ข่าวภูมิภาค

เสียงจากแม่ฮ่องสอน วอนรัฐคุมแอลกอฮอล์เข้ม ทุกชีวิตมีค่า หลังพยาบาลสาวเหยื่อเมาแล้วขับดับสลด

แชร์ข่าว

เครือข่ายประชาคมงดเหล้าแม่ฮ่องสอน เรียกร้องรัฐทบทวนกฎหมายควบคุมแอลกอฮอล์อย่างรอบคอบ หลังพยาบาลสาวเสียชีวิตจากเมาแล้วขับ ชี้ทุกชีวิตมีคุณค่า ไม่ควรถูกแลกด้วยความหละหลวมของกฎหมาย พร้อมมอบเงินเยียวยาครอบครัวผู้สูญเสีย

วันที่ 19 ม.ค.69 เครือข่ายประชาคมงดเหล้าจังหวัดแม่ฮ่องสอน จัดเวทีสรุปบทเรียนจากความสูญเสียและมอบเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผ่านกองทุนช่วยเหลือเด็ก เยาวชน และครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากน้ำเมา โดยสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ณ ศูนย์ไทใหญ่ศึกษา วิทยาลัยชุมชนแม่ฮ่องสอน อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน พร้อมส่งเสียงเรียกร้องไปยังรัฐบาลให้พิจารณาการแก้ไขกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างถี่ถ้วน รอบคอบ และยึดชีวิตประชาชนเป็นศูนย์กลาง

เวทีดังกล่าวจัดขึ้นภายหลังเกิดอุบัติเหตุเมาแล้วขับในจังหวัดนครสวรรค์ รถยนต์เก๋งขับฝ่าไฟแดงชนรถจักรยานยนต์ เป็นเหตุให้ นางสาวเมลารินทร์ ชัยโรจน์รัธนันท์ หรือ “น้องโรซ่า” อายุ 24 ปี พยาบาลวิชาชีพ แผนกห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลศรีสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ เสียชีวิต หลังเลิกเวรเวลา 24.00 น. ระหว่างขับรถจักรยานยนต์กลับที่พัก ในคืนวันที่ 12 ธันวาคม 2568 ครอบครัวได้นำร่างกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาคริสต์ ณ บ้านเกิด จังหวัดแม่ฮ่องสอน ท่ามกลางความโศกเศร้าและความสูญเสียที่ไม่อาจประเมินค่าได้

นายประเสริฐ ประดิษฐ์ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน และแกนนำเครือข่ายประชาคมงดเหล้าจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ใช่กรณีแรก และอาจไม่ใช่กรณีสุดท้าย หากรัฐยังไม่ทบทวนนโยบายและกฎหมายอย่างจริงจัง โดยตั้งคำถามว่า สังคมไทยต้องสูญเสียอีกกี่ชีวิตจากอุบัติเหตุที่มีแอลกอฮอล์เป็นปัจจัย จึงจะเกิดการตัดสินใจเชิงนโยบายที่ยึดความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก จากกรณีดังกล่าวเครือข่ายประชาคมงดเหล้าจังหวัดแม่ฮ่องสอน จึงได้มอบเงินช่วยเหลือครอบครัวของ น.ส.เมลารินทร์ ชัยโรจน์รัธนันท์ จำนวน 10,000 บาท แม้จะเป็นเงินไม่มากแต่อยากให้สังคมได้รับรู้ว่าองค์กรต่าง ๆ จะต้องตระหนักรู้ดูแลคนที่เป็นเหยื่อน้ำเมา

เครือข่ายฯ ระบุว่า สถานการณ์ความสูญเสียจากอุบัติเหตุและความรุนแรงที่เกี่ยวข้องกับแอลกอฮอล์ สะท้อนถึงการคุกคาม สิทธิขั้นพื้นฐานในการมีชีวิตและความปลอดภัย ของประชาชน ซึ่งเป็นหลักการสำคัญตามรัฐธรรมนูญและพันธกรณีด้านสิทธิมนุษยชนที่รัฐไทยต้องคุ้มครอง โดยเฉพาะในกลุ่มเด็ก เยาวชน กลุ่มชาติพันธุ์ และประชาชนที่อยู่ในภาวะเปราะบางด้วยเหตุนี้ เครือข่ายประชาคมงดเหล้าจังหวัดแม่ฮ่องสอนจึงเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งหาเครื่องมือต่างๆ ในการลดความสูญเสีย โดยเฉพาะพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮฮล์ ฉบับที่ 2 พ.ศ.2568 ที่มีผลบังคับใช้เมื่อ 8 พฤศจิกายน แต่ต้องออกกฎหมายลำดับรองต่างๆ เช่น มาตรา 29 (2) เรื่องห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับบุคคลที่มีอาการมึนเมา ซึ่งอธิบดีกรมควบคุมโรคต้องออกหลักเกณฑ์และวิธีการในการตรวจสอบอาการมึนเมา หากมีความชัดเจนและบังคับใช้อย่างจริงจังน่าจะช่วยลดความสูญเสียลงได้

ด้านนายชอแล และนางสาวโบแหมะ พ่อและแม่ของน้องโรซ่า เปิดเผยว่า น้องโรซ่าเป็นบุตรคนสุดท้อง ครอบครัวเรายากจน ชาติพันธุ์กะเหรี่ยงแดง ชาวจังหวัดแม่ฮ่องสอน แต่น้องมีความมุ่งมั่นตั้งใจ และฝันจะเป็นพยาบาลอาชีพที่มีเกียรติ แต่ความสูญเสียครั้งนี้ได้พรากความหวังของครอบครัวไปทั้งหมด และยังกังวลว่า จะไม่ได้รับความยุติธรรมอย่างแท้จริง เพราะพวกเราเป็นเพียงครอบครัวชาติพันธุ์ที่ขาดความรู้ทางกฎหมาย และเกรงว่าคดีจะเงียบหายไป

นอกจากกนี้ภายในเวทีรายงานสถานการณ์อุบัติเหตุทางถนนช่วงควบคุมเข้มข้นเทศกาลปีใหม่ 2569 จังหวัดแม่ฮ่องสอน (30 ธันวาคม 2568 – 5 มกราคม 2569) พบอุบัติเหตุ 77 ครั้ง บาดเจ็บ 87 ราย เสียชีวิต 1 ราย ลดลงจากปี 2568 แต่กว่าร้อยละ 90 ของอุบัติเหตุยังเกี่ยวข้องกับรถจักรยานยนต์ และมากกว่าครึ่งไม่สวมหมวกนิรภัย ขณะที่ยังพบพฤติกรรมดื่มแล้วขับ จำนวนถึง 12 ราย จึงจำเป็นต้องเสริมมาตรการเชิงนโยบายและความร่วมมือจากหน่วยงานสาธารณสุข สถานศึกษา และเครือข่ายชุมชน เพื่อสร้างบรรทัดฐาน “ไม่ดื่ม ไม่ขับ” อย่างเป็นรูปธรรม

เครือข่ายประชาคมงดเหล้าจังหวัดแม่ฮ่องสอนย้ำว่า ทุกชีวิตมีคุณค่าเท่าเทียมกัน และไม่ควรมีใครต้องสูญเสียชีวิต เพื่อแลกกับความหละหลวมของกฎหมายหรือนโยบายของรัฐ พร้อมเรียกร้องให้รัฐดำเนินนโยบายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างรับผิดชอบ เพื่อไม่ให้โศกนาฏกรรมเช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำอีกในสังคมไทย

#ภูมิภาค-05

แชร์ข่าว