งานนมัสการพระมหาธาตุเจดีย์ศรีมหาสารคาม จัดมหกรรมแข่งขันเส็งกลองยาวอีสานครั้งที่ 2 มี 50 ทีมร่วมประชันพลังเสียง ชนะเลิศรับเงิน 100,000 บาท สะท้อน Soft Power วัฒนธรรมพื้นบ้านอีสาน ส่งเสริมท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของจังหวัด
เมื่อวันที่ 12 ก.พ.69 ที่วัดพุทธวนาราม (วัดป่าวังน้ำเย็น) ตำบลเกิ้ง อำเภอเมืองมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม นายสมเกียรติ วิริยะกุลนันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลแก่ผู้ชนะเลิศการประกวดเส็งกลองยาวในงานมหกรรมกลองยาวอีสาน (วัดป่าวังน้ำเย็น) ครั้งที่ 2 และการแสดงแสง สี เสียง งานนมัสการพระมหาธาตุเจดีย์ศรีมหาสารคาม ประจำปี พ.ศ. 2569 เนื่องในวาระอายุวัฒนมงคล 47 ปี พระราชวชิรปัญญาภรณ์ วิ. (หลวงพ่อสุริยันต์ โฆสปัญโญ) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมหาชัย พระอารามหลวง และประธานสงฆ์วัดพุทธวนาราม โดยมี หัวหน้าส่วนราชการ ภาคีเครือข่าย และประชาชนเข้าร่วมชมร่วมเชียร์โดยบรรยายกาศเป็นไปอย่างคึกคัก
สำหรับผลการประกวดเส็งกลองยาว รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีมพัฒนศิลป์บ้านฝาง รับเงินรางวัลจำนวน 100,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ทีมศิษย์ญาพ่อสร้างหลวง รับเงินรางวัลจำนวน 70,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ทีมลูกนักปราชญ์ รับเงินรางวัลจำนวน 50,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล และรางวัลชมเชย ได้แก่ ทีมเพชรภูเม็ง ซึ่งการจัดงานดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อน Soft Power ด้านศิลปวัฒนธรรม รวมทั้งเป็นเวทีให้เยาวชนและศิลปินพื้นบ้านได้แสดงความสามารถ ตลอดจนส่งเสริมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของจังหวัดมหาสารคามอย่างยั่งยืน
พระราชวชิรปัญญาภรณ์ วิ. (หลวงพ่อสุริยันต์ โฆสปัญโญ) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมหาชัย พระอารามหลวง และประธานสงฆ์วัดพุทธวนาราม จัดงานนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมและอนุรักษ์ศิลปะวัฒนธรรมด้านตนตรีพื้นบ้านอีสาน การละเล่นกลองยาวซึ่งเป็นเอกลักษณ์ และมรดกทางวัฒนธรรม ของชาวจังหวัดมหาสารคาม และเปิดโอกาส ให้เยาวชนและประชาชน ได้แสดงออกถึงความสามารถด้านศิลปะวัฒนธรรมดนตรี พื้นบ้านอีสาน และสร้างความภาคภูมิใจใจในภูปัญญาท้องถิ่น รวมทั้งเพื่อสร้างเครือข่ายในการอนุรักษ์และสืบทอดลปะวัฒนธรรมกลองยาวให้คงอยู่สืบไป ในการจัดงานครั้งนี้ ซึ่งมีวงกลองยาวจากหลายจังหวัดในภาคอีสาน เข้าร่วมประกวดทั้งหมด 50 ทีมเพราะกลองเส็งนอกจากจะเป็นการละเล่นแข่งขันด้านพละกำลังยังต้องใช้ความอดทน มีน้ำใจเป็นนักกีฬาอีกด้วย ในสมัยก่อนกลองเส็งใช้ตีบอกสัญญาณจากในวัดถึงชุมชน ใช้เป็นสัญญาณออกรบ และยังเป็นการละเล่นในบุญเดือน 3 และบุญเดือน 6 โดยสืบทอดต่อกันมานานกว่า 160 ปี ส่วนคำว่า “กลองเส็ง” หรือบางพื้นที่เรียก “กลองกิ่ง” ซึ่งคำว่า “เส็ง”ในภาษาอีสานมีความหมายว่า “แข่งขัน” การเส็งกลองเป็นการแข่งขันตีกลองพื้นบ้านของชาวอีสานที่มีมาตั้งแต่โบราณ มีการแข่งขันกันในแทบทุกจังหวัดของภาคอีสานและประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งนี้การเส็งกลองของชาวอีสานนิยมแข่งขันกันในงานบุญประเพณีต่างๆ
การเส็งกลอง คือ การตีกลองแข่งขัน วัดด้วยความแรง ( ดัง ) ของเสียง ในการวัดความดังของเสียง ภูมิปัญญาชาวบ้านดั้งเดิมใช้ภาชนะประเภทกระถางดินปากบานหรือกะละมังดินเผาใส่น้ำให้เต็มตั้งไว้ด้านหน้ากลองที่กำลังตีอยู่ หากน้ำในภาชนะของฝ่ายใดกระเพื่อมออกมามากกว่าถือว่าชนะ แต่ปัจจุบันใช้เครื่องวัดความดังของเสียงเป็นเครื่องวัด ซึ่งค่อนข้างจะเป็นมาตรฐานมากกว่าสมัยก่อน








