ข่าวภูมิภาค

มวลชนกดดัน กกต.จันทบุรี แฉ 6 พิรุธเลือกตั้ง จี้นับคะแนนใหม่ทั้ง 3 เขต

แชร์ข่าว

สถานการณ์ตึงเครียดหน้าสำนักงาน กกต.จันทบุรี หลังมวลชนแฉ 6 พิรุธเลือกตั้ง ทั้งบัตรเขย่งนับหมื่น สายรัดหีบขาด และเอกสารต้องสงสัย ยื่นคำขาด 48 ชั่วโมงให้นับคะแนนใหม่ทั้ง 3 เขต หากไร้คำตอบเตรียมยกระดับเคลื่อนไหว

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 11 ก.พ. 69 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดจันทบุรี สถานการณ์การตรวจสอบผลการเลือกตั้ง สส.จันทบุรี ทวีความตึงเครียดถึงขีดสุด เมื่อกลุ่มมวลชนและตัวแทนภาคประชาชน นำโดย นายนิติกร พันธ์มุกดา และ น.ส.ญาณณิชา บัวเผื่อน อดีต สส.พรรคประชาชน รวมตัวปักหลักหน้าสำนักงาน กกต. จังหวัด เพื่อยื่นคำขาดให้มีการนับคะแนนใหม่ทั้ง 3 เขตเลือกตั้ง หลังพบความผิดปกติที่ส่อไปในทางไม่โปร่งใสหลายประการ

ด้าน น.ส.ญาณธิชา บัวเผื่อน อดีต สส.พรรคประชาชน เปิดเผยข้อมูลจากการรวบรวมข้อสังเกตของพรรคและมวลชนในพื้นที่ โดยระบุถึงความผิดปกติที่มีนัยสำคัญว่า พบการใช้ผลิตภัณฑ์ลบคำผิดหรือลิควิดแก้ไขข้อมูลในใบ ส.ส. 5/18 ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดระเบียบ กกต. อย่างชัดเจนที่ต้องใช้วิธีขีดฆ่าและเซ็นกำกับเท่านั้น นอกจากนี้ยังเกิดปรากฏการณ์ "บัตรเขย่ง" จำนวนมหาศาล โดยในเขตเลือกตั้งที่ 1 พบส่วนต่างกว่า 4,000 ใบ และเขตที่ 2 พบสูงถึงกว่า 7,000 ใบ ซึ่งคำชี้แจงของ กกต. ที่ระบุว่าเป็นความผิดพลาดของระบบ ECT Report นั้น ไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคประชาชนได้

นอกจากปมตัวเลขคะแนนแล้ว ยังมีการแฉข้อมูลการส่งหีบบัตรที่ล่าช้าผิดปกติ โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอแหลมสิงห์ที่ใช้เวลาถึง 2-3 วันหลังวันเลือกตั้งกว่าหีบจะเดินทางมาถึง กกต. จังหวัด รวมถึงพบข้อสงสัยเรื่องลายมือชื่อในเอกสารเล่มสีขาวหลายฉบับที่มีลักษณะคล้ายเป็นลายมือจากบุคคลเดียวกันทั้งหมด และมีการส่งเอกสารกลับไปแก้ไขตามหน่วยต่างๆ ภายหลัง ซึ่งพฤติการณ์ทั้งหมดนี้ทำให้มวลชนไม่สามารถยอมรับผลการเลือกตั้งในครั้งนี้ได้

ล่าสุด กลุ่มผู้ชุมนุมได้ประกาศมติร่วมกันขีดเส้นตายให้เวลา กกต. จันทบุรี เพียง 2 วัน ในการประสานงานกับ กกต. ส่วนกลางเพื่อหาความชัดเจนและคำสั่งอนุมัติให้นับคะแนนใหม่ทั้ง 3 เขต โดยในช่วงเวลา 48 ชั่วโมงนี้ ทางกลุ่มมวลชนจะเร่งรวบรวมหลักฐานทั้งภาพนิ่งและวิดีโอเพิ่มเติมเพื่อเตรียมยื่นเอาผิดตามกฎหมาย หากพ้นกำหนดเวลาแล้วยังไม่มีความชัดเจนในการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม มวลชนพร้อมที่จะยกระดับการทวงถามความยุติธรรมต่อไป ท่ามกลางการจับตามองอย่างใกล้ชิดจากสื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศ

ต่อมา ทาง กตต. ได้เปิดห้องเก็บรักษาหีบบัตรเลือกตั้ง นำสื่อมวลชนและตัวแทนมวลชนเข้าตรวจสอบเพื่อหวังคลายความกังวล แต่กลับกลายเป็นการเผชิญหน้าและตอบโต้ด้วยข้อมูลอย่างดุเดือด เมื่อแกนนำมวลชนพบหลักฐาน พยายามตั้งคำถามเรื่องสายเคเบิลไทร์ ที่ใช้รัดหีบบัตรมีหลุดและถูกตัด รวมถึงสีของสายรัดที่ไม่ตรงกับรุ่นที่ใช้จริง ตลอดจนหมายเลขซีเรียลนัมเบอร์ และปีผลิตที่พบความไม่สอดคล้องกับเอกสาร ตลอดจนร่องรอยการเซ็นชื่อกำกับที่ส่อแววผิดปกติ โดยทาง เจ้าหน้าที่ กกต.ได้อธิบายตอบคำถามทุกประเด็น ว่าเป็นไปตามขั้นตอนการดำเนินงานของ กกต.ที่ชัดเจนและสามารถตรวจสอบได้