เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2569 นายประยูร อินสกุล ผู้สมัคร สส.สุพรรณบุรี เขต 1 หมายเลข 5 พรรคเพื่อไทย อดีตปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำเสนอนโยบายสำคัญของพรรคเพื่อไทย ในการแก้ไขปัญหาปากท้องของพี่น้องเกษตรกร ได้แก่นโยบาย “ประกันกำไรพืชผลการเกษตร 30%” ผ่านเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว "ดร.ประยูร อินสกุล" ระบุว่า เกษตรกร 7.2 ล้านครัวเรือนกำไรแล้วครับ เกษตรกรทำนาข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง และยางพารา ด้วยนโยบายพรรคเพื่อไทย ประกันกำไรพืชผลการเกษตร 30%
ก่อนหน้านี้ นายประยูรได้โพสต์คลิปบางช่วงบางตอนของการปราศรัยของ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดเผยเบื้องหลังการขับเคลื่อนนโยบายเพื่อพี่น้องเกษตรกรของพรรคเพื่อไทยว่ามีจุดเริ่มต้นจากการที่ ท่านประยูร อดีตปลัดที่เกษียณอายุราชการและเป็นผู้สมัคร สส. เขต 1 หมายเลข 5 ได้ตัดสินใจก้าวเข้าสู่เส้นทางการเมืองและนำข้อเสนอมาหารือร่วมกับตนและ อาจารย์เชน ยศนันท์ วงษ์สวัสดิ์ ประธานผู้กำกับนโยบายพรรคในขณะนั้น โดยผลลัพธ์จากการหารือคือนวัตกรรมทางนโยบายที่เรียกว่า "การประกันกำไรสินค้าเกษตรที่ 30%" ซึ่งมุ่งเป้าให้เกษตรกรไทยไม่ว่าจะปลูกพืชชนิดใดต้องไม่มีวันขาดทุนอีกต่อไป
นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ความแตกต่างสำคัญของนโยบายนี้คือการพิจารณาจาก ต้นทุนการผลิตจริง เพื่อแก้ปัญหาความผันผวนของราคาปัจจัยการผลิต เช่น หากปีใดที่ค่าปุ๋ย ค่าน้ำมัน หรือค่ารถเกี่ยวขยับตัวสูงขึ้น รัฐบาลจะคำนวณการประกันกำไรใหม่ตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้นนั้น ตัวอย่างเช่น หากต้นทุนการทำนาอยู่ที่ 8,000 บาท รัฐบาลจะประกันกำไรให้ 30% หรือประมาณ 2,400 บาท ทำให้เกษตรกรได้รับเงินรวม 10,400 บาท แต่หากปีต่อมาต้นทุนดีดตัวสูงไปถึง 10,000 บาท รัฐบาลจะประกันกำไรเพิ่มเป็น 3,000 บาท เพื่อให้เกษตรกรได้รับเงินถึงมือรวม 13,000 บาท โดยหากราคาตลาดต่ำกว่าเกณฑ์ รัฐบาลเพื่อไทยจะเป็นผู้เติมเงินส่วนต่างให้จนเต็มตามจำนวนที่ขาดไป
นอกจากมาตรการประกันกำไรแล้ว พรรคเพื่อไทยยังมีนโยบายสนับสนุนปัจจัยการผลิตผ่านระบบ คูปองคนละ 2 ใบ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่เกษตรกร โดยคูปองใบแรกใช้สำหรับแลก ปุ๋ย จำนวน 250 กิโลกรัม และคูปองใบที่สองใช้สำหรับแลก ปัจจัยการผลิตอื่นๆ เช่น เมล็ดพันธุ์พืช อีกจำนวน 150 กิโลกรัม ซึ่งทั้ง 3 นโยบายนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นเครื่องยืนยันว่าพี่น้องเกษตรกรจะสามารถสร้างกำไรจากการประกอบอาชีพได้ในทุกครั้งอย่างยั่งยืน
ขณะที่ นายประยูรได้โพสต์คลิปตนเองอธิบายนโยบายดังกล่าวว่า มุ่งเป้าส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบการผลิตและการตลาด เพื่อช่วยให้เกษตรกรก้าวข้ามภาวะขาดทุนได้อย่างยั่งยืน ยกระดับคุณภาพชีวิต 7.2 ล้านครัวเรือน นโยบายนี้ถูกออกแบบมาเพื่อดูแลพี่น้องเกษตรกร ครอบคลุมกว่า 7.2 ล้านครอบครัวทั่วประเทศ โดยนายประยูรได้ระบุกลุ่มเป้าหมายหลักไว้ดังนี้คือ ชาวนา 4.6 ล้านครอบครัว เกษตรกรชาวสวนยาง 1.6 ล้านครอบครัว เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง 600,000 ครอบครัว และเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด 400,000 ครอบครัว สำหรับสูตรคำนวณกำไรคือ ต้นทุน + 30% โดยกลไกของนโยบายนี้ คือการที่รัฐบาลจะประกันกำไร 30% จากต้นทุนการผลิตจริง
นายประยูร ได้ยกตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพชัดเจนดังนี้ 1. การลงทุน หากเกษตรกรลงทุนปลูกข้าวมีต้นทุนไร่ละ 7,000 บาท 2. ส่วนต่างกำไร รัฐบาลจะประกันกำไรให้ 30% คิดเป็นเงิน 2,100 บาท 3. ราคาเป้าหมาย รวมแล้วเกษตรกรจะต้องได้รับเงิน 9,100 บาทต่อตัน
นายประยูร ย้ำว่า หากเกษตรกรนำผลผลิตไปขายแล้วได้ราคาต่ำกว่าราคาที่ประกันไว้ (เช่น ต่ำกว่า 9,100 บาทต่อตัน) พรรคเพื่อไทยในฐานะรัฐบาลจะดำเนินการชดเชยส่วนต่างให้ทันที ตามเกณฑ์ประกันกำไร 30% ที่กำหนดไว้ นโยบายนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญที่จะทำให้การทำเกษตรกรรมในประเทศไทย “ไม่มีคำว่าขาดทุนอีกต่อไป” และเปลี่ยนเป็นการสร้างผลกำไรที่แน่นอนให้กับเกษตรกรทุกคน
#เพื่อไทย #ประกันกำไรเกษตรกร #ดรประยูร #แก้หนี้เกษตรกร #เกษตรกรไทย #เลือกเพื่อไทย #นโยบายเพื่อไทย #สุพรรณบุรี #ไม่มีคำว่าขาดทุน







