ฝ่ายปกครองอำเภอทองผาภูมิ ผนึกกำลังตำรวจ ทหาร และ ตชด. เปิดปฏิบัติการกลางดึก ซุ่มจับขบวนการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวรายใหญ่ หลังสายข่าวแจ้งเตรียมล่องเรือข้ามเขื่อนวชิราลงกรณ ก่อนขึ้นฝั่งพื้นที่บ้านท่าแพ ต.ท่าขนุน สกัดจับรถกระบะคอกคลุมผ้ายาง 3 คัน พบแรงงานชาวเมียนมาอัดแน่นรวม 112 คน พร้อมเป้สัมภาระอีก 172 ใบ จับกุมคนขับได้ 2 ราย หนึ่งในนั้นเป็นเยาวชนอายุเพียง 16 ปี ขณะที่อีกรายตรวจพบสารเสพติดในร่างกาย ยอมรับเพิ่งเสพยาเคก่อนมาขับรถ
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 29 มกราคม 2569 นางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมนายวุฒิพงษ์ สุภัควนิช รองผู้ว่าราชการจังหวัด และพล.ต.ต.พศวีร์ เรืองภู่ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ได้รับรายงานด่วนจากนายอนุสรณ์ สง่าแสง นายอำเภอทองผาภูมิ ว่าจะมีขบวนการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวข้ามเขื่อนวชิราลงกรณมาขึ้นฝั่งในพื้นที่ดังกล่าว
จึงสั่งการให้นายยงยุทธ แสวงสุข ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง นำกำลังสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนอำเภอทองผาภูมิที่ 9 ร่วมกับกำนันตำบลท่าขนุน สนธิกำลังกับฝ่ายทหาร ตำรวจ และกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 135 จัดชุดปฏิบัติการออกซุ่มตรวจตราทันที
กระทั่งพบรถกระบะคอกปิดคลุมผ้ายาง 3 คัน ขับเรียงตามกันมาบริเวณเส้นทางโค้งหนองพะแล เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวขอตรวจค้น แต่คนขับพยายามหลบหนีเข้าป่า สามารถติดตามจับกุมตัวได้ 2 ราย คือ นายอวิรุทธ์ หรือ “ไอซ์” อายุ 25 ปี ชาวอำเภอท่ามะกา และนายศุภนันท์ เยาวชนอายุ 16 ปี ชาวอำเภอทองผาภูมิ ส่วนคนขับอีก 1 รายอาศัยความชำนาญพื้นที่หลบหนีไปได้
จากการตรวจค้นพบแรงงานชาวเมียนมาทั้งชายและหญิงถูกอัดแน่นอยู่ในรถกระบะ 2 คัน รวม 112 คน ส่วนรถอีกคันบรรทุกเป้สัมภาระจำนวน 172 ใบ ตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่านายอวิรุทธ์มีผลตรวจปัสสาวะเป็นสีม่วง ให้การรับสารภาพว่าเพิ่งเสพยาเคตามีนก่อนมาขับรถขนแรงงาน
ผู้ต้องหาให้การว่าเช่ารถมารับจ้างขนแรงงานมาแล้ว 3 ครั้ง ได้ค่าจ้างครั้งละไม่กี่พันบาท ขณะที่แรงงานต่างด้าวให้ข้อมูลว่าจ่ายค่านายหน้าคนละประมาณ 20,000–30,000 บาท หวังเดินทางไปทำงานขุดทองและรับจ้างในพื้นที่กรุงเทพฯ ระยอง และประเทศมาเลเซีย แต่ถูกจับกุมได้เสียก่อน
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมแรงงานต่างด้าว ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ทองผาภูมิ ดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด และอยู่ระหว่างขยายผลติดตามจับกุมเครือข่ายที่หลบหนีต่อไป







