พ่อค้าแม่ค้าที่ตลาดสดค้าปลีกเทศบาลนครบุรีรัมย์ ไม่ว่าจะเป็นแม่ค้าขายน้ำพริกปลาทู และแผงขายผักสด เริ่มได้รับผลกระทบ หลังราคาพริกสด โดยเฉพาะพริกแดงจินดามีราคาสูงเป็นประวัติการณ์ ถึงกิโลกรัมละ 200 บาท จากเดิมแค่ 50-80 บาท ต้องแบ่งขายถุงละ 10-20 บาท เพื่อความอยู่รอด
วันที่ 16 ม.ค.69 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจราคาอาหาร และราคาพืชผักผลไม้ ในตลาดค้าส่งค้าปลีกเทศบาลนครบุรีรัมย์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นตลาดที่เปิดขายทั้งอาหารสด อาหารแห้ง อาหารปรุงสำเร็จ และพืชผัก ผลไม้นานาชนิด แห่งใหญ่ของตัวเมืองบุรีรัมย์ ซึ่งบรรยากาศการซื้อขายไม่ค่อยคึกคักเท่าที่ควร
โดยพบว่าราคาพริกสด โดยเฉพาะพริกแดงจินดา ยังคงมีราคาพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยบรรดาพ่อค้าแม่ค้าต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า พริกแดงจินดายังคงมีราคาสูง โดยมีราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 200 บาท ซึ่งถือเป็นราคาที่แพงเป็นประวัติการณ์ โดยราคาดังกล่าวทรงตัวมาตั้งแต่ก่อนถึงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2569 จากเดิมที่ก่อนหน้านี้มีราคาเพียงกิโลกรัมละ 50-80 บาทเท่านั้น ซึ่งได้ส่งผลกระทบให้กับทั้งบรรดาพ่อค้าแม่ค้าที่รับซื้อพริกสดมาขายปลีก ที่ต้องลดปริมาณของพริกลดลง และนำมาแบ่งใส่ถุงขายในราคาถุงละ 10-20 บาท เพื่อง่ายต่อการเลือกซื้อของลูกค้า
นอกจากนี้ ยังได้ส่งผลกระทบโดยตรงกับแม่ค้าขายอาหารปรุงสำเร็จ โดยเฉพาะเมนูน้ำพริกปลาทู ที่ต้องแบกรับภาระเพิ่มขึ้น เพราะต้องใช้พริกเป็นวัตถุดิบหลักในการประกอบอาหารจำหน่าย
โดยนางเศียร นะรินรัมย์ แม่ค้าขายน้ำพริก ในตลาดค้าส่งค้าปลีกเทศบาลนครบุรีรัมย์ บอกว่า แต่ก่อนซื้อพริกสดในราคากิโลกรัมละ 50-80 บาทเท่านั้น แต่พอตั้งแต่ช่วงก่อนถึงเทศกาลปีใหม่มาจนถึงปัจจุบันนี้ ราคาพริกสดยังคงมีราคาสูงต่อเนื่อง โดยล่าสุดราคาอยู่ที่ 200 บาทต่อกิโลกรัม
ทำให้ได้รับผลกระทบกับตนเองโดยตรง แต่จำเป็นต้องขายเหมือนเดิมในราคาถุงละ 20 บาท และได้ลดปริมาณพริกสดที่ใช้เป็นส่วนประกอบหลักลงจากเดิม แต่ก็ยอมรับว่าได้รับผลกระทบ ซึ่งมีบางรายมาขอแบ่งซื้อในราคา 10 บาท ก็จำเป็นต้องแบ่งขายให้ จากปกติที่ขายถุงละ 20 บาท เพื่อให้ลูกค้าได้บริโภคน้ำพริก เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ล้วนเป็นผู้มีรายได้น้อย
ด้าน นางเย็น นะรารัมย์ เจ้าของแผงเย็นของชำ ซึ่งเปิดแผงขายทั้งผักสดและอาหารแห้ง ในตลาดค้าปลีก เทศบาลนครบุรีรัมย์ กล่าวยอมรับว่า พริกสดจากเดิมที่ราคากิโลกรัมละ 50-70 บาท ขยับราคาสูงขึ้นมาเป็น 180-200 บาท ซึ่งราคาดังกล่าวขึ้นมาตั้งแต่ช่วงก่อนจะถึงเทศกาลวันปีใหม่ ดังนั้น เพื่อปรับตัวให้สามารถขายของได้ตามปกติ จึงได้นำมาแบ่งขายเป็นถุงๆละ 10-20 บาท เพื่อให้ง่ายและสะดวกต่อการค้าขาย อีกทั้งจำนวนลูกค้าก็ลดลงอีกด้วย จากที่เคยซื้อครั้งละครึ่งหรือ 1 กิโลกรัม ก็ลดเหลือครั้ง 1-2 ขีด หรือซื้อใช้ครั้งละ 10-20 บาท
ทั้งนี้ นอกจากพริกสดที่มีราคาสูงขึ้นแล้ว ถั่วฝักยาวก็ปรับราคาสูงขึ้นด้วย เป็นราคากิโลกรัมละ 70 บาท จากเดิมเพียงกิโลกรัมละ 30-35 บาท ซึ่งตนก็ต้องแบ่งขายเป็นกำๆละ 4 ฝัก ในราคา 10 บาท
ส่วนนางสุนันท์ วารัมย์ แม่ค้าขายผักอีกราย บอกว่า ที่ร้านของตนแบ่งขาย 5 บาท 10 บาท 20 บามท ก็ขายแล้วแต่ความต้องการของลูกค้า ซึ่งตั้งแต่พริกสดมีราคาแพงต่อเนื่อง ทำให้ลูกค้าลดลงอย่างเห็นได้ชัด ในขณะที่ลูกค้าบางรายก็หันมาใช้พริกผงหรือพริกแห้ง มาเป้นวัตถุดิบหลักในการประกอบอาหารแทนการใช้พริกสด รวมถึงถั่วฝักยาวก็มีราคาสูงขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน
#ภูมิภาค-54








