ตำรวจท่องเที่ยวรวบมาเฟีย”อิสราเอล”คาเกาะพะงันค้ายาครบวงจร ซุก "ถุงเท้า" วางพิกัดลับผ่าน WhatsApp มูลค่ากว่า 50 ล้าน
เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ภายใต้นโยบายของ พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผบช.ทท. ที่สั่งการให้ระดมกวาดล้างอาชญากรรมอย่างเข้มข้นในช่วงเทศกาลวาเลนไทน์และตรุษจีน ตำรวจท่องเที่ยวโชว์ผลงานชิ้นโบแดง บุกรวบเอเย่นต์ยาเสพติดรายใหญ่ชาวอิสราเอล พร้อมของกลางยาเสพติดเกือบทุกประเภท ซุกซ่อนช่องลับกระเป๋าเดินทางและใช้วิธีสุดล้ำเลี่ยงการตรวจจับพ.ต.ท.วินิจ บุญชิต สว.ส.ทท.5 กก.2 บก.ทท.3 นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนวางแผนล่อซื้อ หลังได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีชายชาวอิสราเอลลักลอบจำหน่ายยาเสพติดให้นักท่องเที่ยวในพื้นที่เกาะพะงัน ตำรวจท่องเที่ยวเกาะพะงัน บูรณาการร่วม บูรณาการร่วม ฝ่ายปกครอง โดยมี นายไพสิฐ ทองเจิม นายอำเภอเกาะพะงันชุดสืบสวนภ.จว.สุราษฎร์ธานี, สภ.เกาะพะงัน, ฝ่ายปกครอง และ ตม.สุราษฎร์ธานี โดยมีกรรมวิธีที่ซับซ้อนเพื่อเลี่ยงเจ้าหน้าที่1. ติดต่อผ่าน WhatsApp Business ใช้ชื่อเป็นภาษาฮิบรูในการเจรจาซื้อขาย2.ระบบพิกัดลับ (Drop-off) ผู้ขายจะไม่มาปรากฏตัว แต่จะส่งภาพพิกัดจุดที่ซ่อนยาเสพติด ซึ่งบรรจุไว้ใน "ถุงเท้าสีดำ" วางตามจุดอับต่างๆ3. การจ่ายเงิน เมื่อผู้ซื้อรับยาแล้ว จะต้องนำเงินสดใส่ไว้ในถุงเท้าเดิมแทนที่ยา
เจ้าหน้าที่จึงวางแผนให้สายลับทักแชทภาษาฮิบรูล่อซื้อคีตามีน 2 กรัม ในราคา 6,000 บาท โดยนัดหมายวางยาในซอยข้างร้านอาหารชื่อดังย่านบ้านศรีธนูเมื่อสายลับวางเงินและส่งวิดีโอยืนยันเจ้าหน้าที่ที่ซุ่มอยู่พบชายชาวต่างชาติขับรถจักรยานยนต์ Honda ADV 350 เข้ามาหยิบถุงเท้าใส่เงิน จึงแสดงตัวเข้าจับกุมทันที ผู้ต้องหาคือ นายชาย อัลฟาซี (Mr. Shai Alfasi) อายุ 42 ปี สัญชาติอิสราเอล เจ้าของร้านอาหาร "LOLA" บริเวณหาดหินกอง จากการขยายผลตรวจค้นภายในกระเป๋าเดินทางและช่องลับต่างๆ พบยาเสพติดจำนวนมหาศาล รวมมูลค่ากว่า 50 ล้านบาท ประกอบด้วย1.โคเคน 3 กิโลกรัม 2.คีตามีน 3 กิโลกรัม 3.MDMA (ยาอี) ประมาณ 3.5 กิโลกรัม และแบบเม็ด 262 เม็ด 4.LSD (แสตมป์มรณะ 1,778 กรัม 5.เฮโรอีน 15 กรัม 6.เห็ดขี้ควาย58 กรัม 7ยาอี "ลาบูบู้4 เม็ดแจ้งข้อกล่าวหาหลายกระทง * จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1, 2 และ 5 และวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 เพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) และวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 (คีตามีน) โดยผิดกฎหมาย
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวทราบว่ามีกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่เกาะพะงันรายใหญ่ทำการขายยาเสพติดผ่านแอพพลิเคชั่นWhatsAppเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการสืบสวนหาข่าวจนแน่ชัดและได้ทำการล่อซื้อผ่านทางแอพพลิเคชั่น WhatsApp Business ในกลุ่มกรุ๊ปของอิสราเอลจากการสืบสวนทราบว่า เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้วางแผนล่อซื้อทั้งผู้ค้ารายเล็กรายใหญ่และรวมทั้งผู้เสพรวบรวมข้อมูลต่างๆจนทราบว่ามีผู้ค้ารายใหญ่ ในห้วงระดมกวาดล้างวันที่ 9 กุมภาพันธ์ถึงวันที่ 15 จับกุมก่อนหน้านี้เป็นจำนวน6ราย ไปโทรวินิตบุญชิตสั่งการให้ชุดสืบสวนเก็บข้อมูลจนทราบว่า มีกลุ่มผู้ค้ารายใหญ่เป็นคนสั่งการในพื้นที่เกาะพะงัน พฤติกรรมในการสั่งซื้อเมื่อลูกค้าสั่งซื้อผ่านแอพพลิเคชั่น WhatsApp บิสสิเนสจะนำยาเสพติดมาวางตามจุดต่างๆและส่งโลเคชั่นให้กับลูกค้าในกรุ๊ปเมื่อลูกค้ารับของเสร็จก็จะนำเงินสดไปวางตามโลเคชั่นที่ทางผู้ค้ากำหนดที่สำคัญในกลุ่มลูกค้าเป็นกลุ่มชาวต่างชาติสัญชาติอิสราเอลกรุ๊ปนี้เมื่อทำการสั่งซื้อผ่านระบบ Business เป็นแอพพลิเคชั่น WhatsApp หลังจากนั้น 5 นาทีจะทำลายข้อความโดยอัตโนมัติ เมื่อเจ้าหน้าที่สืบทราบจนแน่ชัดและเห็นพฤติกรรมดังกล่าวจึงได้วางแผนรอซื้อผ่านแอพพลิเคชั่น WhatsApp เมื่อทำการสั่งซื้อทางผู้ค้าได้ส่งโลเคชั่นพร้อมวิดีโอถ่ายภาพยาเสพติดวางไว้ตรงจุดที่นัดหมายเจ้าที่ตำรวจจึงได้ส่งสายลับเข้าไปหยิบยาเสพติดพร้อมทั้งนางนำเงินล่อซื้อวางไว้ตามจุดที่ตกลงกัน เมื่อมาถึงเวลานัดพบว่า มีใช้ลักษณะคล้ายชายต่างชาติขับรถบิ๊กไบค์มาจอดตรงจุดนัดหมายพร้อมทั้งลงจากรถก้มลมหยิบเงินสดที่ใส่ไว้ในถุงเท้าเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตัวเข้าทำการตรวจค้นพบธนบัตรล่อซื้อตรงตามที่ลงประจำวันล่อซื้อไว้จึงได้ขยายผลตรวจค้นจนนำไปสู่การจับกลุ่มตรวจยึดยาเสพติด รายใหญ่ที่สุดบนเกาะพะงันเป็นชาวอิสราเอลรายนี้ นับว่าเป็นผู้ค้ารายใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่จับกุมมาและเป็นเครือข่ายที่ใหญ่ ผู้ค้ารายนี้ทำทีเปิดร้านอาหารบังหน้าแต่เบื้องหลังสุดแสบค้าขายยาเสพติดให้กับคุณนักท่องเที่ยวชายอิสราเอลด้วยกันนับว่าเป็นผู้ค้ารายใหญ่ที่สุดเท่าที่จะมามาในพื้นที่เกาะพะงัน
ทั้งนี้ทางท่าน พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำผบช.ทท.ได้กำชับหัวหน้าสถานีตำรวจท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวนำร่องและพื้นที่ไกล้เคียงเร่งให้กวาดล้างการกระทำผิดของกลุ่มชาวต่างชาติที่เข้ามาแฝงตัวก่ออาชญากรรมทุกรูปแบบให้ดำเนินคดีเด็ดขาดไม่เว้นทุกกรณี เพื่อสร้างภาพลักษณการท่องเที่ยวสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเท้ายวช่วงไฮซีซั่นนี้
ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เกาะพะงัน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และเตรียมขยายผลถึงเครือข่ายมาเฟียข้ามชาติที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระจายยาเสพติดในแหล่งท่องเที่ยวรายอื่นๆ ต่อไป
ภูมิภาค-81
#ตำรวจท่องเที่ยว #เกาะพะงัน #ข่าวอาชญากรรม #จับยาเสพติด #มาเฟียต่างชาติ #ข่าวด่วน #สุราษฎร์ธานี #ยาเสพติด #ทลายเครือข่ายยา #BreakingNews #ThailandNews #อาชญากรรมข้ามชาติ #WhatsApp #ข่าววันนี้ #ความปลอดภัยนักท่องเที่ยว #TouristPolice #Phangan #CrimeNews #ข่าวอาชญากรรมล่าสุด








