สาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน ย้ำ พร้อมดูแลเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิต กรณีไฟไหม้ ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างกระบวนการสอบสวนตามหลักวิทยาศาสตร์และขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง
เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 ที่บ้านดงสงัด ต.แม่สะเรียง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ลูกๆ ญาติพี่น้องได้เตรียมจัดสถานที่เพื่อรอรับศพของ นายแปะคอย วัย 75 ปี กรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้ห้องแยกโรค 3 (ความดันลบ) ชั้น 5 ตึกสาละวิน โรงพยาบาลแม่สะเรียง เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาประมาณ 04.30 น. และ ได้มีการนำศพผู้เสียชีวิต ไปทำการตรวจชันสูตรทางนิติวิทยาศาสตร์ ที่ จ.เชียงใหม่ โดยญาติจะนำศพกลับมาบำเพ็ญกุศลที่บ้านดงสงัดในช่วงเย็นของวันนี้ ซึ่งจะเป็นการสวดอภิธรรมวันแรก
นายแพทย์ทศพล ดิษฐ์ศิริ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้เปิดเผยกับสื่อมวลชนในเบื้องต้นกับเหตุการณ์ไฟไหม้ห้องแยกโรค 2 (ความดันลบ) ชั้น 5 ตึกสาละวิน ของ รพ.แม่สะเรียง ว่า ในเบื้องต้น คาดว่า อาจจะเกิดจาก 2 สาเหตุ คือ ส่วนระบบไฟฟ้าในห้องซึ่งเป็นแผงวงจร หรือ เกิดจากอุปกรณ์เครื่องมือทางการแพทย์ ซึ่งต้องรอผลพิสูจน์ของกองพิสูจน์หลักฐาน ในการชี้ชัดว่าต้นเพลิงเกิดจากสาเหตุอะไร โดยเมื่อวานนี้ สสจ.แม่ฮ่องสอน ได้เดินทางประชุมหารือ และ ให้กำลังใจแก่ผู้บริหารและบุคลากรโรงพยาบาลแม่สะเรียง จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมรับฟังการดำเนินงานและการบริหารจัดการของโรงพยาบาลในภาพรวม ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ ได้เน้นย้ำการดูแลเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเหมาะสมและต่อเนื่อง การดำเนินงานตามกระบวนการด้วยความรอบคอบ โปร่งใส และการทบทวนระบบความปลอดภัยของสถานพยาบาล เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน ผู้รับบริการ และบุคลากรทุกระดับ อย่างไรก็ตาม ทางทีมผู้บริหารยืนยัน ดูแลค่าใช้จ่ายในการจัดการศพให้ทั้งหมด รวมถึงติดต่อพูดคุยกับญาติผู้เสียชีวิต เพื่อหากระบวนการเยียวยาอย่างเต็มความสามารถ
ในส่วนของครอบครัวผู้เสียชีวิต นายเซ่งโจ่ มุ่งมั่นเพชร ซึ่งเป็นลูกชาย ที่นอนเฝ้าพ่อในคืนเกิดเหตุ ได้เปิดเผยว่า ได้ยินเสียงพ่อเรียก ตอนนั้นเห็นแค่ไฟไหม้บริเวณช่วงขา แต่ไม่สามารถดับได้ จึงวิ่งออกไปเรียกพยาบาล กลับเข้ามาควันก็คลุ้งเต็มห้องทำอะไรไม่ได้แล้ว
ขณะที่ นางสาวพิมพ์พร มุ่งมั่นเพชร ลูกสาวคนสุดท้อง ก็เล่าถึงเหตุการณ์จากคำบอกเล่าของพี่ชาย ซึ่ง พ่อเข้าโรงพยาบาลด้วยโรคปอดและเป็นวัณโรคทางหมอจึงให้ไปอาศัยอยู่ห้องแยกโรค ซึ่งอยู่ด้านในสุดของอาคารสาละวิน ชั้น 5 พึ่งนอน รพ.ได้เพียง 1 วัน เท่านั้น ตนเองก็รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และ สงสัยว่า ทำให้โรงพยาบาลถึงไม่มีระบบการแจ้งเตือนเมื่อเกิดไฟไหม้ ในเบื้องต้น ทาง รพ.พร้อมจะดูแลค่าใช้จ่ายและเยียวยาให้กับครอบครัวตนเอง ซึ่งจะมีการพูดคุยกันอีกครั้ง เมื่อศพของพ่อเดินทางมาถึงในช่วงเย็นของวันนี้








