วันที่ 16 ก.พ. 2569 เวลา 08.00 น. ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยความคิดเห็นจากอดีตผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา หลังมีการนำเสนอแนวคิดพัฒนาระบบเลือกตั้งรูปแบบใหม่ โดยใช้บัตรประชาชนใบเดียวลงคะแนนผ่านระบบออนไลน์หรือเครื่องลงคะแนนเสียง ซึ่งสามารถใช้สิทธิ์ได้ทั่วประเทศ เพื่อแก้ปัญหาความไม่พร้อมในหน่วยเลือกตั้งและลดข้อกังวลเรื่องการทุจริต
นายศุกติชา ตันเจริญ (มดแดง) อดีตผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 ฉะเชิงเทรา พรรคประชาชน เปิดเผยว่า เห็นด้วยกับแนวคิดการใช้บัตรประชาชนใบเดียวเลือกตั้งได้ทั่วไทย โดยเฉพาะการเปิดโอกาสให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งนอกภูมิลำเนา สามารถลงคะแนนได้ทันทีผ่านระบบฐานข้อมูลที่เชื่อมโยงกับทะเบียนราษฎร์ ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชนได้อย่างมาก อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัว หากมีการใช้ลายนิ้วมือยืนยันตัวตนในขั้นตอนลงคะแนน เพราะอาจนำไปสู่การติดตามย้อนกลับได้ว่าใครเลือกผู้สมัครรายใด ซึ่งอาจกระทบต่อหลักการลงคะแนนลับ
นายศุกติชา ระบุด้วยว่า ประเทศไทยเคยมีเครื่องลงคะแนนเสียงเลือกตั้งที่ กกต.จ้างเอกชนผลิตมาก่อน แต่ยังไม่เคยนำมาใช้อย่างจริงจัง ทำให้กระบวนการเลือกตั้งยังมีช่องโหว่ โดยเฉพาะปัญหาการนับคะแนนและข้อกล่าวหาเรื่องบัตรเขย่ง หากนำระบบอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาช่วย จะช่วยลดความผิดพลาดจากมนุษย์ (Human Error) และเพิ่มความรวดเร็วในการประมวลผลคะแนน สำหรับพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา ตนมองว่า ปัญหาหนึ่งที่พบคือการสรรหากรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ที่ยังขาดแคลน ทำให้ กกต.ต้องพึ่งผู้นำท้องถิ่นในการคัดเลือกบุคลากร ส่งผลให้เกิดข้อกังวลเรื่องความเป็นกลาง เพราะบางหน่วยอาจมีบุคคลที่เป็นเครือญาติหรือมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ จึงอาจกลายเป็นช่องโหว่ต่อการทุจริตได้
นอกจากนี้ ยังสะท้อนเสียงจากประชาชนบางส่วนว่า เคยถูกผู้นำชุมชนชี้นำหรือกดดันให้ลงคะแนนให้ผู้สมัครบางราย พร้อมอ้างว่าสามารถตรวจสอบได้ว่าใครเลือกใคร ซึ่งสร้างความหวาดกลัวแก่ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง จึงเห็นว่าการใช้เทคโนโลยีที่โปร่งใสและตรวจสอบได้จะช่วยลดปัญหานี้ลง
ขณะเดียวกัน น.ส.อรกฤติย์ แววคล้ายหงษ์ (แป้ง) อดีตผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 ฉะเชิงเทรา พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เห็นด้วยกับการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เลือกตั้ง หากระบบอินเทอร์เน็ตและโครงสร้างพื้นฐานของประเทศมีความเสถียรเพียงพอ แต่หากบางพื้นที่ยังมีข้อจำกัด อาจเกิดปัญหาระบบล่มหรือการรวบรวมคะแนนล่าช้าได้ จึงจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมให้รอบด้านก่อนใช้งานจริง
ทั้งนี้ น.ส.อรกฤติย์ยังแบ่งปัญหาการเลือกตั้งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ปัญหาเชิงโครงสร้าง โดยมองว่า กกต.ควรมีความเป็นอิสระ โปร่งใส และกล้าบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคม ตั้งแต่การตรวจสอบเงินทุนหาเสียงจนถึงการลงโทษผู้ทุจริต ปัญหาเชิงปฏิบัติการ เช่น ความผิดพลาดจากมนุษย์ในการนับคะแนน หากนำเทคโนโลยีหรือระบบถ่ายทอดสดการนับคะแนนในหน่วยเลือกตั้งมาใช้ จะเปิดโอกาสให้ภาคประชาชนตรวจสอบได้มากขึ้นและเพิ่มความโปร่งใส
อดีตผู้สมัครทั้งสองเห็นตรงกันว่า หากสามารถพัฒนาระบบเลือกตั้งให้มีความโปร่งใส ใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม และเสริมความเข้มแข็งให้กับองค์กรผู้จัดการเลือกตั้ง ไม่ว่ารูปแบบการลงคะแนนจะเป็นแบบใด ก็จะช่วยลดข้อครหาและสร้างความเชื่อมั่นให้กับกระบวนการเลือกตั้งของประเทศได้ในระยะยาว








