จับตาโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง สส.กาฬสินธุ์ 6 เขต สนามเดือด เพื่อไทยหวังแลนด์สไลด์ยกจังหวัด ขณะภูมิใจไทย โอกาสใหม่ และพลังประชารัฐ ส่งตัวเต็งเบียดชิงเก้าอี้ ดวลเดือดก่อนหย่อนบัตร 8 ก.พ.69
วันที่ 30 ม.ค.69 บรรยากาศหาเสียงเลือกตั้ง สส.ที่กำหนดหย่อนบัตรเลือกตั้งมีขึ้นในวันที่ 8 ก.พ.69 ทวีความร้อนแรงขึ้นทุกขณะ โดยเฉพาะที่ จ.กาฬสินธุ์ 18 อำเภอ มี 6 เขตเลือกตั้ง เคยเป็นฐานที่มั่นของ “พรรคไทยรักไทย” และ “พลังประชาชน” ต้นตระกูล “พรรคเพื่อไทย” ยกทีมเข้าสภาทั้ง 6 เขต ต่อมาในยุค “พรรคเพื่อไทย” เลือกตั้งปี 66 ถูกพรรคอื่นแย่งไป 2 เขต คือเขต 3 เสียเก้าอี้ให้กับพรรคพลังประชารัฐ , เขต 4 เสียเก้าอี้ให้กับพรรคภูมิใจไทย โดยสามารถรักษาฐานไว้ได้ 4 เขต คือ เขต 1-2-5-6
ในการเลือกตั้ง 69 นี้ มีผู้สมัครหน้าเก่าหน้าใหม่ ที่เป็นแชมป์เก่าและผู้ท้าชิงคนเก่าคนใหม่ มากหน้าหลายตา และจากหลายพรรคการเมือง ตบเท้าลงสมัคร ทั้ง 6 เขต รวม 62 คน คือ เขต 1 จำนวน 9 คน เขต 2 จำนวน 10 คน เขต 3 จำนวน 12 คน เขต 4 จำนวน 11 คน เขต 5 จำนวน 11 คน และเขต 6 จำนวน 9 คน โดยผู้สมัครตัวเต็งที่จะหลุดเข้าชิงดำ จาก 2 พรรคใหญ่ คือเพื่อไทย ภูมิใจไทย ซึ่งจะมีบางเขตที่พรรคกล้าธรรม และโอกาสใหม่ เป็นตัวสอดแทรกสำคัญและจะประมาทไม่ได้
โฟกัสไปที่เขตเลือกตั้งที่ 1 อ.เมืองกาฬสินธุ์ เดิมบ้านใหญ่เป็นพื้นที่ของสายบ้านใหญ่ “เพื่อไทย” มาตั้งแต่ตระกูล “ศรีธเรศ” (สังข์ทอง-บุญรื่น ศรีธเรศ” ต่อมาหลีกทางให้ตระกูล“พิมพะนิตย์” ได้เข้ามาทำหน้าที่สู้ศึกเลือกตั้งปีในปี 66 “หมู” วิรัช พิมพะนิตย์ ยังรักษาเก้าอี้ในนามพรรคเพื่อไทยได้อย่างงดงาม ด้วยคะแนนติดท็อปเท็นระดับประเทศ ผลงานที่ผ่านมาโดดเด่นทั้งในสภาและนอกสภา ได้รับโอกาสอภิปรายในวาระต่างๆอย่างต่อเนื่อง พร้อมผลักดันงบประมาณมาแก้ไขปัญหา และพัฒนาเมืองกาฬสินธุ์เจริญก้าวหน้าตามลำดับ
ในการเลือกตั้ง 69 “หมู” ยังได้รับในบทบาท “ผู้นำทัพ” เพื่อไทย ที่หวังจะปักธงแดงยกจังหวัด ถือเป็นภารกิจสำคัญ เช่นเดียวกับการรักษาเก้าอี้ ส.ส.เขต 1 กาฬสินธุ์ ที่พรรคเพื่อไทยครอบครองมายาวนาน โดยจับได้เบอร์ 6 ว่ากันว่าเป็นหมายเลขดีเป็นมงคล ขณะที่คู่แข่ง ค่ายสีน้ำเงิน พรรคภูมิใจไทย ส่ง “ดร.เทิดแผ่นดินทอง ธารชัย” เบอร์ 5 นักจัดรายการวิทยุชื่อดัง พรรคส้ม “ประชาชน” ส่ง “พีระพันธ์ ดวงประทุม” เบอร์ 1 และพรรคพลังประชารัฐ ส่ง “ปภัทร เฮงไพบูลย์” เบอร์ 7 ลงสนาม ซึ่งเขตเลือกตั้งที่ 1 กระแสเสียงและพลัง ยังทิ้งน้ำที่หนักแชมป์เก่าเบอร์ 6 “หมู” วิรัช พิมพะนิตย์ เพราะยังครองใจชาวบ้านได้แบบ 100%
เขตเลือกตั้งที่ 2 ประกอบด้วยพื้นที่ อ.ยางตลาด อ.ฆ้องชัย แชมป์เก่า ส.ส.บอล “พลากร พิมพะนิตย์” เบอร์ 5 พรรคเพื่อไทย แม้เป็น ส.ส. สมัยแรกก็สร้างผลงานได้อย่างล้นหลาม ทั้งการเข้าถึงประชาชน และประชาชนเข้าถึงง่าย ทำให้น้ำหนักเทมายัง “บอล” แล้วกว่า 80% ตั้งแต่เปิดตัวหาเสียง เพราะจากการดูโปรไฟล์ของผู้สมัครแข่งขันแล้ว กระดูกมวยของ “บอล” เหนือกว่าคนอื่นหลายปอนด์
จากเดิม พื้นที่เขต 2 หลายสมัย จะเป็นสนามเดือดของ จ.กาฬสินธุ์ โดยมี “เจ้นาง โรงทาน” นางวันเพ็ญ เศรษฐรักษา จากภูมิใจไทยและต่อมาย้ายมาพรรคไทยสร้างไทย เป็นคู่ปรับ ปัจจุบัน “เจ้นางฯ” ไม่ได้ลงสมัคร จึงกลายเป็นสนามสุดชิลล์ เพราะคู่แข่งที่จากพรรคน้ำเงิน “ภูมิใจไทย” ที่ส่ง อนิศ โอสถานุเคราะห์ เบอร์ 4 บุตรชาย อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย “ลุงกุ้ง” วีระวัฒน์ โอสถานุเคราะห์ ลงสนาม, พรรคประชาชน ส่ง “เกียรติศักดิ์ ตั้งรุ่งเรืองอยู่” เบอร์ 3, พรรคกล้าธรรม ส่ง “พ.ต.อ.เรืองยศ ภูพานเพชร” เบอร์ 6 อดีตนายตำรวจเกษียณอายุราชการ ชั่งน้ำหนักดูแล้ว เซียนการเมืองฟันธงว่าชั้นเชิงยังไม่แกร่งพอที่จะโค่น “บอล เพื่อไทย” ลงได้
เขตเลือกตั้งที่ 3 ประกอบด้วย อ.ห้วยเม็ก อ.หนองกุงศรี และอ.ท่าคันโท พรรคเพื่อไทยเพลี่ยงพล้ำในการเลือกตั้งปี 66 ให้กับ“จำลอง ภูนวนทา” จากพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งรอบนี้ย้ายค่ายไปซบปีกผู้กองธรรมนัส พรหมเผ่า พรรคกล้าธรรม จากการเช็คเรตติ้งที่ในเขต 3 ฐานเสียงยังคงเหนียวแน่น เชื่อขนมกินได้ว่าป้องกันแชปมไว้ได้ แต่ศึกเลือกตั้ง 69 คู่แข่งที่เข้ามาทวงคืนเก้าอี้ นับว่าสมน้ำสมเนื้อ รอบนี้ “จำลอง ภูนวนทา” จับได้เบอร์ 4 โดยพรรคเพื่อไทย เลือก “อีฟ” น.ส.ศิรินันท์ ภูมิเหล่าแจ้ง เบอร์ 2 เป็นภรรยา เกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง “นายกตุ้ย” คนดังมากบารมี ในวงการท้องถิ่น จ.กาฬสินธุ์
นอกจากนี้ ยังมีฐานคะแนนเสียงของ “วิทยา ภูมิเหล่าแจ้ง” อดีต ส.ส.กาฬสินธุ์ พี่ชาย “นายกตุ้ย” ที่รอบนี้ช่วยน้องสะใภ้เต็มตัว เรียกได้ว่ากระแสพรรคดี มีหลังบ้านแน่น ทำให้แต้มต่อของ “เพื่อไทย” มีความหวังสูงไม่น้อย ขณะที่พรรคประชาชน มี “วีรภัทร ราชชมภู” เบอร์ 3 อดีตนายกเทศมนตรี ลงสนาม, พรรคพลังประชารัฐ มี “ศุภสิทธิ์ เฮงไพบูลย์” เบอร์ 6 อดีต สจ. อ.สมเด็จ ลงสนามแบบข้ามเขื่อน-ข้ามดงลงสู้ศึก เพราะไม่ใช่ฐานที่มั่นและไม่ใช่คนพื้นที่เลย ชาวบ้านจึงมีคำถามว่า จะสร้างกระแสและคะแนนนิยมในรูปแบบไหน ส่วนพรรคภูมิใจไทย ส่ง “สจ.ฮอ” เดชบดินทร์ พยุงแสนกุล คนบุรีรัมย์เขยกาฬสินธุ์ เบอร์ 1 ลงสมัคร พกความมั่นใจจากการเป็นอดีต ส.อบจ.หลายสมัย มีฐานผู้กว้างขวางสนับสนุน แต่ยังต้องดูความเก๋ากับเกมการเมืองของ “จำลอง ภูนวนทา” แชมป์เก่า ที่สะกดคำว่าแพ้ไม่เป็น ในขณะที่ “อีฟ ศิรินันท์” มองข้ามช็อต หวังทวงคืนเก้าอี้ให้กับ “เพื่อไทย” ให้ได้
สำหรับเขตเลือกตั้งที่ 4 อ.สหัสขันธ์ อ.สมเด็จ อ.คำม่วง อ.สามชัย เป็นอีกพื้นที่แข่งขันดุเดือด เมื่อ “บ้านเล็ก” อยากเป็น “บ้านใหญ่” จากการขยายผลส่งพี่น้องลงสมัคร 3 เขตเลือกตั้ง ในนามพรรคพลังประชารัฐของ อดีต ส.ส.“เม” ประภา เฮงไพบูลย์ เบอร์ 8 พรรคพลังประชารัฐ เคยสังกัดพรรคภูมิใจไทย มีประวัติล้มช้างบ้านใหญ่ “พีระเพชร ศิริกุล”พรรคเพื่อไทย ในการเลือกตั้งปี 66 ที่ผ่านมา รอบนี้ลงในนามพรรคพลังประชารัฐ
ขณะที่อดีตแชมป์ “ครูต๋อย” พีระเพชร ศิริกุล ไม่ลงสนามเอง แต่มีภาพประกบ “แน๊ต” วิรัตน์ ภูต้องใจ เบอร์ 3 พรรคภูมิใจไทย อดีต.ส.อบจ.กาฬสินธุ์ ลูกเขยคนโปรด แทบทุกป้าย ประกาศชัดเจนที่จะดันทายาททางเมืองสานต่อภารกิจพิชิตเก้าอี้ ส.ส.เขต 4 ส่วนพรรคประชาชน หนุน “อภิยุทธ ณ กาฬสินธุ์” เบอร์ 2 บุตรชาย อดีต ส.ส.คนดัง “วิวรรธนไชย ณ กาฬสินธุ์” ฉายา “จอมขมังเวทย์” ซึ่งได้ลงพื้นที่ช่วยลูกหาเสียงควานหาฐานเดิมแต่ยังยาก เพราะห่างพื้นที่ไปนาน
ส่วนพรรคเพื่อไทย ไม่ยอมและยอมไม่ได้ พร้อมทวงคืนเก้าอี้เขต 4 ส่ง “เบ๊นซ์” หรือ “บักหล่าเบ๊นซ์” ณัฐวัชต์ พิมพะนิตย์ เบอร์ 4 พรรคเพื่อไทย ลูกชายคนโต ของ ส.ส.หมู “วิรัช พิมพะนิตย์” ลงสนาม ด้วยประวัติทำงานการเมืองมาหลากหลายรูปแบบโดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยว ที่เหมาะสมกับตัวตนและวิชั่นของ “บักหล่าเบ๊นซ์” เป็นอย่างมาก เพราะเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวของ จ.กาฬสินธุ์ ที่เชื่อมโยงไปยัง 18 อำเภอ ภารกิจในการช่วงชิงฐานคะแนนของคนเสื้อแดงคนภูพานกลับมา ปลุกคนเสื้อแดง เขต 4 ให้คึกคัก มีชีวิตชีวาอีกครั้ง เพราะตั้งแต่เปิดตัวนับว่ากระแรงไม่แผ่ว “แม่ยก” แห่แหน “บักหล่าเบ๊นซ์” กระแสดีวันดีคืน การันตีจากการปราศรัยใหญ่ ที่ผ่านมา เป็นความหวังของพรรคเพื่อไทย ที่จะทรวงคืนเก้าอี้เขต 4 กลับคืนมาได้
ในเขตเลือกตั้งที่ 5 ประกอบด้วย อ.กมลาไสย อ.ร่องคำ อ.ห้วยผึ้ง อ.ดอนจาน และ อ.นามน ฐานที่มั่นของบ้านใหญ่ “ศรีธเรศ” แม้ป้ารื่น “บุญรื่น ศรีธเรศ” อดีต รมช.ศึกษาธิการจะวางมือเขต 1 ส่งไม้ต่อ “ส.ส.หมู-วิรัช พิมพะนิตย์” แต่ยังมากบารมีในถิ่นฐานบ้านเกิด เขต 5 ส่ง “ตั้ม” ทินพล ศรีธเรศ รักษาเก้าอี้ ส.ส.กาฬสินธุ์ เขต 5 พรรคเพื่อไทย เบอร์ 1 ซึ่งฐานเดิมยังคงเหนียว แต่เขต 5 เป็นศึก “บ้านใหญ่ปะทะบ้านใหญ่” ของจริง เพราะคู่แข่งที่สวมเสื้อสีน้ำเงิน พรรคภูมิใจไทย ดีกรีไม่ธรรมดา “บุญญาภา นาชัยเวียง ปุณณนิฏฐา” เบอร์ 5 สายโรงสีใหญ่ “วรามิตร” ผู้เคยครอง เขต 5 มาก่อน โดย อดีต ส.ส. และ อดีต สว. ภัทรา วรามิตร แม้กระทั่ง อดีต นายก อบจ. “เฮียโด่ง” ชานุวัฒน์ วรามิตร ที่สละเรือไม่ลงสมัครรอบนี้ ส่วนที่ต้องจับตามอง เป็นตัวแทนจากพรรคโอกาสใหม่ “วิไลพร นิพัฒน์” อดีตรองนายก อบจ.กาฬสินธุ์ ภรรยาของนักเคลื่อนไหวทางการเมือง “แอสป้า” ประภาส ยงคะวิสัย ที่กระแสดีวันดีคืน ถึงขนาดหัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ ลงมาปราศรัยใหญ่ให้ถึงบ้าน งานนี้ยังต้องลุ้นว่าใครจะเข้าวิน เมื่อบ้านใหญ่ ปะทะบ้านใหญ่ของจริง การช่วงชิงเก้าอี้เขต 5 จึงคาดว่าจะดุเดือด ยิ่งกว่าช้างชนช้าง
ปิดท้ายที่ เขต 6 อ.เขาวง อ.นาคู และอ.กุฉินารายณ์ ต้องสะเทือนสะท้าน เมื่อ “ประเสริฐ บุญเรือง” เบอร์ 6 พรรคภูมิใจไทย อดีตส.ส. 8 สมัย พรรคเพื่อไทย ผู้นำทางจิตวิญญาณ ย้ายค่ายเปลี่ยนเสื้อสีใหม่ แต่ถามคนในพื้นที่ “กระแสเปลี่ยนคน” ยังเงียบ จึงมั่นใจว่า “กำนันหิต” จะรักษาเก้าอี้ไว้ได้ในสมัยที่ 9 ส่วนคู่แข่งมีฐาน “หลวงปู่ศิลา” พระเกจิดังเมืองน้ำดำ สร้างกระแสในโลกโซเชียล อย่าง “ลิ้ง” ชนะวุธ อุทโท เบอร์ 3 สวมเสื้อแดงลงในนามพรรคเพื่อไทย แต่ก็ทำให้คนในพื้นที่สับสน เพราะก่อนหน้านั้นอยู่ “กล้าธรรม” กับผู้กองฯธรรมนัส แล้วจู่ ๆ เปลี่ยนสีเสื้อปุบปับ ทำเอากองเชียร์งงไปตามๆกัน แม้จะมีกระแสเกาะพระ “หลวงปู่ศิลา” แต่เกราะกำลังของพ่อล่าม “กำนันหิต” ที่ดูแลคนพื้นที่มายาวนาน ต่อเนื่อง เสมอต้นเสมอปลาย เป็นที่พึ่งของประชาชนมายาวนาน ทำให้ชาวบ้านยังรัก ยังศรัทธาไม่เปลี่ยนแปลง ขณะที่ตัวแทนพรรคประชาชน พรรคพลังประชารัฐ พรรคกล้าธรรม คงทำได้แค่เพียงดอกไม้ประดับ
พรรคการเมืองใหญ่ เช่น พรรคภูมิใจไทย พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเคยสอดแทรกและแบ่งพื้นที่ยึดครองไป หรือพรรคการเมืองน้องใหม่ อย่าง กล้าธรรม โอกาสใหม่ ที่ส่งผู้สมัครลงชิงเก้าอี้ ส.ส.กาฬสินธุ์ 6 เขต ต่างมีความหวังที่จะช่วงชิงพื้นที่ เพื่อปักธงแห่งชัยชนะให้ได้ ขณะที่พรรคเพื่อไทย ต้องการทวงคืนพื้นที่แบบ “เพื่อไทยแลนด์สไลด์” ยกจังหวัด ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ที่จะเป็นผู้ตัดสินชี้ขาด ในการเข้าคูหากาบัตรเลือกตั้ง 8 ก.พ. 69 นี้ โค้งสุดท้ายมาถึงแล้ว อดใจรอสักนิด ว่าเสียงสวรรค์จะเทคะแนนให้ผู้สมัครคนใดได้รับการชูมือ เพื่อก้าวสู่สภาหินอ่อน ตามความหวังตั้งใจในการอาสาเข้ามาเป็นผู้แทนของปวงชน







