“แม่ทัพภาคที่ 2” เยี่ยมถึงบ้านคุณแม่ “พลทหารภานุพัฒน์ เสาร์สา”ด้วยหัวใจของผู้บังคับบัญชา สดุดีวีรบุรุษผู้สละชีพเพื่อแผ่นดิน
เมื่อวันที่ 23 ม.ค.69 พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 เดินทางลงพื้นที่เข้าเยี่ยมให้กำลังใจ คุณแม่ของพลทหารภานุพัฒน์ เสาร์สา ถึงบ้านพักในพื้นที่อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ ด้วยความห่วงใยและความอาลัยจากหัวใจของผู้บังคับบัญชา เพื่อสดุดีเกียรติประวัติของทหารกล้าผู้เสียสละชีวิตเพื่อชาติ กำลังพลสังกัดกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 23 (ร.23 พัน.3) ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นวีรบุรุษ จากการเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ในสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา
การเข้าเยี่ยมในครั้งนี้ แม่ทัพภาคที่ 2 ได้กล่าวแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการสูญเสียกำลังพลผู้กล้าหาญ พร้อมย้ำว่าการสูญเสียครั้งนี้เป็นความสูญเสียของกองทัพและของประเทศชาติ ท่านได้พูดคุยอย่างใกล้ชิด รับฟังความรู้สึกของคุณแม่ด้วยความอ่อนโยน แสดงให้เห็นถึงความห่วงใยในฐานะผู้บังคับบัญชา ที่มิได้มองกำลังพลเป็นเพียงผู้ใต้บังคับบัญชา หากแต่เป็น “ลูกหลานของกองทัพ” ที่ทุกคนรักและภาคภูมิใจ
คุณแม่ของพลทหารภานุพัฒน์ เปิดเผยด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมด้วยความโศกเศร้า แต่แฝงด้วยความภาคภูมิใจในบุตรชายผู้จากไป แม้หัวใจจะเจ็บปวดกับการสูญเสียอันยิ่งใหญ่ แต่ก็รู้สึกซาบซึ้งและมีกำลังใจขึ้น เมื่อเห็นว่าผู้บังคับบัญชาและกองทัพบกไม่เคยทอดทิ้ง และยังคงดูแลครอบครัวของทหารกล้าอย่างใกล้ชิด
พลทหารภานุพัฒน์ เสาร์สา เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่บริเวณ เนิน 350 ในช่วงเดือนธันวาคม พ.ศ. 2568 นับเป็นการสูญเสียกำลังพลผู้ยืนหยัดปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญและเสียสละ เพื่อปกป้องอธิปไตยและความสงบสุขของประเทศ จนวาระสุดท้ายของชีวิต
โอกาสนี้ แม่ทัพภาคที่ 2 ยังได้ติดตามความคืบหน้าการช่วยเหลือครอบครัวของพลทหารภานุพัฒน์ในทุกด้าน รวมถึงความคืบหน้าของ การก่อสร้างบ้านพักอาศัยให้กับคุณแม่ เพื่อให้มีความเป็นอยู่ที่มั่นคง สมกับความเสียสละอันยิ่งใหญ่ของบุตรชายผู้เป็นเสาหลักและความภาคภูมิใจของครอบครัว
การเดินทางมาเยี่ยมให้กำลังใจถึงบ้านในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงหัวใจของกองทัพบก ที่ยืนเคียงข้างกำลังพลและครอบครัวของผู้เสียสละในทุกช่วงเวลา พร้อมยืนยันว่า เลือดเนื้อและชีวิตของทหารกล้าทุกนาย จะไม่สูญเปล่า และจะถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ของชาติไทยตลอดไป
พลทหารภานุพัฒน์ เสาร์สา คือวีรบุรุษของแผ่นดิน ผู้สละชีวิตเพื่อผืนธงไตรรงค์ เกียรติยศและความกล้าหาญของเขาจะยังคงอยู่ในหัวใจของคนไทยทั้งประเทศตราบนานเท่านาน







