สลด!! น้องชายก่อเหตุยิงพี่ชายอดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านเสียชีวิตหน้าบ้าน ก่อนขี่รถจักรยานยนต์ไปยิงตัวตายกลางไร่ ตำรวจคาดปมขัดแย้งในครอบครัว เร่งสอบสวนและส่งศพชันสูตรหาสาเหตุที่แท้จริง
เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 22 ก.พ.69 พ.ต.ต.ก้องกิดากร ครามแสง สารวัตรสอบสวน สภ.คลองห้า ได้รับแจ้งเหตุยิงกันตายมีผู้เสียชีวิต 2 ราย ภายในซอยคลองห้าตะวันตก 61 หมู่ 14 ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.ท.ประยูร ประกอบจันทร์ รอง ผกก.สส. สภ.คลองห้า เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน 1 แพทย์เวร รพ.คลองหลวง และอาสามูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง
จุดเกิดเหตุแรกบริเวณประตูทางเข้าบ้านหลังหนึ่งพบศพนายภาณุ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 52 ปี อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สภาพศพนอนคว่ำหน้า ไม่สวมเสื้อ สวมกางเกงขาสามส่วน มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .38 เข้าที่ท้ายทอย 1 นัด ห่างออกไปประมาณ 800 เมตร บริเวณไร่หลังบ้าน พบศพผู้เสียชีวิตรายที่ 2 คือ นายพินิจ หรือปุ้ย (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 48 ปี น้องชายของผู้ตายรายแรก สภาพศพมีบาดแผลถูกยิงเข้าที่ศีรษะ 1 นัด ในมือซ้ายพบอาวุธปืนขนาด .38 ตกอยู่ 1 กระบอก พร้อมรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า เอ็นแม็กซ์ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จอดอยู่ในที่เกิดเหตุ
นางไพเราะ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 39 ปี น้องสาวผู้เสียชีวิต เล่าทั้งน้ำตาว่า พี่ชายทั้งสองมักมีปากเสียงกันตามประสาพี่น้อง ส่วนใหญ่เป็นเรื่องการทำเกษตร เช่น การปิดร่องน้ำไม่ดีจนน้ำท่วมต้นไม้ ซึ่งที่ดินตรงนี้เป็นที่ดินปฏิรูปแบ่งกันทำกิน ก่อนเกิดเหตุไม่กี่นาที นายภาณุ (พี่ชายคนรอง) เพิ่งให้เงินตน 200 บาทไปเติมน้ำมันเพื่อวิดน้ำเข้าไร่ หลังจากเดินเข้าบ้านได้ไม่นานก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด เมื่อวิ่งออกมาดูก็พบว่านายภาณุถูกยิงเสียชีวิตแล้ว ส่วนนายพินิจ (พี่ชายคนที่ 3) ได้ขี่รถจักรยานยนต์สวนออกไปโดยไม่ยอมหันมามอง จนกระทั่งมาทราบว่าพี่ชายคนที่ 3 ไปยิงตัวตายตามในไร่
ด้าน นางสาวณุทยา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 48 ปี ภรรยาของนายพินิจ (ผู้ก่อเหตุ) เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุตนติวหนังสือให้ลูกอยู่ในบ้าน ไม่ได้ยินเสียงปืน จนกระทั่งคนทางบ้านหน้าโทรมาบอกว่านายภาณุ ยิงตัวตาย ตนพยายามโทรหาผู้ตายแต่ไม่รับสาย จึงเดินตามหาตามเสียงโทรศัพท์จนพบร่างสามีนอนนิ่งอยู่กลางไร่ ตอนแรกคิดว่าเป็นลม แต่เมื่อเข้าไปดูใกล้ๆ จึงพบว่ามีเลือดออกและมีปืนตกอยู่ ทั้งนี้ยอมรับว่าสามีและพี่ชายไม่ค่อยคุยกันเวลาเดินสวนกัน ก่อนออกไปสามียังถามหาข้าวเย็นและดื่มเหล้าไปครึ่งแบน ไม่คิดว่าจะไปก่อเหตุดังกล่าว
พ.ต.ต.ก้องกิดากร เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นคาดว่าเป็นเหตุทะเลาะวิวาทภายในครอบครัวจนนำไปสู่การฆาตกรรมและฆ่าตัวตายตาม อย่างไรก็ตามได้บันทึกภาพและเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุอย่างละเอียด พร้อมนำร่างผู้เสียชีวิตส่งนิติเวช รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เพื่อชันสูตรหาสาเหตุที่แท้จริง และเชิญญาติมาสอบปากคำเพิ่มเติมต่อไป







