ชาวบ้านบางสะพานกว่า 100 คนบุกอำเภอ ยื่นร้องเรียนตรวจสอบสถาบันการเงินชุมชนบ้านดอนสง่า หลังสมาชิกถอนเงินไม่ได้ ทั้งที่ยอดฝากรวม 20–30 ล้านบาท นายอำเภอรับปากเร่งตรวจสอบบัญชีและข้อเท็จจริงโดยเร็ว
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 2 มี.ค.69 ที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอบางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียด หลังชาวบ้านหมู่ 8 บ้านดอนสง่า และหมู่บ้านใกล้เคียงเกือบ 100 คน รวมตัวกันเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อ นายนิมิต วงษ์จินดา นายอำเภอบางสะพาน เพื่อขอให้เร่งตรวจสอบกรณีสถาบันการเงินชุมชนบ้านดอนสง่า ไม่มีเงินให้สมาชิกถอน ทั้งที่ยอดเงินฝากรวมกันคาดว่าไม่ต่ำกว่า 20-30 ล้านบาท
นายสุรินทร์ มณฑิล อายุ 58 ปี ตัวแทนผู้เสียหาย พร้อมสมาชิกจำนวนมาก ยื่นหนังสือร้องเรียน โดยมี น.ส.สุภาวดี สมทรง กำนันตำบลกำเนิดนพคุณ ร่วมรับฟังปัญหาอย่างใกล้ชิด
นางอุลักษณ์ สำเภาแก้ว อายุ 66 ปี หนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า ตนใช้บริการสถาบันการเงินชุมชนแห่งนี้มานานกว่า 20 ปี ตั้งแต่สมัยกำนัน คนก่อนเป็นประธาน สามารถกู้ยืม ฝาก-ถอน ได้ตามปกติมาโดยตลอด แต่เมื่อไม่นานมานี้ ขณะจะไปถอนเงินที่ฝากไว้เพื่อนำมาใช้จ่าย กลับได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ว่า “ฝากได้อย่างเดียว แต่ยังถอนไม่ได้” ทำให้เริ่มรู้สึกผิดสังเกต และพบว่ามีสมาชิกอีกหลายรายประสบปัญหาเดียวกัน ก่อนหน้านี้ ชาวบ้านได้รวมตัวเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.บางสะพานแล้ว และในวันนี้จึงเดินทางมายื่นหนังสือต่อนายอำเภอ เพื่อขอให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบและตรวจสอบบัญชีสถาบันการเงินอย่างละเอียด
ผู้เสียหายยังให้ข้อมูลอีกว่า ผู้จัดการสถาบันการเงินเพิ่งเสียชีวิตเมื่อไม่นานมานี้ โดยก่อนเสียชีวิตได้เดินทางไปขอให้สมาชิกบางรายช่วยนำเงินไปฝากเพิ่ม เนื่องจากมีสมาชิกต้องการถอนเงินแต่เงินในระบบไม่เพียงพอ
นางอุลักษณ์ ระบุว่า ตนเองได้นำเงินไปฝากเพิ่มจำนวน 70,000 บาท เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แต่ต่อมากลางเดือนผู้จัดการก็เสียชีวิต ทำให้ยิ่งเกิดความกังวลว่าเงินของสมาชิกจำนวนมหาศาลหายไปไหน
“อยากให้นายอำเภอช่วยตรวจสอบให้ชัดเจน เงินของพวกเราทั้งชีวิต ไม่รู้จะได้คืนหรือไม่” ผู้เสียหายกล่าวทั้งน้ำตา
ด้าน นายนิมิต วงษ์จินดา นายอำเภอบางสะพาน กล่าวว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนไว้แล้ว และก่อนหน้านี้ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องล่วงหน้า หลังได้รับรายงานจากกำนันในพื้นที่
“ผมจะเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้ามาตรวจสอบรายละเอียดทั้งหมดโดยเร็ว เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย” นายอำเภอ กล่าวต่อหน้าชาวบ้านที่มารอฟังคำชี้แจง
ขณะนี้ชาวบ้านจำนวนมากยังคงรอคำตอบและความชัดเจน ท่ามกลางความกังวลว่าเงินเก็บทั้งชีวิตอาจสูญหาย หากไม่มีการตรวจสอบอย่างโปร่งใสและเร่งด่วน เหตุการณ์นี้สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับชุมชนอย่างหนัก และต้องจับตาว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะสามารถคลี่คลายปัญหาเงินฝากหลายสิบล้านบาทได้อย่างไรต่อไป








