พระราชทานเพลิงศพแม่ค้าขายแมลงทอด ชาวบุรีรัมย์ เหยื่อเครนทับขบวนรถไฟเสียชีวิต รายที่ 27 ครอบครัวเรียกร้องบริษัทรับเหมาต้นตอโศกนาฏกรรมจริงใจรับผิดชอบมากกว่านี้ เยียวยาศพละ 150,000 บาท น้อยเกินไปกับชีวิตที่สูญเสีย เพราะนอกจากขาดเสาหลักลูก 10 ขวบยังกำพร้า วอนส่งเสียจนจบปริญญามีงานมั่นคงทำ
เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 21 ม.ค.69 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานเพลิงศพเป็นกรณีพิเศษ แก่ น.ส.สุพิณนา สัตบุตร อายุ 28 ปี ชาวอำเภอกระสัง จ.บุรีรัมย์ ผู้เสียชีวิตรายที่ 27 จากเหตุการณ์สะเทือนขวัญ ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 21 เส้นทางสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์–อุบลราชธานี ถูกเครนก่อสร้างโครงการรถไฟรางคู่ล้มทับ บริเวณช่วงระหว่างสถานีหนองน้ำขุ่น–สถานีสีคิ้ว บ้านถนนคต อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ส่งผลให้มีผู้โดยสารเสียชีวิตมากถึง 32 ราย และบาดเจ็บอีกจำนวนมาก เมื่อวันที่ 14 ม.ค.69 ที่ผ่านมา
โดยพิธีพระราชทานเพลิงศพจัดขึ้นที่วัดปทุมคงคา ตำบลบ้านปรือ อำเภอกระสัง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของ น.ส.สุพิณนา ทั้งนี้ได้มีนายเกรียงศักดิ์ สมจิต รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นประธานพิธีพระราชทานเพลิงศพ พร้อมมอบเงินสงเคราะห์แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตด้วย
โดยบรรยากาศพิธีพระราชทานเพลิงศพ ได้มีตัวแทนจากการรถไฟแห่งประเทศไทย หัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่จังหวัด รวมถึงญาติพี่น้อง ผู้ที่รู้จักคุ้นเคยมาร่วมส่งดวงวิญญาณของ น.ส.สุพิณนา เป็นจำนวนมาก ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจของครอบครัว ที่ต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก โดยเฉพาะ ด.ช.ธนกร หรือน้องกร อายุ 10 ขวบ ลูกชายคนเดียวของ น.ส.สุพิณนา ที่ต้องกำพร้าแม่ ขาดที่ยึดเหนี่ยวจิตใจและขาดเสาหลักเพียงคนเดียวไปอย่างไม่มีวันกลับ
นายบุญฤทธิ์ มินทยักษ์ สามีของผู้เสียชีวิต บอกว่า ยังทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะรักเขามาก หากย้อนเวลากลับไปได้ก็จะไม่ให้ภรรยานั่งรถไฟกลับมาบ้าน ตนเองจะยอมขับรถสองแถวที่ใช้ประกอบอาชีพอยู่ มาส่งภรรยาด้วยตัวเอง ก็อยากให้บริษัทรับเหมาแสดงความรับผิดชอบให้มากกว่านี้ มองว่าการเยียวยาศพละ 150,000 บาทน้อยเกินไปสำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และจากที่ติดตามข่าวพบว่าบริษัทดังกล่าวที่รับเหมางาน เกิดอุบัติเหตุลักษณะคล้ายกันหลายครั้ง หากเป็นไปได้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรจะมีมาตรการลงโทษกับบริษัทดังกล่าวด้วย และสิ่งที่อยากให้บริษัทหรือผู้เกี่ยวข้องดูแล คือช่วยส่งเสียลูกชายวัย 10 ขวบของภรรยาที่ต้องกำพร้าขาดเสาหลัก ให้จบปริญญาและมีงานทำที่มั่นคง เพราะภรรยาเขารักลูกมาก ยอมทำงานหนักเพื่อส่งเสียเงินมาดูแลลูก
ด้านนางทวีพร พี่สะใภ้ ผู้เสียชีวิต บอกว่า ทุกคนยังเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และคนที่น่าสงสารที่สุดคือ น้องกร อายุ 10 ขวบ ที่ต้องกำพร้าแม่ ส่วนพ่อก็เลิกรากับแม่นานแล้ว ปัจจุบันอยู่กับลุง ที่ผ่านมาน้องยอมทำงานหนัก ทั้งขายแมลงทอด ว่างก็ไปรับจ้างทำความสะอาดตามคอนโด และวิ่งไรเดอร์ เพื่อหารายได้เสริม เพื่อส่งเสียลูกชายเรียน และเขาเคยบอกว่าอยากมีบ้านเป็นของตัวเอง แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกลับพรากความฝันของน้องไป ก็อยากให้บริษัทรับเหมาแสดงความผิดชอบด้วยการส่งเสียลูกผู้เสียชีวิตให้จบปริญญาตรีและมีงานทำที่สามารถเลี้ยงตัวเองได้ และมองว่าเงินเยียวยา 150,000 บาทน้อยเกินไปกับการสูญเสียที่เกิดขึ้น
ภูมิภาค-54








