฟ้า”
จากการสอบสวนพบว่า ผู้ต้องหามักจะเลือกขโมย สายล่อฟ้า ตามอาคารสถานที่ราชการ เนื่องจากหน่วยงานมักไม่ทราบในทันที เพราะระบบไฟฟ้าในอาคารยังสามารถใช้งานได้ตามปกติ กว่าจะตรวจพบความเสียหายก็อาจใช้เวลาหลายเดือน แต่การกระทำดังกล่าวถือว่าสร้างความเสี่ยงอย่างมาก หากเกิดฟ้าผ่าลงอาคาร อาจทำให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เสียหายทั้งหมด หลังก่อเหตุ ผู้ต้องหาจะใช้รถยนต์เก๋งเป็นพาหนะ และทำการ เปลี่ยนป้ายทะเบียนทุกครั้ง โดยนำป้ายทะเบียนที่เก็บได้ตามท้องถนนมาใช้ เพื่อหลบเลี่ยงการติดตามของเจ้าหน้าที่ ก่อนนำสายล่อฟ้าที่เป็นทองแดงไปแกะขายให้ร้านรับซื้อของเก่า
เบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่า นำเงินไปใช้เป็นค่ารักษาแฟนสาวที่ล้มป่วย และบางส่วนได้นำไปซื้อยาบ้ามาเสพ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป







