ตำรวจ สภ.เมืองสระบุรี รวบชายวัย 32 ปี หลบซ่อนในร้านมินิมาร์ทปั๊มน้ำมัน หลังเจ้าของปั๊มแจ้งเหตุ ย่องขโมยทรัพย์และลักทรัพย์คนขับรถบัสรับส่งพนักงาน เบื้องต้นตั้งข้อหาบุกรุกเคหะสถานและเสพยาเสพติด
วันที่ 2 ก.พ.69 เจ้าหน้าที่ศูนย์วิทยุ 191 ได้รับแจ้งจากเจ้าของปั๊ม ว่ามีคนร้ายบุกเข้ามาภายในปั๊มน้ำมันเพรียว ซึ่งมีรถบัสรับส่ง พนักงานจอดพักรอเพื่อที่จะคอยรับส่งพนักงานบริษัทต่างๆหลังเข้า-ออกกะ บริเวณริมถนนมิตรภาพ (ขาเข้านครราชสีมา) ต.ปากเพรียว อ.เมือง จ.สระบุรี ซึ่งคนร้ายยังคงหลบซ่อนตัวอยู่ภายร้านมินิมาร์ท (ที่ปิดแล้ว) จึงได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสายตรวจ สภ.เมืองสระบุรี ให้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ ในที่เกิดเหตุพบคนร้ายเข้าไปหลบซ่อนตัวอยู่ภายในร้านมินิมาร์ทภายในปั๊ม ที่ปิดให้บริการไปแล้ว เจ้าหน้าที่พยายามเรียกคนร้ายให้ออกมา คนร้ายไม่ยอมออกมา สักพักจึงได้ยอมออกมา ในลักษณะที่มีอาการคล้ายคนมึนเมาอะไรสักอย่าง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้สอบถาม จนทราบชื่อว่า นายอำพล อายุ 32 ปี เป็นชาวจังหวัดอุบลราชธานี ได้มาอาศัยอยู่กับแม่ที่จังหวัดสระบุรี ตรวจค้นภายในกระเป๋าสะพาย และเป้ที่สะพายหลังพบว่ามีเสื้อผ้า และเครื่องรับออเดอร์ของไรเดอร์ และอุปกรณ์ไขควง คีม ที่ไว้ใช้สำหรับในการวัดแงะ
สอบถามนายอำพล เล่าว่า ตนเองไม่ได้เข้ามาขโมยอะไร และตนเองเห็นว่าร้านที่ตนเองเข้าไปมันว่างอยู่ และเคยมีเพื่อนเข้ามาอาศัยอยู่ตนเองจึงได้เข้ามาหาเพื่อนที่อาศัยอยู่แต่ว่าไม่พบ และบอกว่าตนเองไม่ได้ติดยาบ้า แต่ แต่ยอมรับว่าเสพยาบ้า ส่วนใบหน้าที่เป็นแผลนั้นบอกว่าตนเองเกิดอาการหน้ามืด และล้มไปโดนขอบปูน ตอนนี้ตนเองอาศัยอยู่ไม่เป็นหลักเป็นแหล่ง
ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ควบคุมตัวนายอำพล ไปยัง สภ.เมืองสระบุรี เพื่อส่งพนักงานสอบสวน นำตัวไปสอบสวนเพื่อที่จะดำเนินคดีทางด้านกฎหมายต่อไป โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งข้อนายอำพลว่า บุกรุกเคหะสถาน และเสพยาเสพติด
สอบถามนางเปิ้ล (นามสมมติ) เจ้าของปั๊ม เล่าว่า มีคนร้ายเข้ามาภายในปั๊มบ่อยมาก โดยเปลี่ยนหน้ากันมา ซึ่งจะเป็นพวกเร่รอน เยอะมาก เหมือนเข้ามาดูลาดเลา และเข้ามาขโมยของล่าสุดคนขับรถบัสที่มาจอดนอนก็ถูกขโมยเอากระเป๋าเงินไป
ขณะที่นายเอก (นามสมมติ) คนขับรถบัสรับส่งพนักงาน เล่าว่า ตนเองเป็นพนักงานขับรถรับส่ง พนักงานในช่วงเช้า เย็น ตามปกติจากนั้นก็จะมาจอดพักรถ ภายในบริเวณปั๊มน้ำมัน ซึ่งตนเองเคยถูกคนร้ายเข้ามาขโมยกระเป๋าเงินของตนเองในขณะที่ตนเองนอนพักผ่อนอยู่ที่รถ โดยครั้งแรกคนร้ายได้ล้วงขโมยเงินไปจำนวน 2,000 บาท และต่อมาได้ล้วงเอากระเป๋าเงินไปพร้อมด้วยใบขับขี่ ได้เงินไป 4,000 บาท พร้อมด้วยสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท และพระเลี่ยมทองงอีก 1 องค์ ซึ่งตนเองก็ได้ไปแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองสระบุรี ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็เงียบไป ซึ่งตนเองก็ไม่สามารถจะโทษใครได้ เปิดดูกล้องวงจรปิดก็ไม่เห็น ซึ่งตนเองก็คิดว่าเป็นพวกที่ติดยาในกลุ่มพวกนี้ ซึ่งในเดือนนี้ตนเองก็โดนขโมยไปแล้วถึง 2 รอบ








