กรมศุลกากร-กรมปศุสัตว์ ผนึกกำลังอายัดตู้ต้องสงสัย เป็น "ขาไก่แข็ง" ลักลอบนำเข้า 32 ตู้ ตั้งแต่ปลายเดือนมกราคม 2569
จากกรณีที่สื่อได้นำเสนอข่าวกรณีมีตู้สินค้าประเภทขาไก่นำเข้าจากต่างประเทศจำนวน 32 ตู้ ณ ท่าเรือแหลมฉบังนั้น จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกันระหว่างกรมศุลกากร และกรมปุศุสัตว์ พบว่า บริษัทผู้นำเข้า สำแดงชนิดสินค้าเป็น Frozen Food ซึ่งทางการสืบสวนของกรมศุลกากรร่วมกับกรมปศุสัตว์ ต้องสงสัยว่าเป็นชาไก่แช่แข็ง นำเข้าโดยมิชอบ เจ้าหน้าที่ศุลกากรจึงได้ทำการอายัดตู้สินค้าที่ต้องสงสัยดังกล่าวไว้ ตั้งแต่ วันที่ 21 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา จำนวน 5 ตู้คอนเทนเนอร์ วันที่ 22 มกราคม 2569 จำนวน 26 ผู้คอนเทนเมอร์ และวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 จำนวน 1 ตู้ เพื่อรอการตรวจสอบต่อไป
ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีผู้มีส่วนได้เสียเข้ามาติดต่อ เพื่อปฏิบัติพิธีการ หรือแสดงความเป็นเจ้าของแต่อย่างใด โดยตู้สินค้าดังกล่าวมีประเทศตันทางจากประเทศมาเลเซีย น้ำหนักประมาณกว่า 700,000 กิโลกรัม และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนจีน น้ำหนักประมาณกว่า 143,000 กิโลกรัม ซึ่งการนำเข้าของตังกล่าวอาจเข้าข่ายกระทำความผิดฐาน "สำแดงเท็จเพื่อหลีกเลี่ยงขัอจำกัด ตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2560" และ "นำเข้าสินค้าโดยไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติ โรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2558" ซึ่งเป็นกฎหมายสำคัญที่ใช้ควบคุมการนำเข้าสินค้าเกษตรและปศุสัตว์ เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านโรคระบาดและรักษามาตรฐานความปลอดภัยทางอาหารของประเทศ
เจ้าหน้าที่ระบุว่า การนำเข้าเนื้อสัตว์ต้องได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องจากหน่วยงานกำกับดูแล พร้อมเอกสารรับรองแหล่งที่มาและการตรวจโรค หากฝ่าฝืนอาจมีโทษตามกฎหมาย การลักลอบนำเข้าสินค้าประเภทเนื้อสัตว์โดยไม่ผ่านกระบวนการตรวจสอบ อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคสัตว์ รวมถึงส่งผลกระทบต่อสุขภาพผู้บริโภคโดยตรง นอกจากนี้ ยังบิดเบือนกลไกตลาด สร้างความไม่เป็นธรรมแก่เกษตรกรและผู้ประกอบการที่ปฏิบัติดานกฎหมายอย่างคร่งครัด
ภายหลังการอายัดสินค้า เจ้าหน้าที่ลุกากรและเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์จะร่วมดำเนินการสืบสวนสอบสวนเพิ่มเติม เพื่อขยายผลไปยังผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในกระบวนการนำเข้า พร้อมดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด







