จากกรณีเหตุการณ์ชิงทรัพย์ร้านทองกลางห้างสรรพสินค้าในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 กพ.ที่ผ่าน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทองกลางห้างสรรพสินค้าในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ได้แล้ว โดยผู้ก่อเหตุเป็นเยาวชนชาย อายุ 15 ปี ชาวจังหวัดสงขลา ก่อเหตุที่ร้านห้างทองบูรพา ภายในห้างสรรพสินค้าโลตัส สาขาหาดใหญ่ ตั้งอยู่ในพื้นที่ ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ ซึ่งอยู่ตรงข้ามมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ โดยได้ทองคำรูปพรรณไปน้ำหนักรวมประมาณ 33 บาท ก่อนหลบหนีออกจากจุดเกิดเหตุอย่างรวดเร็ว
หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คอหงส์ ร่วมกับตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา และตำรวจภูธรภาค 9 ได้เร่งคลี่คลายคดีอย่างต่อเนื่อง ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดภายในห้างและเส้นทางโดยรอบ รวมถึงรวบรวมพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ จนสามารถระบุตัวผู้ต้องสงสัยและทราบเส้นทางหลบหนีได้อย่างชัดเจน
จากการสืบสวนพบว่า ภายหลังการก่อเหตุ ผู้ต้องหาได้นำทองคำของกลางไปฝากซุกซ่อนไว้กับเพื่อนในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ ก่อนเดินทางหลบหนีโดยเครื่องบินจากท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ ไปลงที่ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง และต่อรถโดยสารประจำทางไปยังจังหวัดอุบลราชธานี โดยมีพฤติการณ์เตรียมหลบหนีออกนอกราชอาณาจักร
กระทั่งเมื่อเวลา 18.45 น. วันที่ 4 กุมภาพันธ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปราม ได้สนธิกำลังร่วมกับตำรวจภูธรภาค 9 เข้าควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดอุบลราชธานี ขณะเจ้าหน้าที่แสดงตัวเข้าตรวจสอบ ผู้ต้องสงสัยพยายามหลบหนี จึงถูกควบคุมตัวไว้ได้โดยทันที และจากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุชิงทองดังกล่าวจริง
จากนั้นผู้ต้องหาได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับจุดซุกซ่อนทองคำของกลาง ซึ่งเป็นห้องพักของเพื่อน บนอาคารอะพาร์ตเมนต์ชั้น 3 ถนนนิพัทธ์สงเคราะห์ 5 ซอย 4 เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน 9 จึงเข้าตรวจสอบ พบทองคำรูปพรรณซุกซ่อนอยู่ภายในถุงผงซักฟอก ใส่ในกระเป๋าสะพายผู้หญิง ใช้เสื้อยืดสีดำคลุมอำพราง และเก็บไว้ในตู้เสื้อผ้า รวมของกลางที่ตรวจยึดได้จำนวน 30 เส้น แบ่งเป็นสร้อยคอ 20 เส้น และสร้อยข้อมือ 10 เส้น
พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยผู้บังคับบัญชาระดับสูงของตำรวจภูธรภาค 9 ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบของกลางด้วยตนเอง พร้อมระบุว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบรายละเอียดของทองคำทั้งหมดอย่างละเอียด เนื่องจากจำนวนทองที่ตรวจยึดได้ยังไม่ครบตามที่มีการแจ้งว่าถูกชิงไป 33 เส้น รวมถึงเร่งขยายผลสอบสวนเพื่อนผู้ต้องหาที่รับฝากทอง ว่ามีส่วนรู้เห็นหรือเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดหรือไม่
สำหรับแรงจูงใจในการก่อเหตุ ผู้ต้องหาให้การว่า สาเหตุหลักมาจากการติดเกมออนไลน์ และได้รับการชักชวนจากเพื่อนที่เล่นเกมด้วยกันซึ่งเป็นชาว สปป.ลาว โดยมีการพูดคุยลักษณะคล้ายการทำ “ภารกิจ” ให้ไปชิงทอง จากนั้นให้นำไปฝากไว้ก่อนและค่อยลำเลียงออกนอกประเทศ ทั้งนี้หลังลงมือก่อเหตุ ผู้ต้องหาได้นำรถจักรยานยนต์ที่ใช้หลบหนีไปจอดทิ้งไว้ในพื้นที่อำเภอนาหม่อม ก่อนเรียกรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชันไปยังสนามบินหาดใหญ่
ต่อมาผู้ต้องหาเดินทางไปยังสนามบินดอนเมือง และนั่งรถโดยสารจากสถานีขนส่งหมอชิต 2 มุ่งหน้าสู่จังหวัดอุบลราชธานี โดยมีเป้าหมายจะเดินทางต่อไปยังอำเภอเขมราฐ และลักลอบข้ามชายแดนไปยัง สปป.ลาว แต่ถูกจับกุมได้เสียก่อน
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ชื่นชมการทำงานของทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง ซึ่งสามารถคลี่คลายคดีและติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้ภายในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง โดยผู้ต้องหาจะถูกนำตัวกลับมาดำเนินคดีตามกฎหมายเยาวชนและครอบครัว ณ สถานีตำรวจภูธรคอหงส์ ต่อไป







