วันที่ 14 ก.พ.69 จากนางสาวธิษะณา ชุณหะวัณ อดีต สส.กทม.พรรคประชาชน กล่าวกับสื่อบางเเขนงว่า พรรคประชาชนใช้บริการบริษัทแห่งหนึ่ง มีที่ตั้งอยู่อาคารอนาคตใหม่ ชั้น 4 ย่านหัวหมาก กทม. ซึ่งเป็นที่ตั้งเดียวกับพรรคประชาชน คือชั้น 5 เเละยังบอกว่าบริษัทนี้รับทำงาน IO เเละงานด้านสื่อออนไลน์ ให้พรรคประชาชน
จากนั้น นายพริษฐ์ วัชรสินธุ์ โฆษกพรรคประชาชน ได้ไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊คพาสื่อเดินสำรวจอาคารอนาคตใหม่ เเละบริษัทดังกล่าว และยืนยันว่าที่ตั้งของพรรคประชาชนไม่มี IO ตามที่ถูกกล่าวหา
ทั้งนี้ มีรายงานว่า กรณีบัตรลงคะเเนนเลือกตั้งสส.สองใบที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า บาร์โค้ด เเละคิวอาร์โค้ดในบัตรลงคะเเนนเลือกต้้งทั้งสองใบ สามารถสืบค้นย้อนไปได้ว่าบัตรลงคะเเนนใบนั้น ประชาชนคนใดใช้เเละอาจไม่เป็นการลงคะเเนนลับตามที่กฎหมายเลือกตั้ง สส.กำหนด จนนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศรณ์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เข้ายื่นหนังสือต่อ กกต. เพื่อขอให้ กกต.เปิดเผยข้อมูลต้นขั้วและบัตรเลือกตั้ง รวมถึงกรณีบาร์โค้ด เเละคิวอาร์โค้ด บนบัตรเลือกตั้งเเละระบุว่าจะดำเนินการเอาผิดสำนักงานกกต.ทั้งทางอาญาเเละเเพ่งนั้น
ขณะเดียวกัน ในเว็บไซต์พรรคประชาชนในช่องการสมัครสมาชิกพรรคนั้น มีการให้ประชาชนที่สนใจสมัครเป็นสมาชิกพรรคกรอกข้อมูลส่วนบุคคลต่างๆ เเละสิ่งที่น่าสนใจคือขอให้ประชาชนกรอกเลขรหัสประจำตัวบัตรประชาขน 13 หลัก (เลขด้านหน้าบัตร ) เเลรหัส Laser ID (รหัส 12 หลักด้านหลังบัตร) ด้วย ทั้งๆที่ Laser ID เป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่กฎหมายคุ้มครอง (พรบ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พศ.2562 ) เเละจะเปิดเผยได้เมื่อมีคำสั่งศาล /เจ้าของบัตรประขาขนยินยอม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า Laser ID คือรหัสที่เจ้าของบัตรประชาชนจะใช้กรอกในการลงทะเบียนออนไลน์ ในการให้ข้อมูลส่วนบุคคลด้วยการเล็อกอินผ่านระบบคอมพิวเตอร์หรือให้ข้อมูลกับหน่วยงานรัฐ/สถาบันการเงิน เเละเมื่อพรรคประชาชนขอข้อมูลLaser ID นี้จากสมาชิกพรรคนั้น มีข้อสังเกตว่าพรรคใช้อำนาจกฎหมายฉบับใดดำเนินการ
เเม้เว็บไซต์พรรคประชาชนได้เเจ้งข้อความในการให้ผู้สนใจสมัครเป็นสมาชิกพรรคระบุ Laser ID ว่า “คำชี้แจงกรณีการขอข้อมูล Laser code หลังบัตรประจำตัวประชาชนในการสมัครสมาชิกพรรคและการบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดให้แก่พรรค ด้วยเหตุที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 กำหนดให้สมาชิกพรรคการเมืองต้องมีสัญชาติไทยโดยการเกิด ในกรณีเป็นผู้มีสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติต้องได้สัญชาติไทยมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี (มาตรา 24 ประกอบมาตรา 9 (1)) และการรับบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด พรรคการเมืองห้ามรับบริจาคจากบุคคลผู้ไม่มีสัญชาติไทย (มาตรา 74) ดังนี้ วิธีการตรวจสอบข้อมูลบุคคลที่มีสัญชาติไทยตามระบบฐานข้อมูลของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย จำเป็นต้องยืนยันด้วย “รหัสกำกับบัตรประจำตัวประชาชน” (Laser code) เพื่อให้สอดคล้องกับบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว จึงขออภัยในความไม่สะดวกอันเนื่องมาจากความจำเป็นทางกฎหมายฝ่ายทะเบียนสมาชิกพรรคประชาชน”
เเต่พบว่าเว็บไซต์ https://www.srakaeo.go.th/news-detail?hd=2&id=160024 ของจังหวัดสระเเก้วโพสต์เเจ้งไว้ว่า...“รู้ไหม..ทำไมถึงห้ามถ่ายสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนด้านหลังโดยเด็ดขาด 1. มีเลข Laser ID ที่ต้องใช้ร่วมกับเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก หน่วยงานของรัฐ และสถาบันการเงินใช้ทำธุรกรรม ตรวจสอบ และยืนยันตัวตน 2. อาจถูกสวมรอยนำข้อมูลในบัตรไปใช้ในทางผิดกฎหมาย หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในกรณีที่จำเป็นต้องถ่ายด้านหลังบัตร หรือต้องกรอกข้อมูลเลข Laser ID ให้ดำเนินการตามนี้
1.หากบางหน่วยงาน ยืนยันว่าต้องถ่ายสำเนาบัตรทั้งด้านหน้าและหลัง ให้เราปิดเลข Laser ID ตอนถ่ายสำเนา 2. หากต้องกรอกข้อมูลเลข Laser ID ด้านหลังบัตร ให้ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชั่นเหล่านั้น เป็นของหน่วยงานราชการและสถาบันการเงินจริงหรือไม่ และระวังเรื่องเว็บไซต์ปลอม
ที่สำคัญ! หากต้องใช้สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนในการยืนยันต่างๆ ให้ถ่ายสำเนาเฉพาะด้านหน้าบัตรเท่านั้น เพราะโดยลงชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง พร้อมระบุวัตถุประสงค์และวันที่ให้ชัดเจนทุกครั้ง เกร็ดความรู้เพิ่มเติม : 1. ในอดีตวันหมดอายุบัตรประจำตัวประชาชนจะอยู่ด้านหลังบัตร จึงต้องถ่ายทั้งหน้าและหลัง 2. ปัจจุบันสามารถใช้ข้อมูลจากในชิปการ์ดด้านหน้าบัตร แต่อาจจะยังไม่แพร่หลาย จึงมีบางหน่วยงานยังต้องใช้สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนอยู่ 3. กรมการปกครองประกาศมีประกาศตั้งแต่ 22 มีนาคม 2556 ว่าหน่วยงานของรัฐ, รัฐวิสาหกิจ และเอกชน ที่ยังจำเป็นต้องถ่ายสำเนาบัตรประชาชน ควรถ่ายสำเนาบัตรด้านหน้าเพียงด้านเดียว (ประกาศที่ มท ๐๓๐๙.๒/ว ๖๘๕๓) ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก เพจลุงทนายใจดี ปรึกษากฎหมายฟรี “
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีข้อสังเกตว่าพรรคการเมืองนั้นจัดตั้งขึ้นตามพรป.พรรคการเมือง โดยพรรคการเมืองไม่ใช่หน่วยงาน/องค์กรภาครัฐหรือสถาบันการเงินที่จะมีสิทธิตามกฎหมายในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนได้ เเม้พรรคประขาขนจะโพสต์เหตุผลไว้ในข้างต้น ในการขอLaser ID ของผู้จะสมัครเป็นสมาชิกพรรค เเต่เมื่อพิจารณาประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง เรื่องการรายงานทะเบียนสมาชิกพรรคการเมือง พศ.2560 ของสำนักงานกกต.
ข้อ 5 ระบุว่า เอกสารการรับสมัครสมาชิกพรรคการเมืองประกอบการรายงาน ตามข้อ 4 ประกอบด้วย
(1) สําเนาบัตรประจําตัวประชาชน (ที่ยังไม่หมดอายุ)
(2) สําเนาทะเบียนบ้านหน้า
(3) สําเนาหนังสือสําคัญการแปลงสัญชาติกรณีมีสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปีหรือเอกสารอื่นใดที่ใช้ยืนยันแทนได้
(4) สําเนาใบเสร็จรับเงินค่าบํารุงพรรคการเมือง
ข้อ 6ให้พรรคการเมืองเป็นผู้นําเข้าข้อมูลสมาชิกพรรคการเมืองในระบบฐานข้อมูลพรรคการเมืองของสํานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งตามข้อ 24(6) ของระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560และต้องให้สมาชิกพรรคการเมืองตรวจดูได้โดยสะดวก รวมทั้งประกาศชื่อตัวและชื่อสกุลของสมาชิกพรรคการเมืองให้ประชาชนทราบเป็นการทั่วไปด้วยเพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบความถูกต้อง
ดังนั้น กรณีนี้ พรรคประชาชนอาจจะเข้าข่ายละเมิดในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของสมาชิกพรรคได้ เเม้จะอ้างว่าสมาชิกพรรคยินยอมก็ตา เเละตอนนี้ข้อมูล https://party.ect.go.th/party-info/32 ของสำนักงานกกต.ระบุว่า พรรคประขาชนนั่น จำนวนสาขาพรรคมีหกเเห่ง จำนวนตัวเเทนพรรคมี71จังหวัด จำนวนสมาชิกพรรคมี110138คน เงินบริจาค95.92ล้านบาท จากผู้บริจาค51828ราย ส่วนเงินอุดหนุนให้เเก่พรรคการเมืองจากกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมืองปี2568นั้นพรรคประชาขนยังไม่ได้รับ เพราะพรรคประชาชนเปลี่ยนชื่อมาจากพรรคถิ่นกาขาวชาววิไล เเละขอเปลี่ยนชื่อบัญชีธนาคาร








