ข่าวภูมิภาค

ผู้ว่าฯ บุรีรัมย์ สั่งเร่งตั้งผู้ปกครอง ดูแลบัญชีเด็ก 10 ขวบ เหยื่อรถไฟมรณะ หลังลือเงินหายหลักล้าน

แชร์ข่าว

ผู้ว่าฯ บุรีรัมย์ กำชับ พมจ.และหน่วยงานเกี่ยวข้อง เร่งแต่งตั้งผู้ปกครองโดยชอบด้วยกฎหมาย และตรวจสอบบัญชีเงินเยียวยาของเด็กชายวัย 10 ขวบ เหยื่อเครนทับรถไฟ ห่วงไม่ได้รับความเป็นธรรม หลังกระแสข่าวลือเงินช่วยเหลือกว่า 1 ล้านบาทถูกถอนแล้ว

วันที่ 2 ก.พ.69 นายปิยะ ปิจนำ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ได้มอบหมายให้สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งดำเนินการยื่นคำร้องขอแต่งตั้งผู้ปกครองโดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับผู้เยาว์ เพื่อดูแล ด.ช.ธนกร อายุ 10 ขวบ  ซึ่งเป็นบุตรชายของ น.ส.สุพิณนา สัตบุตร อายุ 28 ปี ชาวอำเภอกระสัง จ.บุรีรัมย์ ผู้เสียชีวิต รายที่ 27 จากเหตุการณ์ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 21 เส้นทางสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์–อุบลราชธานี ถูกเครนก่อสร้างโครงการรถไฟรางคู่ล้มทับ  บริเวณช่วงระหว่างสถานีหนองน้ำขุ่น–สถานีสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ส่งผลให้มีผู้โดยสารเสียชีวิตมากถึง 32 ราย และบาดเจ็บอีกจำนวนมาก เหตุเกิดวันที่ 14 ม.ค.69 ที่ผ่านมา

ซึ่งการแต่งตั้งผู้ปกครองโดยชอบด้วยกฎหมาย และเข้าไปดูแลเรื่องบัญชี  ก็เพื่อให้บุตรชายของผู้เสียชีวิตได้รับความเป็นธรรมมากที่สุด เพราะนอกจากเด็กจะสูญเสียแม่จากเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว พ่อซึ่งไปทำงานหาเงินที่กรุงเทพฯ ก็เสียชีวิตไปแล้วเมื่อปี 2564 ถือว่าน้องกำพร้าทั้งพ่อและแม่ แม้ปัจจุบันจะมีปู่ และลุงคอยเลี้ยงดูแทนพ่อแม่ แต่หลังจากที่แม่เสียชีวิตจากเหตุการณ์เครนทับรถไฟ ซึ่งได้รับเงินช่วยเหลือเยียวยา ทั้งเงินพระราชทาน เงินเยียวยาจากทางการรถไฟแห่งประเทศไทย  และเงินจากสิทธิประโยชน์ต่างๆ ตามสิทธิที่ควรได้รับจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น รวมกว่า 1 ล้านบาทนั้น ก็มีกระแสข่าวว่าเงินช่วยเหลือบางส่วนถูกเบิกถอนไปแล้วหลักล้าน

จึงเกรงว่าน้องจะไม่ได้ใช้เงินที่ได้รับการช่วยเหลือเยียวยาตามสิทธิอย่างเกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งเรื่องการศึกษาเล่าเรียน รวมถึงการดำรงชีวิต ทางผู้ว่าราชการจังหวัดจึงได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าไปตรวจสอบ และดูแลอย่างใกล้ชิด

จากการสอบถามนายจริน ขิงประโคน อายุ 79 ปี ซึ่งเป็นปู่ของ ด.ช.ธนกร บอกว่า ตนเองเลี้ยงดูน้อง มาตั้งแต่เด็ก ที่พ่อแม่ของน้องยังมีชีวิต แต่ส่วนใหญ่จะไปทำงานกรุงเทพฯ ตนกับลุงก็จะช่วยกันดูแลน้อง  กระทั่งพ่อเสียชีวิตเมื่อปี 64  ก็ยังเลี้ยงดูน้อง จนล่าสุดแม่ของหลานมาจากไปอีก  ก็ขอยืนยันว่าจะยังคงเลี้ยงหลานต่อไป จนตัวเองจะหมดหายไป ไม่ว่าจะได้เงินเยียวยาช่วยเหลือหรือไม่ก็ตาม เพราะรักหลานมาก แต่จอนนี้เป็นห่วงก็แต่อนาคตของหลาน อยากให้หลานเรียนสูงๆ และมีงานทำ เพราะตนเองไม่รู้จะอยู่ได้อีกนานแค่ไหน

ด้านนายบุญเรือง ขิงประโคน ลุงของน้องธนกร บอกว่า ตนกับปู่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเงินช่วยเหลือเยียวยากรณีที่แม่ของน้อง เสียชีวิตจากอุบัติเหตุเครนทับรถไฟได้เท่าไหร่  ส่วนเช็คที่ทางการรถไฟให้ไปรับ เดินทางไปรับด้วยกันกับญาติฝั่งแม่น้องจริง แต่ตอนนี้ไม่รู้ว่าเช็คอยู่ที่ไหนหรืออยู่กับใคร   เพราะหลังเสร็จงานพระราชทานเพลิงศพ ต่างก็แยกย้ายกันไปทำงาน   ก็ไม่ได้พูดคุยอะไรกันเลย  ส่วนหลานก็ยังมาอยู่กับตนและปู่เหมือนเดิม เรื่องเงินช่วยเหลือก็แล้วแต่ทางตาเขาจะดูแลหลานยังไง