ตำรวจราชบุรีปิดล้อมไร่อ้อยนานกว่า 4 ชั่วโมง ไล่ล่า 2 คนร้ายดักจี้ชิงทรัพย์และทำร้ายหญิงวัย 28 ปีบาดเจ็บสาหัส กลางทางเปลี่ยว อ.จอมบึง เร่งตรวจกล้องวงจรปิดล่าตัวผู้ก่อเหตุ ชาวบ้านผวาหนัก
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 20 ก.พ.69 ร.ต.ท.ปิยะนัฐ. สอนผิว. สายตรวจรถยนต์ 20. ของสภ.จอมบึง. อ.จอมบึง. จ.ราชบุรี ได้รับแจ้งว่ามีชาวบ้านถูกคนร้ายไปดักจี้ชิงทรัพย์ และถูกทำร้ายได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดที่บริเวณกลางไร่อ้อย บ้านหนองเต่าดำ หมู่ 13. ต.รางบัว. อ.จอมบึง และเชื่อว่าขณะนี้คนร้ายยังคงกบดานอยู่ในไร่อ้อยจึงประสานไปยังดาบตำรวจวินัย มณีงาม หัวหน้าสายตรวจตำบลรางบัว กำนัน และผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ให้เข้าไปช่วยปิดล้อมพื้นที่ก่อนจะเดินทางไปตรวจสอบ โดยพบชาวบ้านที่ถูกก่อเหตุและได้รับบาดเจ็บจึงประสานขอรถพยาบาลของโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชจอมบึง มารับผู้บาดเจ็บไปส่งโรงพยาบาล ซึ่งทราบชื่อต่อมาคือนางสาวอริสา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี เป็นชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงกับจุดเกิดเหตุซึ่งมีอาการสาหัส ส่วนในพื้นที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า เวฟ สีขาว-ดำ เลขทะเบียนราชบุรี ซึ่งเป็นรถของผู้เสียหายจอดอยู่ เจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังเข้าปิดล้อมบริเวณไร่อ้อย
จากการสอบถามนางสาวรัตนากร (ขอสงวนนามสกุล) พี่สาวของผู้บาดเจ็บ ก็เล่าให้ฟังว่า เมื่อช่วงเช้าน้องสาวขี่รถจักรยานยนต์ไปส่งลูกๆ ที่โรงเรียนซึ่งอยู่ห่างจากบ้านประมาณ 3 กิโลเมตรโดยเส้นทางนั้นต้องผ่านไร่อ้อยซึ่งเป็นเส้นทางค่อนข้างเปลี่ยว ขากลับน้องสาวขี่รถกลับมาเรื่อยๆ พอมาถึงจุดเกิดเหตุได้มีคนร้ายเป็นชาย 2 คน น้องสาวจำได้ว่าสวมกางเกงวอร์มสีดำ ใส่เสื้อแขนยาวสีดำ สวมหมวกไหมพรมปิดบังใบหน้าโผล่ออกมาจากไร่อ้อยข้างทาง ทำให้น้องสาวตกใจจนรถเกือบล้ม คนร้าย 2 คน จึงเข้ามาพยายามกระชากกระเป๋าสะพายพร้อมกับบอกให้ส่งเงินมา แต่น้องสาวขัดขืนคนร้ายจึงชักมีดออกมาและลากน้องสาวเข้าไปในไร่อ้อย ส่วนคนร้ายอีกคนก็จูงรถจักรยานยนต์ตามเข้ามาด้วย จากนั้นคนร้ายทั้งสองพยายามที่จะแย่งกระเป๋าสะพายซึ่งภายในมีเงินสดประมาณสองพันกว่าบาท พร้อมทั้งบีบคอและกระทืบน้องสาวของตนจนสลบไป
ต่อมาเมื่อน้องสาวฟื้นขึ้นมาก็เอาโทรศัพท์ที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงซึ่งคนร้ายไม่ได้นำไปด้วยออกมาโทรมาหาตนเพื่อขอความช่วยเหลือและบอกว่า ถูกคนร้ายบีบคอและกระทืบที่หน้าอกจนเจ็บไปหมดที่บริเวณไร่อ้อยตนก็รีบโทรแจ้งให้ยายซึ่งอยู่ใกล้กับจุดเกิดเหตุให้รีบมาดูก่อน ก่อนจะตามมาและมาพบน้องสาวในสภาพอาการแย่ แต่พอเล่าเหตุการณ์ได้ พอทราบเหตุการณ์ทั้งหมดจึงได้โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาช่วยเหลือดังกล่าว โดยเบื้องต้นเชื่อว่าคนร้ายน่าจะอยู่ในบริเวณนี้เพราะลักษณะการแต่งกายนั้นน่าจะเป็นคนในพื้นที่ และอยากจะให้จับคนร้ายให้ได้เร็วๆเพราะเกรงว่าจะไปก่อเหตุกับคนอื่นอีก. ตอนนี้ชาวบ้านหวาดกลัวกันมาก
เบื้อง ต้นเจ้าหน้าที่ทั้งตำรวจและฝ่ายปกครองได้กระจายกำลังปิดล้อมไร่อ้อยในพื้นที่นานกว่า 3 ชั่วโมงแต่ก็ไร้วี่แวว รวมทั้งจะไปทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดใกล้เคียงเพื่อหาเบาะแสของคนร้ายด้วย







