ข่าวภูมิภาค

เดือดถึงขีดสุด! ศึกเลือกตั้งมุกดาหาร 2 เขต บ้านใหญ่ปะทะกระแส ใครจะคว้าชัยโค้งสุดท้าย

แชร์ข่าว



เมื่อวันที่  2 กุมภาพันธ์  2569 จังหวัดมุกดาหารมีพื้นที่ 4,407 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 2.41 ล้านไร่ แบ่งเขตการปกครอง ออกเป็น 7 อำเภอ 522 ตำบล 5,226 หมู่บ้าน ประชากรผู้มีสิทธิเลือกตั้งประมาณ 281,456 คน 

ซึ่งในการลงสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(สส.)จังหวัดมุกดาหาร ในครั้งนี้มีจำนวนทั้งหมดที่สมัคร 19 ราย  เขตเลือกตั้งที่ 1 มีผู้สมัคร 11 ราย เขตเลือกตั้งที่ 2 มีผู้สมัคร 8 ราย รวม 2 เขตเลือกตั้งมีผู้สมัคร 19 ราย 

ในเขตเลือกตั้งที่ 1 ประกอบด้วย 3  อำเภอ คือ อำเภอเมืองมุกดาหาร  อำเภอหว้านใหญ่  อำเภอดอนตาล มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวน 142,314 คน ซึ่งเขตเลือกตั้งที่ 1 มี ส.ส.ได้จำนวน  1  คน  โดยมีผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร  ส.ส.รวม  11 คน คือ นางราตรี   เจริญศรี  เบอร์  1 พรรคประชาธิปัตย์   นายชายสิทธิ์ สุวรรณโชติ  เบอร์  2  พรรคประชาชน (อดีต นายอำเภอเมืองมุกดาหาร)  นายนนทภูมิ ตั้งปณิธานนท์  เบอร์ 3   พรรคเพื่อไทย   นายวิริยะ ทองผา  เบอร์   4 พรรคภูมิใจไทย (อดีต ส.ว. อดีต ส.ส. เขต 1 สมัยที่ผ่านมา)  นายพนมชัย  พันธุ์พุทธ  เบอร์ 5  พรรคกล้าธรรม (สจ.โหน่ง  อดีต สท.เมืองมุกดาหาร อดีตรองประธานสภา อบจ.มุกดาหาร) พ.ต.ท.จิตติ์  ศรีโยหะ  มุกดาธนพงษ์  เบอร์ 6 พรรคพลังประชารัฐ  (อดีต นายก อบจ.มุกดาหาร) ร.ต.ต. สุเทียน  ทองโสม  เบอร์ 7  พรรคเสรีรวมไทย  นายสุนทร มีสิทธิ์ เบอร์ 8 พรรคเพื่อบ้านเมือง  ร.ต.ต.สมบูรณ์ ยงยุทธ เบอร์ 9 พรรคประชาธิปไตรใหม่  นายชินกร ขวัญเมือง เบอร์ 10 พรรคเศรษฐกิจ   นายณัฐพล พรมวิชา เบอร์ 11 พรรครวมไทยสร้างชาติ 
   
โดยในเขตเลือกตั้งที่ 1 นายวิริยะ ทองผา เบอร์  4 พรรคภูมิใจไทย คาดว่าจะได้เปรียบเนื่องจากเป็นแชมป์เก่าเจ้าของพื้นที่เดิม ถูกมองว่ามาเต็งหนึ่ง (อดีต ส.ว. อดีต ส.ส. เขต 1 สมัยที่ผ่านมา) ซึ่งเป็นอดีตสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดมุกดาหาร (สว.) อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร อดีตสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร เขตอำเภอหว้านใหญ่ 3 สมัย,อดีตคณะกรรมการการประถมศึกษา 2 สมัยคณะกรรมการขั้นพื้นฐานโรงเรียนหว้านใหญ่วิทยา,คนดีศรีเมืองมุก สาขาบริการ ปี 2537  ฐานเสียงที่สำคัญคือมีนักการเมืองระดับชาติให้การสนับสนุน มีกลุ่มฐานเสียงเดิมแน่นทุกพื้นที่ และสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหารส่วนใหญ่ให้การสนับสนุน และความสัมพันธ์ส่วนตัวในสายครู ที่คอยสนับสนุนคะแนนอยู่ทุกพื้นที่โดยตลอดในการเลือกตั้งที่ผ่านมามีฐานคะแนนเสียงเหนียวแน่น  ฐานเดิมจากการเป็นอดีต ส.ส. เขตเลือกตั้งที่ 1 มาแล้ว  ซึ่งได้สร้างความรักความผูกพันกับชาวบ้านไว้เดิม และเป็นคนหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหารบ้านเกิด และยังได้รับฐานคะแนนเสียงจากกลุ่มภรรยาซึ่งเป็นอดีตนายก อบจ.มุกดาหาร  และพี่ชายที่เป็นนายก อบจ.มุกดาหาร  ในปัจจุบัน และทีม สจ. ให้การสนับสนุน  ซึ่งตัวนายวิริยะ เป็นผู้มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี ไม่เจ้ายศเจ้าอย่าง  มีเครือญาติอยู่ในวงการเมืองท้องถิ่นจำนวนมาก มีการช่วยเหลือดูแลอย่างเป็นระบบ ด้วยความจริงใจ  พร้อมทั้งมีโครงสร้าง มีทีมงานที่เข้มแข็ง มีประสบการณ์เพื่อควบคุมระบบให้มีประสิทธิภาพ  และที่สำคัญการยิงกระสุน การทำเป้าหมายชัดเจนและแม่นยำ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะได้รับเลือกตั้ง โอกาสที่จะได้รับการเลือกตั้งครั้งนี้  คาดว่า  น่าจะมาลำดับที่  1  

ส่วนคู่แข่งที่น่าจับตา คือ นายนนทภูมิ ตั้งปณิธานนท์  เบอร์ 3   พรรคเพื่อไทย  อดีตข้าราชการการเมืองประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี  เป็นบุตร  นายอนุรักษ์  ตั้งปณิธานนท์  อดีต สส.พรรคเพื่อไทย เขต 1 จังหวัดมุกดาหาร  กับ  นางสุวรรณี  ตั้งปณิธานนท์  อดีตนายกเทศมนตรีเมืองมุกดาหาร อ.เมือง  จ.มุกดาหาร  ผู้ท้าชิงจากพรรคเพื่อไทย ส่งคนหนุ่มไฟแรง นายนนทภูมิ ตั้งปณิธานนท์ อดีตบ้านใหญ่เสื้อแดงมุกดาหาร ที่ครองเก้าอี้มานานแต่เสียแชมป์ให้กับนายวิริยะ ทองผา สนามนี้จึงเป็นการทวงคืนเก้าอี้ของคนเสื้อแดง จากกระแสปลุกคนเสื้อแดงให้ตื่นลุกขึ้นสู้ได้อย่างที่เห็น หากกระสุนมีจริงยิงตรงถึงจุดกระจายกว้างลงพื้นที่มีโอกาสทวงคืน 

โดยมีกลุ่มผู้ให้การสนับสนุนทางด้านการเมืองคือกลุ่มเรารักมุกดาหาร อดีตสมาชิกสภาเทศบาลเมืองมุกดาหาร  ประธานชุมชนในเขตเทศบาลเมืองมุกดาหารบางส่วนให้การสนับสนุน  และกลุ่มคนเสื้อแดงมุกดาหารให้การสนับสนุน  ในการเลือกตั้งครั้งนี้  ดร.มนพร  เจริญศรี  อดีตรัฐมนตรีช่วยกระทรวงคมนาคม  และเป็น สส.พรรคเพื่อไทย  จังหวัดนครพนม  เป็นอีกแรงสนับสนุนในการลงพื้นที่หาเสียงช่วย 

และอีกหนึ่งคนที่น่าจับตา คือ นายชายสิทธิ์ สุวรรณโชติ  เบอร์  2  พรรคประชาชน (อดีต นายอำเภอเมืองมุกดาหาร) ลงจากตำแหน่งสดๆ ผลงานด้านการพัฒนาเขต 1 หลายอำเภอหลายพื้นที่ยาวนาน ได้ หัวหน้าเท้งลงมาเปิดเวทีใหญ่ช่วยปราศรัยหาเสียง ตัวแปรอีกทางหนึ่ง หากฝ่าวิกฤตข้อครหา ด้อยค่าทหาร แก้รัฐธรรมนูญแทนแก้ปัญหาปากท้องประชาชน เรื่อง “สถาบัน” ที่ชาวบ้านคาใจ โจทย์ยาก ที่พรรคประชาชนต้องฝ่า ได้ fc คนรุ่นใหม่ มีฐานเสียงจากกลุ่มกำนัน  ผู้ใหญ่บ้านที่เป็นลูกน้องเก่าที่ยังคงให้การสนับสนุน  และคะแนนจากกลุ่มวัยรุ่นและกระแสเก่าพรรคประชาชนในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร 

ส่วนนายพนมชัย  พันธุ์พุทธ  เบอร์ 5  พรรคกล้าธรรม (สจ.โหน่ง  อดีต สท.เมืองมุกดาหาร อดีตรองประธานสภา อบจ.มุกดาหาร)  อดีตเป็นนักการเมืองท้องถิ่นที่ได้รับการเลือกตั้งมาแล้ว  2  สมัย เด็กปั้นนายเลขาดำไตรสรณคมน์  หนองเรือง (เลขาดำ) ชื่อชั้นที่ชาวบ้านให้ความเชื่อถือ วางตัวเข้าทุกชุมชนพบชาวบ้านมาต่อเนื่องแบบไม่เคยมีมานานร่วม 2 ปี ความวางใจเชื่อถือจึงมาเต็ม อยู่ที่ว่ามีกระสุนยิงจริงหรือไม่ เขต 1 หากนายพนมชัยฯ สู้จริง กล้าธรรมมีสิทธิไม่น้อยที่จะเข้าสู่สภา แต่จะสู้กระแสของ เพื่อไทย และภูมิใจไทย ได้มากเพียงใดกระสุนจะเป็นตัวแปรสำคัญแน่นอน 

อย่างไรก็ตาม มุกดาหาร เขต 1 สู้กันระหว่าง นายวิริยะ ทองผา เบอร์ 4 พรรคภูมิใจไทย นายนนทภูมิ ตั้งปณิธานนท์ เบอร์ 3 พรรคเพื่อไทย นายพนมชัย พันธุ์พุทธ เบอร์ 5 พรรคกล้าธรรม นายชายสิทธิ์ สุวรรณโชติ  เบอร์  2  พรรคประชาชน มี 4 หมายเลขที่เบียดเข้าสภา แต่ผู้ที่จะได้รับเลือกตั้งในครั้งนี้ คาดว่าน่าจะเป็นนายวิริยะ ทองผา เบอร์ 4 พรรคภูมิใจไทย   

มาดูกันที่เขตเลือกตั้งที่ 2 ประกอบด้วย 4 อำเภอ  คือ  อำเภอคำชะอี  อำเภอดงหลวง  อำเภอหนองสูง  อำเภอนิคมคำสร้อย และมีอำเภอเมืองมุกดาหารบางส่วน มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวน 139,142 คน ซึ่งเขตเลือกตั้งที่ 2  มี ส.ส. ได้จำนวน 1  คน  โดยมีผู้มาสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร  ส.ส รวม   8  คน  คือ นายเลขาดำไตรสรณคมน์   หนองเรือง (เลขาดำ  อดีตเลขานายก อบจ.มุกดาหาร  ) เบอร์ 1   พรรคกล้าธรรม   นางสาว  ปภาสิริ   ประทุมลี (บูก้า  บุตรสาวนายบุญฐิน  ประทุมลี  อดีต ส.ส. เขต 2 จังหวัดมุกดาหาร  พรรคเพื่อไทย)  เบอร์   2  พรรคพลังประชารัฐ  นางกิ่งฟ้า  อรพันธ์  เบอร์ 3 พรรคประชาธิปัตย์  นางสาวปิยธิดา   บุตรกาล  เบอร์  4   พรรคเพื่อไทย (อดีตนายก อบต.โชคชัย)   นายณกร ชารีพันธ์ เบอร์  5  พรรคประชาชน (อดีต ส.ส. เขต 2 สมัยที่ผ่านมา)  นายประพันธ์  คนหาญ  เบอร์ 6  พรรคภูมิใจไทย (อดีตประธานสภา อบจ.มุกดาหาร)  นายก้องบุญ ชาธิราช เบอร์ 7 พรรคบ้านเมือง  นายวรสิงฆ์ บับพาน เบอร์ 8 พรรคทางเลือกใหม่ 

เป็นการชิงพื้นที่เดิมของพรรคประชาชน มี นายเลขาดำไตรสรณคมน์ หนองเรือง (เลขาดำ หรือเสี่ยดำ  อดีตเลขานายก อบจ.มุกดาหาร  ) เบอร์ 1 พรรคกล้าธรรม ถูกมองว่ายืนหนึ่ง เนื่องจากทำงานเข้าหามวลชน ล่วงหน้ามานานร่วม 2 ปี สร้างเครือข่ายกระจายอยู่ทุกพื้นที่ ทั้งกระแสของตัวตน “เสี่ยดำ” ที่ทำจริงให้กับชุมชนมานาน ทั้งยังกล้าทุ่มเข้าช่วยชุมชน เป็นที่ชื่นชอบของชาวบ้าน กลุ่มผู้ให้การสนับสนุนทางด้านการเมือง 

โดยมีฐานเสียงจากนายกเทศบาล  สท.  นายก อบต.  ส.อบต. ในพื้นที่ พร้อมทั้งยังมีสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด บางส่วน เป็นฐานคะแนนเสียงให้ ซึ่งนายเลขาดำไตรสรณคมน์ฯ  ได้ให้การสนับสนุนและหาเสียงช่วยในการเลือกตั้งที่ผ่านมา 

ในพื้นที่เขตเลือกตั้งที่ 2 มีฐานคะแนนเสียงทุกอำเภอ กระแสในโค้งสุดท้ายนี้ถือได้ว่ามาแรงมาก พร้อมมีกระสุนเต็มแม็ก  โดยเฉพาะโค้งสุดท้ายนี้มีหัวหน้าพรรคกล้าธรรมลงพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร  เพื่อช่วยหาเสียงอีกแรง นำทีมโดย ร้อยเอกธรรมนัส  พรมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพร้อมคณะ มาช่วยหาเสียงให้ผู้สมัครของพรรคกล้าธรรม  ทั้ง  2  เขตเลือกตั้ง ในจังหวัดมุกดาหาร เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569  โดยมีผู้มาฟังปราศรัยจำนวนมาก
 
โอกาสที่จะได้รับการเลือกตั้งครั้งนี้  คาดว่า  น่าจะมาลำดับที่  1  เพราะอาศัยฐานเสียงของกลุ่มเครือข่าย  ซึ่งมีฐานคะแนนเสียงจากพรรคเพื่อไทยเดิม และกลุ่มเอฟซี และที่สำคัญคือปัจจัยในการลงพื้นที่  คู่ต่อสู้ที่สำคัญคือ นายประพันธ์  คนหาญ  เบอร์ 6 พรรคภูมิใจไทย  ซึ่งเป็นตัวแทนนายวิริยะ  ทองผา  ที่จะประมาทไม่ได้  ซึ่งทั้งสอง  ณ  เวลานี้คะแนนยังคู่ขี่สูสีกัน  คงต้องรอวัดกันในโค้งสุดท้ายว่าใครจะมาเหนือกว่ากัน (กระสุนเป็นปัจจัยในการวัดว่าใครจะชนะ)

ส่วนคู่แข่ง นางสาวปิยธิดา   บุตรกาล  เบอร์  4  พรรคเพื่อไทย (อดีตนายก อบต.โชคชัย) ปลุกกระแสคนเสื้อแดงทุกรุ่น สู้แบบไทยบ้านเดียวกัน ขยันออกพื้นที่ เดินขอคะแนน พบชาวบ้านแบบถึงก้นครัว เป็นคนพื้นที่เขต 2 โดยกำเนิดมีกลุ่มเครือญาติ มิตรสหายกระจายอยู่ทุกแห่ง หากได้กระสุนยิงตรงลงช่วยบางจุด มีโอกาสเข้าวิน ได้รับแรงสนับสนุนจากบิดาซึ่งเป็น นายกเทศบาลนิคมคำสร้อย   กลุ่มผู้ให้การสนับสนุนทางด้านการเมือง  บิดา  ซึ่งเคยสมัครรับเลือกตั้งระดับประเทศมาแล้ว  แต่ไม่ผ่านการเลือกตั้ง  ในการลงครั้งนี้ได้ส่งลูกสาวลงสมัครแทน  ฐานเสียงจากกลุ่มคนเสื้อแดงในพื้นที่ให้การสนับสนุน  
 
ต่อกันที่ นายณกร ชารีพันธ์ เบอร์  5  พรรคประชาชน (อดีต ส.ส. เขต 2 สมัยที่ผ่านมา) เจ้าของเก้าอี้เดิมที่ชนะการเลือกตั้ง สส. 66 ได้กระแส Fc คนรุ่นใหม่ที่ฟังในรูปแบบคนสีส้ม “เข่งเดียวกัน” จุดเสียคือข้อครหาจากพี่ใหญ่ ที่ถูกมองว่า ด้อยค่าทหาร และเรื่องสถาบัน ที่ประชาชนยังคาใจ โดยมีฐานคะแนนเสียงจากกลุ่มวัยรุ่น  และเอฟซี  พร้อมทั้งฐานคะแนนเสียงจากการเป็น สส.สมัยที่ผ่านมา  ในการหาเสียงในพื้นที่จังหวัดมุกดาหารได้มีหัวหน้าพรรคได้มาช่วยหาเสียงปราศรัย ภายใต้นโยบายพรรคประชาชน  คือ  ไทยไม่เทา  ไทยเท่ากัน  ไทยทันโลก   ขอแรงใจและแรงสนับสนุนจากพี่น้องประชาชนชาวมุกดาหาร เพื่อสานต่อการผลักดันนโยบายและแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่อง นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงจังหวัดมุกดาหารอย่างแท้จริง   ซึ่งฐานคะแนนเสียงเดิมน่าจะมีการถูกแย่งฐานคะแนนเสียงไปได้ มากพอควรเนื่องจากกระแสพรรคและตัวบุคคลในขณะนี้

และสุดท้าย นายประพันธ์  คนหาญ  เบอร์ 6  พรรคภูมิใจไทย (อดีตประธานสภา อบจ.มุกดาหาร ลาออกมาสมัคร สส.ครั้งนี้)  อดีตประธานสภา อบจ.มุกดาหาร  และเป็นอดีต สจ. เขต อำเภอหนองสูง  มาหลายสมัย  ซึ่งเป็นบ้านเกิดถิ่นภูไท  โดยมีฐานคะแนนเสียงในพื้นที่พร้อมได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดี  เนื่องจากเป็นคนในพื้นที่อำเภอหนองสูง  พร้อมทั้งได้แรงสนับสนุนจากสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร ในบางส่วน  และแรงสนับสนุนจากฐานเสียงของนายวิริยะ  ทองผา   

โอกาสที่จะได้รับการเลือกตั้งครั้งนี้ มีสูงจะประมาทไม่ได้ กระแสคะแนนเสียงมี  แต่กระสุนมีน้อย  คู่ต่อสู้ที่สำคัญคือนายเลขาดำไตรสรณคมน์  เบอร์ 1  พรรคกล้าธรรม  ซึ่งทั้งสอง  ณ  เวลานี้คะแนนยังคู่ขี่สูสีกัน  ที่สำคัญทีมนายวิริยะ  ทองผา  จะดันให้นายประพันธ์  คนหาญเข้าสู่เส้นชัยได้หรือไม่ก็ต้องดูกันในโค้งสุดท้าย (กระสุนปะทะกับกระแสคนพื้นถิ่นภูไท เป็นปัจจัยในการวัดว่าใครจะชนะ)
           
มุกดาหาร เขต 2 สู้กัน 4 เบอร์ มี นายเลขาดำไตรสรณคมน์ หนองเรือง เบอร์ 1 พรรคกล้าธรรม น.ส.ปิยธิดา บุตรกาล เบอร์ 4 พรรคเพื่อไทย  นายประพันธ์ คนหาญ เบอร์ 6 พรรคภูมิใจไทย นายณกร ชารีพันธ์ เบอร์  5  พรรคประชาชน ทั้ง 4 เบอร์ ถ้าลงกระสุนจริงมีลุ้นสูสี อยู่ที่เบอร์ใดจะยิงแม่นเพียงใด มีลุ้นทั้ง 4 เบอร์  แต่ผู้ที่จะได้รับเลือกตั้งในครั้งนี้ คาดว่าน่าจะเป็นนายเลขาดำไตรสรณคมน์ หนองเรือง เบอร์ 1  พรรคกล้าธรรม  

ภูมิภาค-57

ข่าวแนะนำ