หวานสะพรั่งรับวาเลนไทน์! มก.กำแพงแสน เปิดเทศกาล “ชมพูพันธุ์ทิพย์ 2569” ชูรุกขมรดกคู่แผ่นดิน พร้อมโชว์โขนวิจิตรกลางอุโมงค์ดอกไม้
ปรากฏการณ์ถนนสายสีชมพูของประเทศเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการแล้วมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน เปิดบ้านต้อนรับฤดูกาลท่องเที่ยวที่สวยงามที่สุดแห่งปี ในพิธีเปิด “เทศกาลชมพูพันธุ์ทิพย์ ประจำปี 2569” ณ ถนนวัฒนา เสถียรสวัสดิ์ ท่ามกลางความงดงามของดอกชมพูพันธุ์ทิพย์ที่พร้อมใจกันบานสะพรั่งเป็นอุโมงค์ดอกไม้ธรรมชาติระยะทางกว่า 2 กิโลเมตร
เมื่อวันเสาร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 ดร.ดำรงค์ ศรีพระราม รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดงาน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและแขกผู้มีเกียรติร่วมตัดริบบิ้นท่ามกลางบรรยากาศคึกคักของเหล่านักท่องเที่ยว ไฮไลท์สำคัญในพิธีคือ การแสดงโขน อันวิจิตรตระการตาจากนักเรียน โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ซึ่งผสานศิลปะชั้นสูงเข้ากับบรรยากาศธรรมชาติได้อย่างลงตัว
ภายในงาน ผู้ร่วมงานยังได้รับฟังจุดเริ่มต้นของตำนานถนนสายนี้จาก นายมานิจ สุขีวงศ์ ผู้ปลูกและดูแลรักษาต้นชมพูพันธุ์ทิพย์มาอย่างยาวนาน ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2520 ร่วมกับ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ธีรนาฎ กาลปักษ์ จากภาควิชาพืชสวน คณะเกษตร กำแพงแสน ที่มาให้ความรู้เชิงวิชาการและการจัดการต้นไม้เหล่านี้จนกลายเป็น “รุกขมรดกของแผ่นดิน”
นายมานิจ สุขีวงศ์ ได้ถ่ายทอดเรื่องราวอันน่าประทับใจ โดยย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ. 2520 ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.วัฒนา เสถียรสวัสดิ์ (รองอธิการบดีวิทยาเขตกำแพงแสนคนแรก) มีนโยบายปลูกต้นไม้ใหญ่เป็นแนวกันลมและสร้างความร่มรื่น โดยได้รับมอบเมล็ดพันธุ์จาก ศาสตราจารย์ ระพี สาคริก อธิการบดีในขณะนั้น ซึ่งนำเมล็ดพันธุ์มาจากประเทศสิงคโปร์ จนเติบโตเป็นอุโมงค์สีชมพูที่ขึ้นทะเบียนเป็น “รุกขมรดกของแผ่นดิน”เมื่อปี 2562
ด้านดร.ดำรงค์ ศรีพระราม เผยถึงเบื้องหลังประวัติศาสตร์เชิงยุทธศาสตร์ของการปลูกต้นไม้ในพื้นที่แห่งนี้ว่า การบานสะพรั่งของชมพูพันธุ์ทิพย์ ในวันนี้ ไม่ใช่เรื่องของความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่คือวิสัยทัศน์ในการออกแบบนิเวศวิทยามาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2520 ก่อนที่จะมีการเริ่มเรียนการสอนที่วิทยาเขตกำแพงแสนด้วยซ้ำ ในเวลานั้นเราต้องการไม้ที่มีอัตราการเติบโตเร็ว มีทรงพุ่มที่สามารถทำหน้าที่เป็นแนวกันลม และสร้างร่มเงาเพื่อลดอุณหภูมิในพื้นที่ ซึ่งชมพูพันธุ์ทิพย์จากสิงคโปร์ตอบโจทย์ทั้งด้านความทนทานต่อสภาพอากาศและการจัดการทรัพยากรน้ำที่มีจำกัด นี่คือบทเรียนสำคัญที่มหาวิทยาลัยต้องการส่งต่อถึงสังคมว่า การปลูกต้นไม้ต้องเริ่มจากวัตถุประสงค์การใช้สอยและ ต้องสมดุลทางด้านนิเวศวิทยาเพื่อให้ต้นไม้เหล่านี้ทำหน้าที่เป็นปราการทางธรรมชาติที่ยั่งยืน และเป็นต้นแบบการจัดการเมืองสีเขียวให้กับหน่วยงานระดับท้องถิ่นและระดับชาติต่อไป
ปัจจุบัน มก.กำแพงแสน มีต้นชมพูพันธุ์ทิพย์รวมทั้งสิ้น 1,258 ต้น กระจายอยู่ตามแลนด์มาร์คสำคัญให้นักท่องเที่ยวได้ตามรอย ได้แก่
- แลนด์มาร์คหลัก: ถนนสายวัฒนา เสถียรสวัสดิ์ (ถนนสาย 1) จำนวน 580 ต้น
- จุดชมวิวทางน้ำ: สระพระพิรุณ 98 ต้น และถนนดินขอบบ่อ 6 อีก 236 ต้น
- พื้นที่ผ่อนคลาย: สวน 100 ปี (77 ต้น), พื้นที่หน้าสวนปรง (90 ต้น), บ่อ 6 (165 ต้น) และสวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา (12 ต้น)
นอกจากการชมดอกไม้ ประธานและคณะผู้บริหารได้พาเยี่ยมชมจุดเช็คอินที่ไม่ควรพลาด ได้แก่
- อุโมงค์ยูคาลิปตัส: เส้นทางสีเขียวขจีที่ทอดยาวกว่า 1.4 กิโลเมตร ท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่นและมุมถ่ายภาพสุดชิค
- ศูนย์การเรียนรู้นวัตกรรมเกษตร (KU INNOVATION LEARNING CENTER): พื้นที่จัดแสดงนวัตกรรมล้ำสมัยและผลิตภัณฑ์พรีเมียม สินค้าทางการเกษตร จาก THE PREMIUM @ KU KPS ที่สะท้อนความเป็นผู้นำด้านการเกษตรของมหาวิทยาลัย
นักท่องเที่ยวสามารถเข้าสัมผัสความโรแมนติกของเทศกาลชมพูพันธุ์ทิพย์ได้ตั้งแต่ วันที่ 11 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคม 2569 พร้อมขอความร่วมมือช่วยกันรักษาความสะอาดและไม่โน้มกิ่งถ่ายภาพหรือเด็ดดอกไม้ เพื่อส่งต่อความประทับใจนี้ให้แก่ผู้อื่นต่อไป
อัปเดตบรรยากาศรายวันได้ผ่านทาง Facebook: KU KPS Official หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 034-351540 (จันทร์-ศุกร์ 08.30–16.30 น.)
#KUKPS #ชมพูพันธุ์ทิพย์ #มกกพส #มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ #วิทยาเขตกำแพงแสน #รุกขมรดกของแผ่นดิน








