จังหวัดน่านเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะด้านสุขภาพอย่างเป็นรูปธรรม จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อสร้างสภาวะแวดล้อมที่เอื้อต่อการลดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) และส่งเสริมกิจกรรมทางกายของประชาชน ภายใต้แนวคิดการพัฒนา “ระบบนิเวศสุขภาพ” หรือ NCDs Ecosystem โดยมี นางสาวณัฐยาน์ ทวีวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธี ณ สวนสาธารณะศรีเมือง อำเภอเมืองน่าน บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคัก มีผู้แทนหน่วยงานภาคีเครือข่ายเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ นายสมเกียรติ พิทักษ์กมลพร ผู้ช่วยเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ และ นายแพทย์ภุชงค์ ชื่นชม นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดน่าน พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจากทั้งภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคประชาสังคม
ดร.เพ็ญ สุขมาก ผู้อำนวยการสถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวรายงานว่า จังหวัดน่านตระหนักถึงสถานการณ์โรค NCDs ซึ่งเป็นสาเหตุการเจ็บป่วยและเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุจำนวนมาก แม้จังหวัดจะมีระบบบริการสุขภาพที่เข้มแข็ง แต่การแก้ไขปัญหาในระยะยาวจำเป็นต้องมุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมทางกายภาพและสังคม ควบคู่กับการลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง และส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายในชีวิตประจำวัน
ความร่วมมือครั้งนี้เกิดจากการบูรณาการระหว่างหน่วยงานระดับชาติ ได้แก่ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข และ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมกับภาคีเครือข่ายในจังหวัดน่าน เพื่อผลักดันให้การลด NCDs เป็นวาระร่วมของจังหวัด และขับเคลื่อน NCDs Ecosystem อย่างเป็นระบบ
กิจกรรมสำคัญภายในงานประกอบด้วย การประกาศเจตนารมณ์ความร่วมมือ การลงนามบันทึกข้อตกลง และกิจกรรมส่งเสริมการเคลื่อนไหวร่างกาย ทั้งดนตรี ศิลปะ และกีฬา เปิดพื้นที่ให้ประชาชนทุกช่วงวัยได้มีส่วนร่วม สร้างความตระหนักรู้ และจุดประกายการดูแลสุขภาพด้วยตนเอง สำหรับเป้าหมายหลักของความร่วมมือในครั้งนี้ คือ การกำหนดให้การลดโรค NCDs เป็นวาระสำคัญของจังหวัด การออกแบบสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพในระดับชุมชน การสนับสนุนกิจกรรมทางกายในทุกภาคส่วน ตลอดจนการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบ และขยายผลเชิงนโยบายอย่างต่อเนื่อง โดยจังหวัดน่านและภาคีเครือข่ายคาดหวังว่า ความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ลดภาระโรคเรื้อรังในระยะยาว และนำไปสู่เป้าหมาย “น่านน่าอยู่ เมืองสุขภาพดี” อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนต่อไป








