ตำรวจเร่งเก็บหลักฐานคดีฆ่าหั่นศพหนุ่มรัสเซีย ตรวจคราบเลือดรถ จยย. และบ้านชำแหละศพ พบความเชื่อมโยงแผนจัดฉากสร้างสถานการณ์ ว่าจ้างเยาวชนวัย 16 ปี ออกตามหาผู้ตาย เพื่อเบี่ยงประเด็นการสืบสวน
จากกรณี นายมิคาอิล อายุ 30 ปี สัญชาติรัสเซีย ได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย จนนางโอลก้า อายุ 51 ปี ผู้เป็นแม่ ต้องบินลัดฟ้าจากประเทศรัสเซีย มายังประเทศไทย เพื่อเข้าแจ้งความกับตำรวจ ให้ช่วยติดตามหาตัว ลูกชาย เพราะหวั่นว่าจะเกิดเรื่องไม่ดี โดยก่อนหน้าที่จะหายไป ลูกชายถูก เพื่อนสัญชาติเดียวกันส่งข้อความ ข่มขู่ให้ใช้หนี้ เป็นเงินกว่า120,000 ดอลล่า หรือ ประมาณ 3.7 ล้านบาท ซึ่งในขณะนี้ยังไม่ทราบชะตากรรม โดยมีการแจ้งความไว้เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2569
คืบหน้าล่าสุด วันที่ 2 ก.พ.69 เมื่อเวลา 10.30 น. พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ รอง ผบช.ภาค 2 พร้อมด้วย พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ ยาคุ้มภัย รอง ผบก.พิสูจน์หลักฐาน 2 พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน 2 ตรวจหาคาบเลือดรถ จยย. ยามาฮ่า N-MAX สีบรอนซ์-เทา ทะเบียนชลบุรี ซึ่งเป็นรถจักรยานยนต์ ที่ผู้ตายเช่ามาขี่ และขี่ออกจากที่พัก ย่านเขาพระตำหนัก (ซอยเกษตรสิน ) ก่อนจะเดินทางมาจุดพิกัด โลเคชั่น สุดท้าย ที่ส่งให้แม่ และถูกฆ่าสังหารโหด ซึ่งรถจักรยานยนต์คันดังกล่าว คนร้าย ยังเป็นรถที่ใช้ในการ ขนชิ้นส่วนร่างของผู้ตายยัดใส่ถุงดำ นำไปฝังดิน ซึ่งขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการตรวจสอบรถจักรยานยนต์ พบรอยคราบเลือด อยู่ ในช่องเก็บสัมภาระใต้เบาะรถจักรยานยนต์
นอกจากนี้ ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน 2 (พฐ.) และตำรวจ สภ.หนองปรือ ลงพื้นที่ไปยัง บ้านที่ใช้ในการชำแหละร่างผู้ตาย โดยลักษณะเป็นบ้านทาวน์โฮม 2 ชั้น ห่างจากจุดฝังศพประมาณ 1 กิโลเมตร โดยตำรวจ มีการลงพื้นที่หา หลักฐานรวมถึงอุปกรณ์ ที่ใช้ในการ ชำแหละผู้เสียชีวิต โดยคาดว่าน่าจะเป็นของมีคม ในการเฉือนเนื้อและตัดกระดูก และรอยนิ้วมือแฝง เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการมัดตัวฆาตกรรายนี้
ขณะที่เพื่อนบ้าน ให้ข้อมูลกับทีมข่าวว่า ในคืนวันที่ 9 มกราคม เวลาประมาณ 20.50 น. หนึ่งในผู้ต้องหาชาวรัสเซีย มาขอความช่วยเหลือโดยอ้างว่ากุญแจบ้านหาย ขอให้ติดต่อหาช่างกุญแจมาไขประตู และขอยืมเงิน 500 บาทจ่ายค่าช่างก่อน ซึ่งเพื่อนบ้านดังกล่าวไม่รู้สึกเอะใจอะไร แต่มีความสงสารจึงช่วย และให้ยืมเงิน ก่อนจะนำเงินมาคืนในช่วงเช้าของอีกวัน ก่อนจะหายออหจากบ้านไป แล้วไม่กลับมาอีกเลย จนกระทั่งมาพบว่ามีเหตุการณ์ฆาตกรรม ภายในบ้านดังกล่าวและรู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก
ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบ นายเอ็ม (นามสมมติ) อายุ 45 ปี เป็นผู้ปกครอง (มีศักดิ์เป็นลุง) ของนายต้น (นามสมมติ) อายุ 16 ปี ซึ่งนายต้น เป็นเยาวชนที่ ถูกกลุ่มผู้ต้องหาชาวรัสเซีย ว่าจ้างในราคา 2,500 บาท ให้ออกตามหาผู้ตาย เพื่อสร้างสถานการณ์จัดฉาก ตบตาเจ้าหน้าที่ตำรวจ
โดยนายเอ็ม เล่าว่า เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 9 มกราคม หลานชายไปขี่รถจักรยานยนต์เล่น แถวย่าน บ้านหลังที่เกิดเหตุ จากนั้นได้มีผู้หญิงไทย เดินมาหาหลานชาย แล้วบอกว่า ให้ช่วยออกตามหาคน พร้อมทั้งยื่นรูปหน้าพาสปอร์ต ซึ่งก็คือรูปของผู้ตาย ให้นายต้น ดู โดยอ้างว่า ฝรั่งคนนี้ (คนตาย) ได้หายตัวไป และน่าจะมีปัญหากับเมีย โดยฝรั่งรัสเซียที่จ้าง จะให้เดือน 2500 บาท ด้วยนิสัยของเด็ก เห็นว่าได้เงิน จึงอาสาไปออกตามหา แต่ก็ตามหาไม่เจอ จนกระทั่ง มามีข่าวว่า มีแม่ชาวรัสเซีย มาตามหาลูกชาย ที่หายตัวไป หลานจึงมาเล่าเหตุการณ์ที่ถูกจ้างให้ไปตามหา ชาวรัสเซียรายนี้ ให้ตนเองฟัง
จนกระทั่งเมื่อวาน มีการพบศพชาวรัสเซียถูกฆ่าสังหารโหด แล้วชำแหละชิ้นส่วนฝังดิน พอหลานทราบข่าวถึงกับช็อค ตัวสั่น และอยู่ในอาการหวาดกลัว ตนเองจึงช่วยปลอบใจ และสอนหลานว่า “ จะทำอะไรอย่าเห็นแก่เงิน ให้ตรวจสอบให้ดีก่อน ” ซึ่งหลังจากนั้นก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาเชิญตัวหลานชายไปสอบปากคำ ในคดีนี้เรียบร้อยแล้ว







