ไอซ์รักชนกลุยช่วยผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาชนในจ.อุดรธานีและจ.หนองคาย หวังมีส.ส.จากพรรคส้มมากกว่าเดิม อ้อนขอคะแนนเสียง คะแนนไม่ตกน้ำแน่นอน เผยพรรคประชาชนยังเป็นม้าเต็งหนึ่ง ส่วนเรื่องประกันสังคมขอย้ำต้องเอาออกมาจากระบบราชการให้มืออาชีพบริหาร ให้โปร่งใส ประชาชนตรวจสอบได้
วันที่ 21 ม.ค.69 เวลา 17.00 น.พรรคประชาชนเปิดเวทีย่อยหาเสียงย่อยบริเวณหน้าแสงทองมาร์เก็ต ถนนโพศรี ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี โดยมีน.ส.รักชนก ศรีนอก หรือ “ไอซ์” ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนยังคงตระเวนลงพื้นที่ร่วมช่วยหาเสียงและให้กำลังใจผู้สมัคร สส.เขต 1 จังหวัดอุดรธานี พรรคประชาชน คือ นายอานันท์ อัมรินทร์ หรือ “ต๊ะ” เบอร์ 5
บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชน พ่อค้าแม่ค้า และผู้สนใจทางการเมืองในพื้นที่แวะเวียนเข้าร่วมรับฟังการปราศรัยและนโยบายของพรรคเป็นจำนวนมาก ท่ามกลางการดูแลความเรียบร้อยของทีมงานและอาสาสมัครพรรค ก่อนการปราศรัยของไอซ์ รัชนก มีผู้สมัคร สส.จากเขตต่าง ๆ รวมถึงผู้สนับสนุนพรรคผลัดเปลี่ยนกันขึ้นเวที แนะนำตัวและสื่อสารแนวคิดทางการเมือง พร้อมเชิญชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ตามสโลแกนของพรรคฯ “เลือกตั้งไม่มีเทา เราเอาจริง”
นายอนันท์ อัมรินทร์ ผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาชน เขต1 เบอร์ 5 ปราศรัยนำเสนอนโยบายในรูปแบบใหม่ ชูนโยบายเป็นตัวนำทางการเมือง ย้ำจุดยืนการทำงานที่สร้างสรรค์ ไม่ใช้การโจมตีฝ่ายตรงข้าม แม้ระหว่างการหาเสียงจะเผชิญกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากฝ่ายอื่น พร้อมยืนยันว่าพรรคประชาชนมุ่งหวังการเปลี่ยนแปลงประเทศผ่านนโยบายและการมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นหลัก พร้อมแนะนำวิธีการลงคะแนนเสียง โดยเน้นการกาบัตรเลือกตั้ง บัตรสีเหลือง รวมถึงการลงคะแนนในช่วงประชามติให้ “เห็นด้วย” ตามแนวทางของพรรค
จากนั้นในเวลาประมาณ 17.30 น. น.ส.รักชนก ศรีนอก ได้จับไมค์ปราศรัย โดยบอกกับผู้มารับฟังว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคประชาชนขอเน้นการนำเสนอนโยบาย ไม่โจมตีใคร โดยหนึ่งในนโยบายสำคัญคือ “หวยใบเสร็จ” ควบคู่กับโครงการคนละครึ่ง ซึ่งผู้ที่เข้าร่วมคนละครึ่งอยู่แล้วจะได้รับสิทธิ์ลุ้นหวยใบเสร็จเพิ่มเติม โดยประชาชนสามารถนำยอดการซื้อสินค้ามาสะสมครบ 500 บาท รับหวย 1 ใบ ไม่จำกัดจำนวนการซื้อ ขณะที่พ่อค้าแม่ค้ารายย่อยในตลาด หากมียอดขายครบ 5,000 บาท จะได้รับหวย 1 ใบเช่นเดียวกัน และอีกหลายนโยบายในจำนวน 200 นโยบายขอยกตัวอย่างมา เช่น พรรคประชาชนยังมีแนวคิดสนับสนุนพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น โดยเสนอระบบกู้ด่วนผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” สำหรับกรณีจำเป็นเร่งด่วน วงเงินกู้จะพิจารณาจากยอดซื้อขายจริง ขายดีสามารถกู้ได้มาก ขายได้น้อยกู้ได้น้อย แต่มีรัฐบาลค้ำประกัน ซึ่งจะช่วยให้ร้านค้ารายย่อยสามารถแข่งขันกับร้านค้าขนาดใหญ่ และดึงดูดให้ประชาชนกลับมาจับจ่ายในตลาดมากขึ้น ด้านนโยบายการศึกษา น.ส.รัชนก กล่าวว่า พรรคประชาชนมีนโยบายด้านการศึกษารวม 19 ข้อ โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับการป้องกันไม่ให้เด็กที่ยากจนและด้อยโอกาสหลุดออกจากระบบการศึกษา ผ่าน 3 มาตรการหลัก ได้แก่ การเพิ่มงบประมาณค่าอาหารกลางวันให้เด็กนักเรียนทั่วประเทศอีก 16,000 ล้านบาท การลดระเบียบและสนับสนุนโรงเรียนที่มีความพร้อมให้จัดอาหารเช้าแก่เด็กนักเรียน และการเพิ่มเงินให้กับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา เพื่อช่วยติดตามและพาเด็กที่หลุดจากระบบกลับเข้าสู่โรงเรียนพร้อมกันนี้ ยังเสนอให้มีโรงเรียนที่มีคุณภาพในทุกพื้นที่ เพื่อให้ผู้ปกครองที่มีรายได้น้อยสามารถส่งบุตรหลานเข้าเรียนได้ รวมถึงการลดภาระงานเอกสารของครู คืนเวลาให้ครูได้ทำหน้าที่สอนอย่างเต็มที่
ช่วงท้ายการปราศรัย น.ส.รักชนก ย้ำว่า พรรคประชาชนตั้งเป้าได้ สส. 250 ที่นั่ง ไม่ใช่ด้วยความประมาท แต่เพราะเชื่อว่าหากไม่ได้รับการสนับสนุนอย่างถล่มทลายจากประชาชน จะไม่สามารถผลักดันการเปลี่ยนแปลงได้ พร้อมขอให้ประชาชนเลือกผู้สมัครพรรคประชาชนทั้งสองใบ และร่วมกันสร้าง “รัฐบาลประชาชน” ครั้งแรกในประเทศไทย
ไอซ์ รักชนก ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว ถึงแนวทางการบริหารจัดการกองทุนประกันสังคมว่า ต้องเอาออกมาจากกระทรวงแรงงานและผลักดันให้มีการบริหารงานโดย “มืออาชีพ” และ “ซีอีโอ” ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เช่นเดียวกับโมเดลของกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) โดยเน้นย้ำว่าควรนำกองทุนออกจากข้อจำกัดของระเบียบราชการ เพื่อให้เกิดความคล่องตัวและโปร่งใส “เราอยากเห็นกองทุนประกันสังคมที่ตรวจสอบได้ ประชาชนต้องรู้ว่าเงินที่เขาเสียไปทุกเดือนถูกนำไปลงทุนอะไร และในอีก 25 ปีข้างหน้า เงินกองทุนนี้จะยังคงมีความมั่นคงอยู่หรือไม่ การให้มืออาชีพเข้ามาบริหารจะช่วยเพิ่มสิทธิประโยชน์และสร้างความมั่นใจให้กับผู้ประกันตนได้ดีกว่าระบบปัจจุบัน”
สำหรับการลงพื้นที่ในจ.อุดรธานีและจ.หนองคาย บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักและได้รับเสียงตอบรับดีกว่าช่วงการเลือกตั้งครั้งก่อน โดยเชื่อว่าประชาชนไม่ได้ตัดสินใจเพียงแค่ช่วงหาเสียง แต่ตัดสินใจจากผลงานที่พรรคได้ทำมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการแก้ไขปัญหาค่าไฟฟ้า โควต้าสลากกินแบ่งรัฐบาล การเรียกร้องสิทธิให้ทหาร หรือการจัดการปัญหาปลาหมอคางดำ
ในการเลือกตั้งครั้งนี้พรรคประชาชนมีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และถือเป็น “ม้าเต็ง” ในสนามเลือกตั้งครั้งนี้ โดยขอให้เชื่อมั่นว่าคะแนนเสียงของประชาชนจะไม่อันตรธานหายไป “ถ้าอยากได้รัฐบาลของประชาชน และอยากเห็นคุณณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เป็นนายกรัฐมนตรี ขอให้พี่น้องประชาชนไว้วางใจเลือกพรรคประชาชนทั้ง 2 ใบ ทุกเขตทั่วประเทศ เพื่อเข้าไปทำหน้าที่บริหารประเทศตามเจตนารมณ์ของประชาชน” คะแนนของพี่น้องประชาชนไม่ตกน้ำแน่นอน ไอซ์รักชนกกล่าวทิ้งท้าย
ภูมิภาค-66








