วันที่ 20 มี.ค.69 ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Thon Thamrongnawasawat ระบุว่า...
เมื่อวานจั่วหัวว่าปิดช่องแคบเหมือนปิดก๊อก โจมตีโรงปิโตรเลียมเหมือนทุบก๊อก วันนี้จะมาอธิบายเพิ่มให้เพื่อนธรณ์
หากสงครามยุติ การเปิดช่องแคบอีกครั้ง อาจต้องใช้เวลาเป็นเดือนหรือกว่านั้น กว่าทุกอย่างจะเข้ารูปเข้ารอย
แต่โรงผลิตปิโตรเลียมที่โดนถล่ม มันนานกว่านั้นเยอะ ขอยกตัวอย่างโรงก๊าซที่กาตาร์
กาตาร์ส่งออกน้ำมันไม่มาก แต่ส่งก๊าซ 20% ของโลกในรูปแบบ LNG
LNG คือก๊าซเหลว อัดจากก๊าซให้เป็นของเหลวเพื่อจะได้ขนทีละเยอะๆ ด้วยเรือที่มีถังกลมๆ (สัตว์ประหลาดชอบทำลายมาก นัยว่าระเบิดบึ้มเยอะกว่าน้ำมัน)
เมื่อถึงท่าเรือปลายทาง LNG จะถูกเปลี่ยนสถานะจากเหลวกลับเป็นก๊าซ ผลพลอยได้คือความเย็นเพียบเลย
ตัวอย่างง่ายๆ คือเราไปดูทิวลิปได้ที่ระยอง เพราะเรานำความเย็นพวกนั้นจากท่าเรือก๊าซมาใช้
เพราะฉะนั้น สิ่งสำคัญที่ท่าเรือก๊าซต้นทางต้องมี คือเครื่องอัดก๊าซให้เป็นของเหลว
เครื่องดังกล่าวราคาแพงมหาศาล ยิ่งต้องส่งมากยิ่งต้องใหญ่ต้องแพง จึงไม่มีใครสร้างโรงงานโดยมีเครื่องสำรองไว้
อีกทั้งถ้าเครื่องพังกระจาย ก็หาซื้อใหม่ไม่ได้จากชอปปี้ ต้องทำขึ้นใหม่ทั้งหมด
นั่นคือก๊อกราคามหาศาล ยิ่งกว่าเอาทองคำมาทำด้วยซ้ำ
โรงก๊าซยักษ์ของกาตาร์มีเครื่องที่ว่า 2 เครื่อง
จากนั้นก็เกิดสงคราม ยิงกันไปมา เมื่อวานโรงก๊าซถูกยิง
เจ้าของโรงงานออกมาแถลง เครื่องพังไป 1 เครื่อง ส่งผลกระทบมหาศาล
ผลผลิตจะหายไปปีละ 12.8 ล้านตัน ต่อเนื่องกัน 3-5 ปี
เทียบเท่ากับผลผลิตก๊าซของการ์ตา 17%
ไทยนำเข้าก๊าซจากกาตาร์ ปีละ 2.3 ล้านตัน สิงคโปร์ 3.1 ล้าน ญี่ปุ่น 3.6 ล้าน
หมายถึงบึ้มเดียวเมื่อวาน ทำให้ก๊าซแต่ละปีหายไปมากกว่าที่ส่งให้ไทย+ญี่ปุ่น+สิงคโปร์ เยอะเลยครับ (12.8/9)
ผลที่เกิดขึ้นจึงต่อเนื่องไปอีก 3-5 ปีกว่าจะซ่อมเสร็จ
แถมยังต้องสร้างเครื่องใหม่ ค่าใช้จ่ายใดๆ ล้วนบวกเข้าไปในค่าก๊าซ
หมายถึง LNG โลกจะแพงขึ้น แม้สงครามจบแล้ว แต่ผลกระทบยังอยู่เป็นปีๆ
นั่นคือผลของการทุบก๊อก
LNG นอกจากนำไปใช้ผลิตไฟฟ้า ยังแยกออกมาเป็นวัตถุดิบปิโตรเคมีอีกมาก
ผลกระทบจึงขยายไปตามซัพพลายเชนต่างๆ
สุดท้าย ยังอาจส่งผลถึงโลกร้อน
เพราะเมื่อก๊าซราคาแพง หลายประเทศที่ไม่มีทางเลือก เริ่มกลับมาคิดถึงถ่านหิน
ราคาถ่านหินโลกจึงเริ่มขยับ หุ้นถ่านหินไทยเริ่มวิ่งอีกครั้ง
หลายคนคิดถึงพลังงานสีเขียวมาทดแทน
คำตอบคือใช่ แต่มันสร้างไม่เร็วขนาดนั้น อาจต้องใช้เวลาหลายปี
ขณะที่โรงงานถ่านหินมีอยู่แล้ว ลดกำลังผลิตเพราะต้านกระแสสีเขียวไม่ไหว แต่ในยามฉุกเฉิน เร่งขึ้นใหม่ได้
แถมแรงต้านคงเบาบาง เนื่องจากคนห่วงค่าไฟปัจจุบัน มากกว่าอนาคตลูกหลาน
นั่นคือบทอธิบายเรื่องก๊อกที่ถูกทำลาย นำมาเล่าให้เพื่อนธรณ์ครับ
#ดรธรณ์ #LNG #พลังงานโลก #ก๊าซธรรมชาติ #วิกฤตพลังงาน #เศรษฐกิจโลก #ข่าวเศรษฐกิจ #พลังงาน #โลกร้อน #ข่าววันนี้ #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline








