เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 18 มี.ค.2569 พล.ต.ต.ไพรัช พุกเจริญ ผบก.ตม.4 , พร้อมด้วยพ.ต.อ.กฤษฎากรณ์ กลิ่นเกษร รอง ผบก.ตม.4, พ.ต.อ.มณุวัฒน์ กอสนาน รอง ผบก.ตม.4,พ.ต.อ.ชยุต นิลประเสริฐ ผกก.สส.บก.ตม.4 , พ.ต.ท.รชต ธรรมนันท์ รอง ผกก.สส.บก.ตม.4 นำกำลังชุดสืบสวนลงพื้นที่ บูรณาการกำลังกับเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.1 บก.สส.ภ.4 นำโดย พ.ต.อ.สมภพ กองสมบัติ ผกก.สืบสวน1 บก.สส.ภ.4 และ พ.ต.ท.สืบวงศ์ สุดหนองบัว รอง ผกก.สืบสวน 1 บก.สส.ภ.4 เข้าทำการจับกุมนายซาง สัญชาติจีน ขณะหลบหนีอยู่ในสำนักสักยันต์แห่งหนึ่ง ในพื้นที่รอยต่อระหว่าง จ.ขอนแก่นและ จ.มหาสารคาม หลังหลบหนีหมายจับของตำรวจสากล เข้ามาในพื้นที่
พล.ต.ต.ไพรัช พุกเจริญ ผบก.ตม.4 กล่าวว่า สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองๆด้กหหนดนโยบาย เดินหน้าปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติอย่างเข้มข้น ตามนโยบาย Turn back Crimes พร้อมสั่งการ X-ray พื้นที่เป้าหมายทั่วประเทศ เพื่อกวาดล้างชาวต่างชาติที่ใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด โดย กก.สส.ตม.4 ได้รับการประสานจากทางการจีนว่า ต้องการตัว นายซ่าง (นามสมมุติ) ผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงจากประเทศจีน กลับไปดำเนินคดีตามกฎหมาย เนื่องจากผู้ต้องหาหลบหนีคดีฉ้อโกง ซึ่งมีมูลค่าความเสียหายสูงถึง 500 ล้านบาท
"จากการสืบสวนร่วมตำรวจสากล ,กก.สส.ตม.4 และ บก.สส.ภ.4 พบว่านายซ่าง มีพฤติการณ์ ร่วมกันเปิดบริษัทในรูปแบบนิติบุคคลและฉ้อโกงเงินประมาณ 500 ล้านบาท จากนักลงทุนจำนวนมากที่เข้ามาร่วมลงทุนในบริษัท และหลบหนีคดีมาซ่อนตัวยังประเทศไทย จึงทำการสืบสวนสอบาวนจนทราบว่าผู้ต้องหาได้หลบหนีมาประกอบพิธีกรรมตามความเชื่อแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ห่างไกลจากชุมชน ต้องเดินเท้าระยะไกลเข้าไปในบริเวณกลางป่าริมแม่น้ำชี ซึ่งตั้งอยู่ห่างไกลจากตัวหมู่บ้านพอสมควร จึงได้วางแผน ใช้เส้นทางเดินเท้านำกำลังเข้าทำการตรวจสอบ พบ นายซ่าง ผู้ต้องหารายดังกล่าว ขณะกำลังรอสักยันต์ตามความเชื่อว่า ความศักดิ์สิทธิ์ของยันต์จะทำให้ตนเองโชคดี และรอดพ้นจากการติดตามของเจ้าหน้าที่ได้"
ผบก.ตม.4 กล่าวต่อว่า ผู้ต้องหา ให้การรับว่า ตนเองอยู่ในประเทศไทยโดยเกินกำหนดอนุญาตมาระยะเวลาหนึ่ง และทราบดีว่า ตนเองมีคดีที่ประเทศจีน จึงอยากประกอบพิธีกรรมตามความเชื่อเพื่อให้พ้นจากการติดตามจับกุม ซึ่งจากการตรวจสอบในระบบสารสนเทศสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง Biometrics ปรากฏ นายซ่าง อยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด จึงแจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบว่า เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด คือ 331 วัน ซึ่งเจ้าตัวให้การรับสารภาพ จากนั้นเจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.ตม.4 ได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป








