ข่าวภูมิภาค

ตร.เมืองตราดล่ามือปืน ยิงเจ้าของสวนมังคุดร้อยไร่ดับคารถ ปมชิงทรัพย์-ขัดแย้ง

แชร์ข่าว



ความคืบหน้า คนร้ายประกบยิง นายทรรศนะ บุญอุย อายุ 48 ปี ชาวจันทบุรี เสียชีวิตที่ถนนชลประทาน บ้านหนองคัน ต.หนองคันทรง อ.เมือง ต.ตราด ล่าสุด เวลา 14.00 น. วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 นางกาหลง บุญอุย อายุ 72  ปี มารดานายทรรศนะ และนายเตชินภัทร บุญอุย อายุ 46 ปี น้องชายนายทรรศนะ ได้เข้ารับศพที่อาคารธรรมดาชีวิต โรงพยาบาลตราด

จากการสอบถาม นายเตชินภัทร บุญอุย น้องชายของผู้เสียชีวิต ทราบว่า ผู้ตายมีอาชีพ หลักคือการทำสวนมังคุดอยู่ที่ อ.เขาสมิง จ.ตราด และมีงานอดิเรกคือการประกอบธุรกิจส่วนตัวทำเครื่องเสียงและขายลำโพงขนาดใหญ่สำหรับงานวัด ปกติแล้วผู้ตายจะเดินทางไปกลับระหว่างสวนที่ จ.ตราด และบ้านพักที่ จ.จันทบุรี ทุกวัน แต่เมื่อคืนที่ผ่านมาทางครอบครัวเห็นว่าผิดสังเกตเพราะผู้ตายไม่กลับบ้านและขาดการติดต่อไปตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ จึงได้เดินทางไปแจ้งความคนหายเอาไว้

น้องชายระบุเพิ่มเติมว่า ผู้ตายไม่เคยมีพฤติกรรมปล่อยเงินกู้ เป็นคนยิ้มแย้มแจ่มใส และไม่เคยบ่นเรื่องความขัดแย้งกับใครให้ฟังมาก่อน ทางครอบครัวจึงตัดประเด็นเรื่องชู้สาวทิ้ง และเชื่อว่าสาเหตุการตายน่าจะเป็นการฆ่าชิงทรัพย์หรือถูกโจรจี้ เนื่องจากทรัพย์สิน ทั้งโทรศัพท์มือถือยี่ห้อซัมซุงสีดำ สร้อยคอทองคำพร้อมพระเครื่องหลวงพ่อลี วัดป่าคลองกุ้ง หายไป แต่เงินสดจำนวน 100,000 บาท ที่ทางบ้านให้มาเพื่อนำไปจ่ายค่าไฟฟ้าของสวนยังอยู่ครบ

"ตอนนี้ทางครอบครัวมืดแปดด้านมาก เพราะผู้ตายไม่เคยเล่าเรื่องเพื่อนที่ จ.ตราด ให้ฟังเลย จึงไม่รู้ว่าไปหาใครหรือสนิทกับใครบ้าง อยากฝากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานอย่างเต็มที่เพื่อติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้" น้องชายผู้เสียชีวิตกล่าวทิ้งท้าย

วันเดียวกัน (24 กุมภาพันธ์ 2569 )พ.ต.อ.เตชิต กุลกนิษฐรากร ผกก.สภ.เมืองตราด เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีสังหารเจ้าของสวนมังคุดว่า ภายหลังลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมกับ พล.ต.ต.ชูเกียรติ ภูกาบพลอย ผบก.ภ.จว.ตราด และแพทย์เวร  ในที่เกิดเหตุพบ รถยนต์ของผู้ตายจอดลักษณะติดเครื่องยนต์อยู่ ภายในรถพบศพ นายทรรศนะ บุญอุย อายุ 48 ปี นอนตะแคงซ้ายเสียชีวิตอยู่บนเบาะที่นั่ง จากการชันสูตรเบื้องต้นพบร่องรอยกระสุนปืนที่กระจกประตูฝั่งขวา 1 นัด และพบปาดแผลฉกรรจ์ที่บริเวณหัวตาขวา คาดว่ากระสุนทะลุออกทางท้ายทอย เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 6 ชั่วโมง

พ.ต.อ.เตชิต เปิดเผยข้อมูลจากการสืบสวนว่า นายทรรศนะ เดินทางออกจากจังหวัดจันทบุรี โดยระบุว่าจะมาดูแลสวนมังคุด ประมาณ 100 ไร่ ในเขตอำเภอเขาสมิง จังหวัดตราด แต่กลับพบว่าเสียชีวิตในพื้นที่เขตอำเภอเมือง ซึ่งไม่ใช่เส้นทางปกติที่ผู้ตายจะเดินทางมา ทีมสืบสวนกำลังตรวจสอบว่า เมื่อสวนของผู้ตายอยู่ที่เขาสมิง ทำไมถึงเข้ามาในเขตเมือง และเข้ามาพบกับใคร อย่างไร เพราะบริเวณที่เกิดเหตุเป็นทางเปลี่ยวริมคลองชลประทาน ซึ่งคนทั่วไปมักไม่เข้าไปหากไม่มีธุระจำเป็น

นอกจากนี้ ยังพบข้อมูลว่าน้องชายของผู้ตายได้เข้าแจ้งความคนหายไว้ที่ สภ.เมืองจันทบุรี เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (24 ก.พ.69) หลังจากติดต่อพี่ชายไม่ได้ตั้งแต่ช่วงค่ำวานนี้ (หลังจากมีการพูดคุยครั้งสุดท้ายเรื่องฝากจ่ายค่าไฟตอนเที่ยงวัน) ซึ่งทางตำรวจมองว่าเป็นประเด็นที่น่าสงสัยและต้องนำมาประกอบสำนวนการสืบสวน

พ.ต.อ.เตชิต ระบว่า ทีมสืบสวน ได้ตั้งข้อมูลเบื้องต้นไว้ 2 ประเด็น คือ  การชิงทรัพย์ ซึ่งญาติระบุว่าก่อนออกจากบ้าน ผู้ตายสวม สร้อยคอทองคำหนัก 5 บาท พร้อมพระเลี่ยมทอง และพกเงินสดติดตัวมาประมาณ 100,000 บาท จากการตรวจสอบศพพบเงินสดครบถ้วน แต่สร้อยคอทองคำหายไป ซึ่งต้องตรวจสอบย้อนกลับไปว่าผู้ตายได้สวมใส่มาจริงหรือไม่ หรือถูกคนร้ายชิงไป

ส่วนอีก 1 ประเด็น คือ ความขัดแย้งส่วนตัวหรือชู้สาว เนื่องจากผู้ตายยังไม่มีครอบครัว ตำรวจจึงยังไม่ตัดประเด็นเรื่องความสัมพันธ์กับเพศตรงข้าม หรือการนัดพบใครบางคนในจุดเกิดเหตุจนนำไปสู่เหตุสังหาร

นอกจากนี้ จากการวิเคราะห์ที่เกิดเหตุเบื้องต้น พ.ต.อ.เตชิต สันนิษฐานว่าอาวุธปืนที่ใช้อาจเป็นขนาด 9 มม. โดยไม่พบปลอกกระสุนในที่เกิดเหตุ ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าคนร้ายอาจใช้ปืนลูกโม่หรือมีการเก็บปลอกกระสุนเพื่อทำลายหลักฐาน ลักษณะการยิงพบรอยที่กระจกหน้า หากเทียบความสูงมาตรฐาน คนร้ายอาจใช้วิธียกปืนขึ้นสูงแล้วยิงกดลงมายังร่างผู้ตาย ซึ่งทางกองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) กำลังเร่งตรวจสอบแนววิถีกระสุนที่แน่ชัดอีกครั้ง เพื่อดูว่าคนร้ายลงมือกี่คนและอยู่ในตำแหน่งใดขณะลั่นไก ประกอบกับช่วงเวลาตายนั้น คาดว่าไม่ต่ำกว่า 6 ชั่วโมง ขณะเดียวกันรถยนต์ยังคงติดเครื่องอยู่เปิดแอร์เย็น อาจจะมองอีกได้ว่าเป็นรักษาสภาพศพของคนร้าย

ส่วนความคืบหน้าล่าสุด ชุดสืบสวนกำลังไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางจากจันทบุรีมายังเมืองตราด และสอบปากคำพยานที่เห็นรถมาจอดตั้งแต่วลา 15.00 น. ของเมื่อวานนี้ เพื่อพิสูจน์ทราบตัวบุคคลที่อยู่กับผู้ตายเป็นคนสุดท้ายต่อไป