วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 ที่เคซิตี้ บางปู เมืองใหม่ จังหวัดสมุทรปราการ นายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล หัวหน้าพรรคปวงชนไทย แคนดิเดตนายกฯพรรคปวงชนไทย หมายเลข 23 นำทัพ กรรมการบริหารพรรคและที่ปรึกษา รวมถึงผู้สมัครสส.ทั้งแบบบัญชีรายชื่อและแบบแบ่งเขตทั่วประเทศ เปิดเวทีปราศรัยใหญ่โค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยมีประชาชนเดินทางมาร่วมฟังการปราศรัยจำนวนมาก แน่นลานเคซิตี้พาร์ค บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก โดยก่อนเริ่มเวทีนายอนันตชัย คุณานันทกุล ประธานที่ปรึกษาพรรค และคุณแม่อุไร คุณานันทกุล ได้ขึ้นคล้องพวงมาลัยดอกดาวเรืองเพื่อสร้างขวัญกำลังใจ อวยพรนายเอกสิทธิ์และผู้สมัครทุกคนของพรรคปวงชนไทย ให้คว้าชัยชนะในศึกเลือกตั้งครั้งนี้
โดยนายเอกสิทธิ์ กล่าวปราศรัยช่วงหนึ่งว่า วันนี้ตนดีใจที่มีโอกาสได้มาพูดต่อหน้าพ่อแม่พี่น้องประชาชน ที่ผ่านมาปัญหาของบ้านเรากำลังป่วยหนัก ซึ่งค่าแรงไม่พอใช้ ประชาชนสู้มากแต่ก็ไม่รวยเสียที นี่คือจุดหนึ่งที่ทำไมถึงต้องมีพรรคปวงชนไทย
นายเอกสิทธิ์ กล่าวอีกว่า เราเห็นว่า พวกเราควรมาร่วมกันแก้ปัญหาบ้านเมือง ที่ผ่านมาคนที่รวยในประเทศไทยมีแค่กลุ่มเดียวคือนักการเมือง และ4 ปีที่ผ่านมามีการเลือกตั้ง ตำแหน่งรัฐมนตรี เกิดการหมุนเวียน ทำงานไม่เกิดความต่อเนื่อง มีปัญหาการเมืองแบ่งสีแบ่งข้างทะเลาะกันมา 20 ปีไม่เคยมีใครได้ประโยชน์ นักการเมืองทะเลาะกันทุกวัน แย่งชิงอำนาจกัน ซึ่งต้องให้พรรคปวงชนไทย เข้ามาจัดการปัญหาเหล่านี้ ที่ไม่เคยมีใครมาแก้ไขได้ อีกทั้งที่ผ่านมา GDP ของประเทศก็ต่ำที่สุดในรอบ 10 ปี คนยากคนจนก็มีอยู่เหมือนเดิม
“วันนี้พรรคการเมืองเก่าๆที่เคยทำมา ไม่เคยทำสำเร็จ ชูแต่นโยบายประชานิยม ออกมาแจกเงินทุกวัน ซึ่งถามว่าการแจกเงินเป็นการแก้ปัญหาหรือไม่ เราต้องแก้หนี้ให้ประชาชน แล้วสร้างงาน เพื่อให้เขามีรายได้อย่างยั่งยืน ไม่ใช่แจกเงินมาเพื่อให้จ่ายหนี้ถ้ามองถึงอนาคตหากประเทศไทยเป็นเช่นนี้ต่อไป คงไปไม่รอด และวันนี้พรรคปวงชนไทย เห็นแล้วทนไม่ได้กับพรรคการเมืองเก่าๆ ที่เข้ามากี่รอบก็เหมือนเดิม ซึ่งเราก็เลือกอีก วันนี้มีการเมืองไทยสู้กัน 2-3 สี ตนมองว่าไม่ควรเกิดขึ้น เราควรเลือกพรรคการเมืองใหม่ที่มีคุณภาพ ซึ่งตนในฐานะที่เป็นผู้บริหารมาทั้งชีวิตก็พร้อมที่จะทำงานและแก้ไขปัญหา”
นายเอกสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ภายใต้การนำของพรรคปวงชนไทย วันนี้คนไทยสู้แล้วต้องรวย สู้แล้วชีวิตต้องดีขึ้น สู้แล้วประเทศต้องดีขึ้น ที่ผ่านมายิ่งสู้ ยิ่งจน เกิดอะไรขึ้น เพราะปัญหาอยู่ที่คอร์รัปชัน ซึ่งต้องแก้ไขจากนักการเมืองและข้าราชการที่เอาเงินของเราไป วันนี้เราต้องช่วยกันป้องกัน อย่าให้คอร์รัปชันกลับมา ทุกคนต้องช่วยกันจับตาวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ก็ต้องเลือกคนดีๆเข้ามาทำงาน เพราะเราไม่ว่าจะมีโอกาสหรือไม่มี เป็นคนรวยหรือคนจน ทุกคนก็เท่าเทียมกัน เรามี 1 เสียงเท่ากัน เราต้องเลือกคนดีเข้าสภา ต้องการพรรคดีๆ พรรคเดิมที่เคยทำมาแล้ว ทำไม่ได้อย่าไปเลือกอีก ขอให้ลองพรรคใหม่ และคนที่จะแก้ไขปัญหาบ้านเมืองได้ดีที่สุดคือ พ่อแม่พี่น้องประชาชนเองที่เดินเข้าคูหาแล้วกาลงคะแนน นั่นคือจุดหนึ่งที่สามารถเปลี่ยนประเทศได้ วันนี้พรรคปวงชนไทยมองถึงโอกาสของทุกคน เราต้องทำบ้านเมืองให้ดีกว่าเดิม ต้องเปลี่ยนแปลงให้ได้ ต้องสร้างความสุขให้คนไทยและกลับมามีรอยยิ้มอีกครั้ง ขอให้วันที่ 8 กุมภาพันธ์ ลงคะแนนเลือกเบอร์ 23 พร้อมกันทั่วประเทศ
สำหรับการปราศรัยใหญ่พรรคปวงชนไทยวันนี้ ได้มีการประกาศสโลแกน “หัวใจคู่ สู้แล้วรวย” เพื่อตอกย้ำ นโยบายยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย สร้างคน สร้างงาน สร้างอาชีพ รายได้ต้องเพิ่ม ปลดล็อกจังหวัด อวสานหนี้ จบมาต้องมีงานทำดูแลสวัสดิภาพแรงงานไทยทั้งในและนอกระบบอย่างทั่วถึงเท่าเทียม
ในส่วนของผู้ประกอบการนั้น พรรคปวงชนไทย เตรียมจัดหาแหล่งทุนเสริมสภาพคล่อง อีกทั้งให้ความสำคัญกับทุกชีวิตในครอบครัว ด้วยนโยบายฮิตโดนใจคนรักสัตว์อย่าง “บัตรทองเพื่อน้องหมาแมว” มุ่งออกมาเพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายผู้เลี้ยงผู้ปกครองที่มีกว่า 6 ล้านครัวเรือน ปัจจุบันมีสุนัขและแมวทั่วประเทศ กว่า 21 ล้านตัว ต้องมีการจัดระเบียบในการเลี้ยง การลงทะเบียนและการรับวัคซีน ทำหมัน เป็นการทำระบบสัตว์เลี้ยงให้มีความเหมาะสมกับพื้นที่เลี้ยงในชุมชน ให้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข








