ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความเฟซบุ๊ก: Prinya Thaewanarumitkul เมื่อ 15 ก.พ. 69 ระบุว่า
[ ระเบียบการเลือกตั้ง ส.ส. ข้อ 184 ให้เก็บต้นขั้วบัตรเลือกตั้งไว้ในหีบบัตร! ]
กกต. ชี้แจงว่า แม้ว่าจะมีการแสกนบาร์โค้ด และคิวอาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้ง จนรู้ได้ว่าใครเลือกใครได้ แต่บัตรและต้นขั้วบัตร “แยกเก็บ” จึงไม่มีปัญหาต่อหลักการเลือกตั้งโดยลับแต่อย่างใด
ผมจึงไปตามดูในระเบียบของ กกต. ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. (พ.ศ.2566) ว่าต้นขั้วบัตรถูกส่งไปที่ไหน ก็เจอข้อ 181 ที่กำหนดว่า บัตรเลือกตั้งที่เหลือ และ “ต้นขั้วบัตร” ให้ส่งไปที่ กกต. เขต
ผมก็ตามดูต่อว่า กกต. เขตจะส่งต้นขั้วบัตรไปไหนต่อ ปรากฏว่า ข้อ 184 กำหนดให้บุคคลหรือคณะบุคคลที่ กกต.เขตแต่งตั้งดำเนินการยุบรวมถุงใส่บัตรเลือกตั้งที่เหลือไม่เต็มเล่ม และ “ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง” ไป “บรรจุรวมไว้ในหีบบัตรเลือกตั้ง” สรุป คือทีแรกให้แยกกัน แต่สุดท้ายก็มาเก็บรวมกันในหีบบัตรเลือกตั้งครับ!
บัตรเลือกตั้ง และต้นขั้วไม่ได้เก็บแยกกัน และก็ไปเก็บรวมกันไว้ที่สถานที่เก็บหีบบัตรของแต่ละเขต โดยหีบบัตรไม่ได้มีการรัดสายรัด หรือผนึกไว้อย่างดี ใครไปยุ่มย่ามไม่ได้ อย่างที่ กกต. พยายามบอกให้ประชาชนเชื่อแต่ประการใด
อย่างที่เห็นในเพจของคุณ เอื้อการย์ อารามรักษ์ ที่มีภาพเป็นหลักฐานว่ามีการเก็บหีบบัตรและต้นขั้วบัตรไว้ด้วยกัน ดังนั้น เมื่อต้นขั้วและบัตรอยู่ด้วยกัน ก็สามารถไปแสกนดูจนรู้ได้ว่าใครเลือกใคร การเลือกตั้งครั้งนี้ก็ไม่มี “หลักการเลือกตั้งโดยลับ” อีกต่อไป กกต. จะอ้างแค่ว่าตอนกาไม่มีใครเห็นก็ฟังไม่ได้แล้ว เพราะแม้ตอนกาจะไม่มีคนอื่นเห็น แต่คนอื่นรู้ได้ในภายหลัง ซึ่งขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 85 แน่นอนครับ
แล้วต่อให้บัตรเลือกตั้งและต้นขั้วบัตรแยกกันเก็บ แต่หลักการเลือกตั้งโดยลับมันพังไปตั้งแต่ตอนนับคะแนนแล้ว เพราะคนซื้อเสียงสามารถถ่ายรูปบัตรเลือกตั้งที่กรรมการประจำหน่วยชูขึ้นมานับ มาแสกนได้หมดแล้วว่าใครเลือกใคร รู้ได้หมดแล้วว่าที่รับเงินไปเลือกหรือไม่ครับ!







