วิกฤตน้ำมันลามถึงวัด สัปเหร่อจันทบุรี วอนรัฐผ่อนปรนเติมใส่แกลลอน หลังค่ายน้ำมันสั่งงดสำรองจนกระทบพิธีศพ ชี้หากคุยไม่รู้เรื่องอาจต้องนิมนต์ "วิญญาณ" ไปขอความเห็นใจถึงหน้าปั๊ม
วันที่ 5 มี.ค.69 ท่ามกลางวิกฤตพลังงานที่ตึงเครียดไปทั่วโลก ล่าสุดความเดือดร้อนได้ลามมาถึง "ประตูสู่สวรรค์" เมื่อค่ายน้ำมันยักษ์ใหญ่ประกาศมาตรการเข้มงวด งดจำหน่ายน้ำมันใส่แกลลอนและถังสำรองทุกชนิด มีผลบังคับใช้ทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม ที่ผ่านมา เพื่อบริหารจัดการน้ำมันให้เพียงพอต่อผู้ใช้รถ แต่กฎเหล็กนี้กลับกลายเป็น "กำแพงกั้นทางสว่าง" ของดวงวิญญาณ โดยเฉพาะในพื้นที่ จ.จันทบุรี ที่ชาวบ้านรากหญ้าและสัปเหร่อตามวัดต่างๆ กำลังตกที่นั่งลำบาก เพราะขาดแคลนเชื้อเพลิงหลักในการประกอบพิธีฌาปนกิจศพ
ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยัง วัดใหม่ท่าแฉลบ ม.3 ต.บางกะจะ อ.เมืองจันทบุรี เพื่อสำรวจความเดือดร้อนที่เมรุเผาศพ ซึ่งยังคงใช้น้ำมันดีเซลหรือโซล่าเป็นเชื้อเพลิงหลัก นายสมพงษ์ บุญมั่น สัปเหร่อ และนายเรืองฤทธิ์ สวนแก้ว ไวยาวัจกรของวัด พร้อมด้วยชาวบ้าน ได้พาไปดูขั้นตอนการทำงานที่แสนยากลำบากในยุคน้ำมันแพง โดยระบุว่าทางวัดพยายามช่วยลดภาระให้ญาติโยมด้วยการนำถ่านไม้ที่เผาเองมาใช้ควบคู่กับน้ำมัน แต่สุดท้ายก็หนีไม่พ้นต้องพึ่งพาน้ำมันดีเซลเพื่อเร่งเปลวเพลิงให้สมบูรณ์
นายสมพงษ์ สัปเหร่อผู้คร่ำหวอด เปิดเผยด้วยน้ำเสียงห่วงใยว่า การเผาศพ 1 ร่าง ต้องใช้น้ำมันดีเซลประมาณ 10 ลิตร และถ่านไม้ 4 กระสอบ ใช้เวลาเผาไหม้นาน 3-4 ชั่วโมง ตามแต่สรีระของผู้วายชนม์ ต้นทุนค่าน้ำมันอยู่ที่ประมาณ 500 บาท ซึ่งที่ผ่านมาก็ประคับประคองมาได้ แต่เมื่อมีกระแสข่าวสงครามจนคนแห่ตุนน้ำมัน และปั๊มสั่งห้ามเติมใส่แกลลอน ทำให้เชื้อเพลิงส่งวิญญาณกลายเป็นของหายากไปทันที หากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ต่อไป ความโกลาหลจะบังเกิดที่วัดอย่างแน่นอน
"ตอนนี้น้ำมันก๊าดอาจเป็นทางเลือกสุดท้าย แต่มันแพงหูฉี่ลิตรละกว่า 100 บาท คนจนที่ไหนจะสู้ไหว ผมอยากอ้อนวอนขอความเห็นใจจากปั๊มน้ำมัน ขอให้ผ่อนปรนการเติมใส่แกลลอนเพื่อกิจการของวัดเถอะ หรือถ้าไม่เชื่อใจกันจริงๆ ว่าเอาไปเผาศพ ผมก็คงต้องทำเรื่องที่ไม่อยากทำ คืออาจจะต้องหามร่างเจ้าของงาน (ศพ) มาที่ปั๊มด้วยเพื่อให้เจ้าหน้าที่สบายใจว่าไม่ได้มาซื้อไปกักตุน" สัปเหร่อสมพงษ์กล่าวด้วยความอัดอั้น
อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ปั๊มน้ำมันบางแห่งเริ่มมีการผ่อนปรนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน โดยอนุญาตให้เติมใส่แกลลอนได้ไม่เกิน 30 ลิตร หรือจำกัดยอดไม่เกิน 1,000 บาทต่อคัน เพื่อให้ทั้งเกษตรกร ชาวประมง และวัดวาอาราม สามารถผ่านพ้นวิกฤตที่ "คนเป็นก็ลำบาก คนตายก็ยังเดือดร้อน" ครั้งนี้ไปด้วยกันโดยเร็วที่สุด








