ยิ่งทำยิ่งจน ผลผลิตเน่า รายได้หาย “พรรคปวงชนไทย” ผุดนโยบายใหม่ ช่วยเกษตรกร พรรคปวงชนไทยผุดนโยบายที่แตกต่าง “ห้องเย็นชุมชน” เพื่อเกษตรกรทั้งประเทศ โครงการ “เกษตรกรยิ้มได้” (ไม่ใช่แจกเงิน)
วันที่ 19 ม.ค.69 นายวิทยา ติรณะประกิจ รองหัวหน้าพรรคปวงชนไทย และโฆษกพรรคปวงชนไทย กล่าวว่า หลังจาก นายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล หัวหน้าพรรคปวงชนไทยและคณะลงพื้นที่เข้าถึงกลุ่มเกษตรกร พบว่า วันนี้ปัญหาของเกษตรกรไทย ไม่ใช่เพียงปลูกแล้วขายไม่ได้ แต่คือ “โครงสร้างทั้งระบบ” ที่ทำให้พี่น้องเกษตรกรต้องขายของในวันที่ราคาตก ถูกบังคับให้ขายเร็ว เพราะ “ไม่มีที่เก็บ” ไม่มีจุดพักผลผลิต ไม่มีระบบความเย็นที่ได้มาตรฐาน จนเกิดวงจรซ้ำ ๆ คือ ผลผลิตล้นตลาด → ราคาตก → รายได้หาย → หนี้เพิ่ม
ที่หนักกว่านั้นคือการสูญเสียหลังการเก็บเกี่ยว (Post-harvest loss) สูงถึง 25–40% โดยเฉพาะผัก ผลไม้ และเนื้อสัตว์ ซึ่งเท่ากับว่า เกษตรกรทำงานหนักเท่าเดิม แต่รายได้ถูก “หักออก” ก่อนถึงมือประชาชน เพราะประเทศไทยยังขาด “โครงสร้างพื้นฐาน” ที่ช่วยรักษาคุณค่าของผลผลิตอย่างจริงจัง
พรรคปวงชนไทยจึงเสนอ นโยบายห้องเย็นชุมชน เพื่อเปลี่ยนวิธีคิดจาก “แก้ปลายเหตุด้วยการเยียวยา” มาเป็น “แก้ต้นเหตุด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่ทำเงินได้จริง” เพราะ ห้องเย็นไม่ใช่ของแจก แต่คือ “เครื่องมือเพิ่มอำนาจต่อรอง” ให้เกษตรกร
หัวใจของนโยบาย: เก็บได้ก่อน จึงขายได้ดี
ห้องเย็นชุมชน คือโครงสร้างพื้นฐานระดับท้องถิ่น ให้เกษตรกรสามารถเก็บผลผลิตไว้รอช่วงราคาดีส่งต่อเข้าสู่ระบบแปรรูป ลดการจำใจขายแบบถูกกดราคา
เป้าหมายชัด: ไม่ใช่ประชานิยม แต่เป็น “ประชาประโยชน์”
นโยบายนี้ตั้งเป้าผลลัพธ์ที่ตรวจสอบได้ คือ ลดการสูญเสียหลังเก็บเกี่ยวอย่างน้อย 30% เพิ่มรายได้เกษตรกรเฉลี่ยอย่างน้อย 15% ให้ผลผลิตอย่างน้อย 40% ผ่านระบบห้องเย็น การใช้ประโยชน์ห้องเย็นไม่น้อยกว่า 80% ครัวเรือนเกษตรกรได้รับประโยชน์ไม่น้อยกว่า 1.5 ล้านครัวเรือน
นโยบายห้องเย็นชุมชนของพรรคปวงชนไทยนี้ออกแบบ 3 ระดับ ครอบคลุมทั้งประเทศ (ทำได้จริง)
พรรคปวงชนไทยออกแบบการลงทุนเป็นระบบ 3 ชั้น ห้องเย็นขนาดเล็กระดับตำบล (Mini Cold Room) ระดับตำบล 10–20 ตัน (เข้าถึงเกษตรกรรายย่อย) ศูนย์ห้องเย็นชุมชน (Community Cold Hub) ระดับอำเภอ 50–80 ตัน (สหกรณ์/วิสาหกิจชุมชน) และคลังห้องเย็น (Provincial Cold Storage) ระดับจังหวัด 200–400 ตัน (ตลาดกลาง/แปรรูป/ส่งออก)
นโยบายห้องเย็นชุมชนของพรรคปวงชนไทย รวมเป้าหมาย 3,877 ห้องเย็น ครอบคลุมพื้นที่เกษตรหลักทั่วประเทศ นี่คือการลงทุน ไม่ใช่การใช้เงินทิ้งงบประมาณรวม 5 ปี 16,294 ล้านบาท เน้นร่วมทุนหลายทาง งบกลางรัฐบาล งบจังหวัด เงินสมทบเอกชนแบบ PPP และสหกรณ์และวิสาหกิจชุมชน
บริหารแบบโปร่งใส ใช้ระบบเทคโนโลยีตรวจสอบที่ทันสมัยมีระบบอินเทอร์เน็ตในสรรพสิ่ง (IoT) ตรวจอุณหภูมิเรียลไทม์และระบบคิวอาร์โค้ดติดตามสินค้า (QR Tracking) เชื่อมฐานข้อมูลรายงานสาธารณะประจำปี ตรวจสอบโดยสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน
สิ่งที่เกษตรกร “ได้จริง”
ขายช้าลงได้เมื่อจำเป็น → ต่อรองราคาเพิ่มได้จริง
ลดการเทขาย → ราคาตลาดไม่พังเป็นโดมิโน
มีงานในท้องถิ่นเพิ่ม → มากกว่า 30,000 ตำแหน่ง
รายได้เกษตรกรเพิ่มรวม ≥ 25,000 ล้านบาท/ปี
นี่คือ “ประชาประโยชน์ที่ยั่งยืนกว่า” ประชานิยม
เพราะไม่ใช่แจกครั้งเดียวแล้วจบ
แต่เป็นการสร้าง “โครงสร้างทำเงิน” ให้เกษตรกรไทยมั่งคั่ง มั่นคงอยู่ได้ยาว
https://www.facebook.com/share/p/1bPMJK5EJ9/?mibextid=wwXIfr








