ผู้ประกอบการไม้ในบุรีรัมย์ต้องลดปริมาณรับซื้อไม้ส่งโรงงานผลิตไฟฟ้าชีวมวล หลังน้ำมันดีเซลพุ่งลิตรละ 40 บาท รถบรรทุกหลายคันหยุดวิ่ง หวั่นกระทบเกษตรกรและอุตสาหกรรมไฟฟ้าชีวมวล
วันที่ 30 มี.ค.69 ผู้ประกอบการโรงงานรับซื้อไม้เบญจพรรณ ไม้ยางพารา จากเกษตรกร และสับไม้ ซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ ก่อนจะส่งขายให้กับโรงงานผลิตไฟฟ้าชีวมวลที่จังหวัดภาคกลาง และภาคตะวันออก กำลังประสบปัญหาเดือดร้อนอย่างหนัก จากวิกฤติราคาน้ำมันแพง เพราะแต่ละวันต้องใช้น้ำมันดีเซลทั้งกับเครื่องจักรในการสับไม้ และเติมรถบรรทุกเพื่อวิ่งขนส่งไปยังโรงไฟฟ้าชีวมวล ต้องแบกรับภาระต้นทุนเพิ่มสูงขึ้น เพราะปัจจุบันราคาน้ำมันดีเซลปรับขึ้นถึงลิตรละเกือบ 40 บาท ทำให้รถบรรทุกทั้งของโรงงานเอง และรถที่มาวิ่งร่วม ต้องหยุดวิ่งชั่วคราวไปแล้วหลายคัน เนื่องจากแบกรับภาระต้นทุนค่าน้ำมันที่เพิ่มขึ้นไม่ไหว
ตอนนี้ทางโรงงานก็จำเป็นต้องลดปริมาณการซื้อไม้จากเกษตรกรน้อยลง แต่หากราคาน้ำมันดีเซลยังลอยตัวขึ้นราคาต่อเนื่องจนถึงลิตรละ 50 บาท ตามที่มีกระแสข่าว แต่รายได้ยังเท่าเดิม ทางโรงงานก็อาจจะต้องปิดกิจการชั่วคราว ซึ่งหากปิดก็จะกระทบกับเกษตรกรที่จะนำไม้มาขายเพื่อหารายได้เลี้ยงครอบครัวตามไปด้วย จึงอยากให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาราคาน้ำมัน หรือหามาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการด้วย ไม่งั้นก็จะกระทบเป็นลูกโซ่อย่างแน่นอน
นายสมโชค ต่างกลาง เจ้าของโรงสับไม้และรับซื้อไม้ แห่งหนึ่งในอำเภอนางรอง บอกว่า หลังจากที่เจอวิกฤตน้ำมันขาดแคลนก่อนหน้านี้ และตอนนี้ก็ประสบปัญหาราคาน้ำมันแพง จนทางโรงงานและรถที่มาวิ่งร่วมในการขนไม้สับไปยังโรงงานไฟฟ้าชีวมวล ต้องหยุดวิ่งไปแล้วหลายคันเพื่อสู้ต้นทุนค่าน้ำมันที่เพิ่มขึ้นไม่ไหว ตอนนี้ก็ทำได้แค่ประคับประคองในการดำเนินกิจการ โดยการรับซื้อไม้จากเกษตรกรน้อยลง แต่หากน้ำมันพุ่งสูงมากกว่านี้ก็อาจจะต้องชะลอการดำเนินกิจการไปก่อน ซึ่งก็จะกระทบกับเกษตรกรไม่สามารถขายไม้หารายได้เลี้ยงครอบครัวได้ และโรงผลิตไฟฟ้าชีวมวลก็จะไม่มีไม้ไปผลิตไฟฟ้า ซึ่งจะกระทบเป็นลูกโซ่แน่นอน จึงอยากให้ทางรัฐบาลเร่งแก้วิกฤตน้ำมันที่เกิดขึ้นด้วย







