ตำรวจภูธรภาค 4 เปิดปฏิบัติการเด็ดปีกเครือข่ายยานรก จับกุมนักบินลำเลียงยาเสพติดคาด่านพื้นที่ อ.เซกา จ.บึงกาฬ ยึดยาบ้า 108,000 เม็ด พร้อมอาวุธปืน ผู้ต้องหารับสารภาพรับค่าจ้าง 30,000 บาท
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 6 ก.พ.69 ที่ บก.สส.ภ.4 (กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 4) พล.ต.ต.ภูมิพัฒน์ ภัทรศรีวงษ์ชัย ผบก.สส.ภ.4 เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนภาค 4 ได้เปิดปฏิบัติการ เด็ดปีกเครือข่ายยานรก เพื่อสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ชายแดนแม่น้ำโขง ก่อนส่งเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ ตามนโยบายการป้องกัน สกัดกั้น และปราบปรามยาเสพติดของรัฐบาลซึ่งชุดสืบสวน กก.สืบสวน 1 บก.สส.ภ.4 ได้รับข้อมูลว่าจะมีการลักลอบขนยาเสพติดจำนวนมากจากพื้นที่ชายแดนแม่น้ำโขง จังหวัดบึงกาฬ เพื่อนำไปส่งยังพื้นที่ตอนในของประเทศ โดยใช้รถยนต์กระบะเชฟโลเลต สีแดง ทะเบียนกรุงเทพฯ เป็นยานพาหนะ จึงได้วางแผนติดตามสืบสวน จนกระทั่งเจ้าหน้าที่พบรถยนต์ต้องสงสัยขับอยู่บนทางหลวงหมายเลข 212 มุ่งหน้าไปยัง อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ จึงติดตามอย่างใกล้ชิด ก่อนเข้าทำการสกัดกั้นในพื้นที่อำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ ซึ่งเป็นบริเวณสี่แยกไฟแดง ถนนแคบ สามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ และควบคุมตัว นายวี (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี ชาวตำบลศรีสุทโธ อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี
จากการตรวจค้นภายในรถ พบกระสอบพลาสติกสีดำจำนวน 1 กระสอบ วางอยู่เบาะหลังคนขับ ภายในบรรจุยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 108,000 เม็ด นอกจากนี้ยังพบอาวุธปืนจำนวน 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนปืนจำนวน 16 นัด ซุกซ่อนอยู่ภายในช่องเก็บของด้านข้างคนขับสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหารับสารภาพว่ายาบ้าและอาวุธปืนพร้อมเครื่องกระสุนทั้งหมดเป็นของตนเอง โดยมีบุคคลรู้จักว่าจ้างให้นำยาบ้าไปวางทิ้งไว้บริเวณแยกบ้านผือ จุดทางตรงจากถนนมิตรภาพไป อ.บ้านผือ หากส่งสำเร็จจะได้รับค่าจ้าง 30,000 บาท จึงรับทำหน้าที่เป็นนักบินลำเลียงยาเสพติด แต่ยังไม่ทันส่งของก็ถูกจับกุมเสียก่อน ทั้งนี้จากการตรวจปัสสาวะ พบผลเป็นบวกต่อสารเมทแอมเฟตามีน
พล.ต.ต.ภูมิพัฒน์ กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบรถยนต์ที่ใช้ลำเลียงยาเสพติด พบว่าผู้ต้องหาซื้อรถกระบะคันดังกล่าวมาจากเพจซื้อขายรถหลุดจำนำทางเฟซบุ๊ก ในราคา 170,000 บาท เมื่อประมาณ 3 เดือนที่ผ่านมา ส่วนอาวุธปืนเป็นปืนแบลงค์กันดัดแปลงลำกล้อง ขนาด .380 จำนวน 1 กระบอก พร้อมซองกระสุน 1 ซอง และเครื่องกระสุนขนาดเดียวกันจำนวน 16 นัด ไม่มีทะเบียน ซื้อจากเพื่อนในราคา 10,000 บาท โดยอ้างว่าใช้ไว้เพื่อป้องกันตัวนอกจากนี้ จากการตรวจสอบประวัติผู้ต้องหา พบว่าเคยต้องโทษคดีอาญา 2 คดี ได้แก่ คดีขับขี่รถขณะเสพยาเสพติด และคดีเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ของ สภ.บ้านแพง จังหวัดนครพนม และคดีมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ในปริมาณเพื่อการค้า ของ สภ.ดงเย็น จ.อุดรธานี รวมทั้งมีประวัติเป็นบุคคลพ้นโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติด และพระราชบัญญัติจราจรทางบก โดยพ้นโทษจากเรือนจำอำเภอบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา เมื่อปี 2566
"การจับกุมครั้งนี้เชื่อว่ายังมีเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดที่ลักลอบลำเลียงยาบ้าข้ามแม่น้ำโขง เพื่อนำเข้าสู่พื้นที่ส่วนกลางของภาคอีสาน เจ้าหน้าที่จะเร่งขยายผลติดตามจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างไรก็ตามภายหลังการสอบสวน เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการยึดทรัพย์ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด โดยยึดรถยนต์กระบะเชฟโลเลต สีแดง จำนวน 1 คัน มูลค่า 745,000 บาท พร้อมแจ้ง 5 ข้อหาประกอบด้วย จำหน่ายโดยการมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) เพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า , เป็นผู้ขับขี่รถขณะเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) , เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) , มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต , พาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่มีเหตุสมควร ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เซกา จ.บึงกาฬ ดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป"







