ข่าวภูมิภาค

เดือด! สุนัขต่างชาติอาละวาด กัดชาวบ้าน–นักท่องเที่ยว ชาวบางสะพานจี้รัฐเอาจริง

แชร์ข่าว



เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2569 เวลา 13.30 น. ที่ห้องประชุมชั้น 3 ที่ว่าการอำเภอบางสะพาน นายสัมฤทธิ์ คำเคลือน ปลัดอาวุโสอำเภอบางสะพาน เป็นประธานการประชุมรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน กรณีสุนัขดุของชาวต่างชาติอาละวาดกัดชาวบ้านและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ชายหาดสวนหลวง อำเภอบางสะพาน


การประชุมครั้งนี้มี นางสาวธนพร บางบัวงาม หัวหน้าสภาองค์กรของผู้บริโภค พร้อมคณะทำงาน นายนันทปรีชา คำทอง ประธานยุทธศาสตร์คณะทำงานสมาชิกวุฒิสภา รวมถึงเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจท่องเที่ยว สาธารณสุขอำเภอ องค์การบริหารส่วนตำบลพงศ์ประศาสน์ ผู้ใหญ่บ้าน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตัวแทนชาวบ้าน และนักท่องเที่ยว เข้าร่วมกว่า 100 คน ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดและความกังวลด้านความปลอดภัย


ที่ประชุมระบุว่า ก่อนหน้านี้เกิดเหตุสุนัขของนายมาเธียส ชาวต่างชาติ ก่อเหตุไล่กัดชาวบ้านและนักท่องเที่ยวหลายครั้ง ล่าสุดนักท่องเที่ยวชาวสวีเดนถูกกัดได้รับบาดเจ็บ แต่ไม่สามารถเข้าแจ้งความได้ เนื่องจากต้องเดินทางกลับประเทศ ทำให้กระบวนการดำเนินคดีไม่สามารถเดินหน้าได้อย่างเต็มที่


เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจาก อบต.พงศ์ประศาสน์ ได้ชี้แจงลำดับเหตุการณ์และข้อเท็จจริงทั้งหมด เพื่อสะท้อนถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่ ขณะที่ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวที่เข้าร่วมประชุมต่างแสดงความกังวลต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน


ที่ประชุมมีมติให้รวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งภาพถ่าย คลิปวิดีโอ และคำให้การของผู้เสียหาย เพื่อพิจารณาว่านายมาเธียสฝ่าฝืนข้อตกลงและคำสั่งทางปกครองหรือไม่ ก่อนเสนอเรื่องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดรับทราบ และส่งให้อัยการพิจารณาดำเนินคดีตามกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านจำนวนมากสะท้อนความไม่พอใจต่อการแก้ไขปัญหาของภาครัฐ มองว่าดำเนินการล่าช้าและขาดเอกภาพ แม้จะมีการตั้งคณะกรรมการและออกมาตรการควบคุมแล้ว แต่ยังไม่สามารถสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยได้ ทำให้ประชาชนยังต้องใช้ชีวิตด้วยความหวาดระแวง เกรงว่าสุนัขจะออกมาก่อเหตุซ้ำอีก

ขณะเดียวกัน องค์การบริหารส่วนตำบลพงศ์ประศาสน์ ได้ออกคำสั่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นให้
นายมาเธียสควบคุมการเลี้ยงสุนัขอย่างเข้มงวด หลังตรวจสอบพบว่าไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงที่ทำไว้เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2568 โดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 สั่งยกเลิกข้อตกลงเดิม และกำหนดห้ามปล่อยสุนัขในที่สาธารณะโดยเด็ดขาด ต้องควบคุมให้อยู่ภายในพื้นที่ของตนเท่านั้น หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 25,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ด้านสภาองค์กรของผู้บริโภคยืนยันจะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อผลักดันให้เกิดการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม และคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่อย่างแท้จริง ขณะที่ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอจะรวบรวมข้อมูลทั้งหมดเสนอไปยังศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อัยการจังหวัดคุ้มครองผู้บริโภค และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมหาแนวทางแก้ไขปัญหาให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด

ภูมิภาค-30