ยืนยันชัดถนนปรับปรุงใหม่ใน ขสป.แม่ยวมฝั่งขวาเป็นเส้นทางดั้งเดิมระหว่างหมู่บ้าน-ผู้ใหญ่บ้านเผยหน้าฝนลำบากสุดๆต้องหามผู้ป่วยใส่เปลเดินเท้ามาโรงพยาบาลจนเสียชีวิตระหว่างทาง-นายอำเภอแม่สะเรียงโพสต์สุดรันทดแม่เฒ่าสิ้นก่อนถึงมือหมอ-ชี้ ถนนคือชีวิตของชาวบ้าน
เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีที่มีการปรับปรุงถนนในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า(ขสป.)แม่ยวมฝั่งขวา อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้ตั้งคณะกรรมการสอบวิจัยร้ายแรงอดีตหัวหน้า ขสป.เนื่องจากเชื่อว่าเป็นการดำเนินการผิดกฎหมาย พร้อมทั้งดำเนินคดีผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ขณะที่ชาวบ้านระบุว่าถนนเส้นนี้เป็นเส้นทางสัญจรระหว่างหมู่บ้านดั้งเดิม เพียงแต่ ขสป.ปรับปรุงใหม่เนื่องจากเป็นทางลัดที่จำเป็นต้องใช้ในฤดูน้ำหลากเพราะเส้นทางปกติถูกน้ำท่วมจนไม่สามารถใช้การได้และอ้อมไกล
ทั้งนี้ล่าสุดมีรายงานว่าในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ วันที่ 23 กุมภาพันธ์ นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.)กรณี ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.นันนทชาติ ศุภมงคล ที่ปรึกษารัฐมนตรี ทส.และ นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานฯ ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีการปรับปรุงถนนใน ขสป.แม่ยวมฝั่งขวา โดยจะมีการประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 กอ.รมน.แม่ฮ่องสอน ฝ่ายปกครอง และทีมสอบสวนสรุปผลเบื้องต้น ณ สภ.แม่ลาหลวง
ขณะเดียวกันในส่วนของชาวบ้านในหลายชุมชนได้เตรียมเดิมทางเข้ายื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทส. โดยผ่านพล.ต.ต.นันนทชาติและนายอรรถพล ซึ่งเนื้อหาส่วนใหญ่เป็นการชี้แจงข้อเท็จจริงต่างๆโดยเฉพาะความจำเป็นที่ต้องใช้ถนนเส้นที่กำลังมีปัญหานี้ เนื่องจากเป็นเส้นทางลัดและในฤดูฝนหลายหมู่บ้านไม่สามารถใช้เส้นทางปกติได้เนื่องจากเป็นถนนที่วิ่งตามลำห้วย ในช่วงน้ำหลากไม่สามารถใช้การได้
นายสุพรรณ อู่ศรีเมือง ผู้ใหญ่บ้านห้วยไก่ป่า อ.แม่สะเรียง กล่าวว่า ตนถูกกล่าวหาตั้งแต่วันแรกที่มีข่าวว่าเป็นผู้ที่มีอิทธิพลและเป็นผู้รับเหมาที่ปรับปรุงถนน ทั้งๆที่ในความเป็นจริงแล้วตนไม่ได้เข้าไปมีส่วนด้วยเลย และเครื่องจักรกลต่างๆที่นำไปปรับปรุงถนนก็ไม่ใช่ของตน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจบอกว่าให้ตนไปเป็นพยานเท่านั้น
“แม้แต่หน้างานในการปรับปรุงถนนผมยังไม่รู้เลยว่าเป็นอย่างไร ข่าวออกมาเหมือนกับผมเป็นผู้มีอิทธิพล ผมไม่เข้าใจจริงๆทำไมถึงกล่าวหาผมเช่นนั้น นักข่าวที่นำข่าวไปลงก็ไม่เคยโทรมาสอบถามผมเลย แต่ไปเขียนข่าวให้ร้ายผมต่างๆ ผมรู้สึกเสียใจมาก แทบนอนไม่หลับ แต่ก็ไม่รู้จะไปชี้แจงกับใคร ตอนนี้แทบไม่อยากเปิดโทรศัพท์ดูข่าวเลย ทางเจ้าของรถไถก็น่าสงสาร ตอนแรกเขาก็ไม่อยากไป แต่พอทาง ขสป.มาขอร้องให้เขาไปช่วยปรับปรุงให้ก่อน เขาก็ไป เขาไม่เคยได้เงินเลยเพราะอยากเข้าไปพัฒนา” นายสุพรรณ กล่าว
นายสุพรรณกล่าวว่า ถนนที่ปรับปรุงใหม่นี้ เดิมเป็นเส้นทางสัญจรระหว่างหมู่บ้าน ก่อนการปรับปรุงได้มีการทำประชาคมหมู่บ้านแล้วซึ่งชาวบ้านอยากได้เพราะเป็นเส้นทางลัด ที่สำคัญคือในฤดูฝนเส้นทางปกติใช้ไม่ได้เพราะน้ำหลาก ชาวบ้านที่เจ็บไข้ได้ป่วยต้องใช้วิธีหามกันและเดินเท้าออกมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตระหว่างทางไปแล้วอย่างน้อย 2 ราย
“น่าสงสารเด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านวาทูที่อยู่ข้างใน ครูต้องออกไปซื้ออาหารที่แม่สะเรียงมาเลี้ยงเด็ก แต่ในหน้าน้ำหลากแทบออกไปไม่ได้เลย พวกเราจึงอยากให้ถนนดีเพื่อที่จะได้เดินทางได้ ไม่ต้องลำบากเหมือนที่ผ่านมา ที่สำคัญคือเป็นทางลัดจากที่เคยใช้เวลา 2 ชั่วโมงก็เหลือเพียง 30 นาที พวกเราอยู่กันมาก่อนตั้งเขตอุทยานฯและ ขสป. จริงๆแล้วก่อนประกาศเขตอนุรักษ์เหล่านี้ควรสร้างถนนให้แล้วเสร็จก่อน เพราะพอประกาศแล้วเขาแทบไม่ให้สร้างถนนเลย เหมือนเอาพวกเราไปไว้ในห้องขัง ออกไปไหนก็ไม่ได้” ผู้ใหญ่บ้านห้วยไก่ป่า กล่าว
เช่นเดียวกับนายณิกร เอกมณีไพรพงศ์ ผู้ใหญ่บ้านห้วยกุ๊ปะ อ.แม่สะเรียง ที่ยืนยันว่าถนนที่ปรับปรุงใหม่ใน ขสป.แม่ยาวมฝั่งขวาเป็นเส้นทางสัญจรเก่าที่ชาวบ้านใช้กันมานาน และเป็นทางลัดโดยเฉพาะในฤดุฝนซึ่งน้ำในลำห้วยเพิ่มสูงทำให้เส้นทางปกติใช้ไม่ได้
ขณะที่นายวรศักดิ์ พานทอง นายอำเภอแม่สะเรียง ได้โพสต์เฟสบุคระบุว่า "เมื่อวินาทีแห่งชีวิต... ต้องพ่ายแพ้ต่อเส้นทางที่ยากลำบาก"
“เมื่อช่วงเย็นวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาประมาณ 18.00 น. ผมได้รับรายงานที่น่าสลดใจจากผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 7 ต.แม่ยวม ถึงการจากไปของแม่ลอยบอย ษมาจิตโอบอ้อม วัย 70 ปี ราษฎรบ้านแม่ปอ ซึ่งเป็น มารดาของนายกมล ษมาจิตโอบอ้อม ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหย่อมบ้านแม่ปอ
“เหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้ผมมองย้อนกลับไปถึงภาพความทรงจำเมื่อปีที่แล้ว ที่ผมได้มีโอกาสลงพื้นที่ไปเยี่ยมพี่น้องที่หมู่บ้านแห่งนี้ ระยะทางในแผนที่อาจดูไม่ไกล แต่ในความเป็นจริงสภาพถนน คืออุปสรรคที่ใหญ่หลวงที่สุด และส่งผลกระทบโดยตรงต่อลมหายใจของพี่น้องประชาชน
“ในวันที่ฝนตกหนักพื้นผิวถนนกลายเป็นโคลนลื่นจนรถยนต์ไม่สามารถสัญจรได้ตามปกติ เมื่อแม่ลอยบอยมีอาการป่วยทรุดหนักลง ชาวบ้านจึงต้องช่วยกันแบกเปลหาม ฝ่าเส้นทางวิบากลัดเลาะตามไหล่เขาเพื่อส่งตัวไปยังบ้านแม่กองคา ก่อนจะต่อรถฉุกเฉินไปยังโรงพยาบาลแม่สะเรียง... แม้ทีมแพทย์จะพยายามยื้อชีวิตด้วยการทำ CPR อย่างสุดความสามารถ แต่สุดท้าย ระยะทางและเวลาก็พรากแม่จากเราไปอย่างไม่มีวันกลับ
นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของความยากจน แต่คือเรื่องของเส้นทางคมนาคมที่ชี้เป็นชี้ตาย”
นายอำเภอแม่สะเรียงระบุด้วยว่า กว่า 20 ปีที่แม่ฮ่องสอนถูกจัดว่าเป็นจังหวัดที่ยากจนต่อเนื่อง แต่สิ่งที่สะท้อนความยากลำบากได้ชัดเจนที่สุด คือการที่พี่น้องเรายังขาดแคลนปัจจัยพื้นฐานที่จำเป็น ทั้งถนนที่ปลอดภัย ประปา ไฟฟ้า และสัญญาณโทรศัพท์ สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่แค่ความสะดวกสบาย แต่มันคือโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยรักษาชีวิตคนในยามวิกฤต
“การจากไปของแม่ลอยบอยในวันนี้ ต้องไม่เป็นเพียงแค่ตัวเลขในรายงาน แต่มันคือเสียงสะท้อน ถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการพัฒนาเส้นทางในพื้นที่ห่างไกล เพราะสำหรับพี่น้องบนดอย ถนนที่ดีขึ้นเพียงกิโลเมตรเดียว อาจหมายถึงอีกหนึ่งชีวิตที่รอดกลับมาหาครอบครัว"นายวรศักดิ์ ระบุ
----------
หมายเหตุ-ภาพจากเฟสบุค วรศักดิ์ พานทอง
#ขสปแม่ยวม #แม่สะเรียง #แม่ฮ่องสอน







