สนามเลือกตั้ง สส.บุรีรัมย์ 10 เขต ร้อนระอุ จับตา 4 เขตแข่งขันดุ หลายพรรคท้าชนภูมิใจไทย ฐานอำนาจตระกูลชิดชอบ
วันที่ 14 ม.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สนามการเมืองระดับชาติของ จ.บุรีรัมย์ โดยเฉพาะการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ทั้งหมด 10 เขต มี สส.ได้จำนวน 10 คน ใน 23 อำเภอ ถูกจับตามองเป็นพิเศษ หลังจากทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้เปิดรับสมัครการเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ทั้ง 10 เขตเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 27-31 ธ.ค.68 ที่ผ่านมา ทำให้อุณหภูมิการเมืองระดับชาติ ที่ดูคงที่ กลับสูงขึ้นมาอีกครั้ง
โดยมีผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ทั้ง 10 เขต รวมทั้งสิ้น 88 คน จาก 11 พรรคการเมือง ในจำนวนนี้มีพรรคการเมืองที่ส่งลงสมัครครบทั้ง 10 เขต จำนวน 6 พรรคการเมือง ได้แก่ พรรคกล้าธรรม, พรรคประชาชน, พรรคประชาธิปัตย์, พรรคเพื่อไทย, พรรคภูมิใจไทย และพรรครวมไทยสร้างชาติ
พรรคที่ส่งผู้สมัคร สส.บุรีรัมย์ 9 เขต มี 2 พรรคการเมือง ได้แก่ พรรคประชากรไทย และพรรคเศรษฐกิจ ส่วนพรรคที่ส่งผู้สมัคร สส.บุรีรัมย์ 7 เขต มี 1 พรรคการเมือง ได้แก่ พรรคปวงชนไทย ขณะพรรคที่ส่งผู้สมัคร สส.บุรีรัมย์ 2 เขต มี 1 พรรคการเมือง ได้แก่ พรรคไทยสร้างไทย และ พรรคที่ส่งผู้สมัคร สส.บุรีรัมย์ 1 เขต มี 1 พรรคการเมือง ได้แก่ พรรคประชาธิปไตยใหม่
โดยผู้สมัคร สส.บุรีรัมย์ ทั้ง 10 เขตเลือกตั้ง มาจากหลากหลายสาขาอาชีพ ทั้งนักการเมืองระดับชาติ อดีตรัฐมนตรี อดี สส. นักการเมืองท้องถิ่น อดีต สจ. ข้าราชการบำนาญ นักธุรกิจ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำชุมชน เกษตรกร รวมถึงชาวบ้านทั่วไป โดยมีนักการเมืองจาก พรรคภูมิใจไทย เป็นตัวยืน ขณะที่บรรดาผู้สมัคร สส.จากพรรคการเมืองอื่น อย่างพรรคเพื่อไทย พรรคประชาชน และพรรคกล้าธรรม ต่างก็เป็นคู่แข่งคนสำคัญเช่นเดียวกัน ทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้ มีการแข่งขันเข้มข้นในหลายพื้นที่ ซึ่งมีพื้นที่เป็นที่น่าจับตามองว่าจะมีการแข่งขันเข้มข้น 4 เขตเลือกตั้ง ด้วยกัน
โดยเริ่มกันที่ เขตเลือกตั้งที่ 2 ซึ่งมีผู้สมัคร 9 คน เขตนี้ พรรคภูมิใจไทย เป็นผู้สมัครหน้าใหม่ ส่ง นางสาวณัฐธิดา เล็กอุดากร หรือ “น้องพลอย” บุตรสาวของ นายภูษิต เล็กอุดากร นายก อบจ.บุรีรัมย์ หลานชาย ของนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ยูไนเต็ด ลงแทน นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่ขยับไปลงบัญชีรายชื่อ หรือ ปาร์ตี้ลิส ซึ่ง นางสาวณัฐธิดา อายุ 25 ปี ดีกรีก็ไม่ธรรมดา เรียนจบปริญญาโท จากประเทศอังกฤษ ก่อนจะมาช่วยงานการเมืองของนายก อบจ.บุรีรัมย์ ผู้เป็นพ่อ อยู่ระยะหนึ่ง จึงตัดสินใจลงสมัคร สส.ครั้งนี้
ซึ่ง นางสาวณัฐธิดา แม้จะลงสนามการเมืองระดับชาติเป็นครั้งแรก แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมา นางสาวณัฐธิดา ก็ขยันลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชน ตามงานต่างๆ ที่มีฐานคะแนนจากนักการเมืองท้องถิ่นในพื้นที่ จึงถูกยกให้เป็นตัวยืนในเขตนี้ ส่วนคู่แข่ง ก็ไม่ธรรมดา นายวิทธิลักษณ์ จันทร์ธนสมบัติ จากพรรคประชาชน คราวที่แล้วลงในนามพรรคก้าวไกล มาเป็นอันดับสอง ได้ 16,740 คะแนน มีกระแสตอบรับที่ดี จากกลุ่มคนรุ่นใหม่
อีกทั้งเขตนี้ยังมี พรรคเพื่อไทย ส่ง นายปรัญชญา ตรีกาญจนา คราวที่แล้วมาเป็นอันดับสาม ได้ 10,813 คะแนน ขยันลงพื้นที่ แต่ก็ยังห่างไกลนัก ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ ส่ง นายสัญชัย ทะนานทอง แม้ว่าฐานเสียง จะสู้ นางสาวณัฐธิดา ไม่ได้ แต่จะสร้างสีสันการแข่งขันให้คึกคักมากยิ่งขึ้น เขตนี้จึงยกให้ นางสาวณัฐธิดา เป็นตัวยืน โดยมี นายวิทธิลักษณ์, นายปรัญชญา และ นายสัญชัย เป็นตัวสอดแทรก
ไปดูต่อที่สนามเข้มข้น เขตเลือกตั้งที่ 4 มีผู้สมัคร 7 คน เขตนี้แชมป์เก่า คือ นายรังสิกร ทิมาตฤกะ อดีต สส.บุรีรัมย์ หลายสมัย พรรคภูมิใจไทย มาคราวนี้ไม่ลง สส.เขต แต่ขยับไปลงบัญชีรายชื่อ หรือปาร์ตี้ลิสแทน พรรคภูมิใจไทย จึงส่ง นายชนกันต์ ทิมาตฤกะ อายุ 29 ปี บุตรชาย นายรังสิกร ทิมาตฤกะ ลงสมัคร สส.เขตนี้แทน ถือว่าเป็นนักการเมืองหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรง โดยได้ลงพื้นที่ติดตามผู้เป็นพ่อทำงานการเมืองมาอย่างต่อเนื่อง การเลือกตั้งครั้งนี้ จึงเป็นที่คาดหมายว่า นายชนกันต์ จะคว้าเก้าอี้ สส.สมัยแรก เพราะมีกลุ่มการเมืองท้องถิ่นในพื้นที่ให้การสนับสนุน มีฐานคะแนนเสียงของผู้เป็นพ่อเกือบเต็มพื้นที่ อีกทั้งยังขยันลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชน และได้ใจคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ โดยคู่แข่งคนสำคัญ เป็นพรรคประชาชน ส่ง นายวรพจน์ วิบูลย์วิริยะสกุล อดีตรองนายกเทศมนตรีตำบลสตึก ซึ่งมีกระแสตอบรับที่ดี ต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นในพื้นที่ ส่วนพรรคเพื่อไทย ส่ง นายพรรษศรณ์ สาครเสถียร
อีกทั้งเขตนี้ยังมี พรรครวมไทยสร้างชาติ ส่ง นายกฤษฎา ชูตาลัด ลงชิงเก้าอี้ด้วย รวมทั้ง นายสมชาย สุเรรัมย์ พรรคเศรษฐกิจ ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ ส่ง นายธีรวุฒิ ทับทิมหิน และ พรรคกล้าธรรม นางสาวรุ่งฤดี จะโชนรัมย์ แม้ว่าฐานเสียงจะสู้ นายชนกันต์ และ นายวรพจน์ ไม่ได้ แต่จะสร้างสีสันการแข่งขันในเขตนี้ให้คึกคักมากยิ่งขึ้น
ส่วนที่ เขตเลือกตั้งที่ 7 มีผู้สมัคร 9 คน เขตนี้มี นายพรชัย ศรีสุริยันโยธิน อดีต ส.ส.บุรีรัมย์ หลายสมัย จากพรรคภูมิใจไทย เป็นแชมป์เก่า คราวที่แล้วได้คะแนน 28,685 คะแนน ลงพื้นที่หาเสียงมาอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ต้องพบศึกหนักพอสมควร เมื่อทางพรรคเพื่อไทย ส่งนายพรรณธนู วรรณกางซ้าย ลูกชาย ดร.หนูแดง วรรณกางซ้าย อดีต ส.ส.บุรีรัมย์ หลายสมัย คราวที่แล้วมาเป็นอันดับสอง ได้ 28,470 คะแนน ห่างกันเพียง 215 คะแนน ที่อาศัยฐานเสียงจากกลุ่มวัยรุ่นหนุ่มสาวและฐานเสียงเดิมของผู้เป็นพ่อ หวังล้มยักษ์ สนามนี้ ขณะที่พรรคประชาชน ส่งนายณัฏฐชัย สวัสดี ส่วนพรรคกล้าธรรม ส่ง นายวุฒิชัย สุขพรรณดอน และพรรครวมไทยสร้างชาติ ส่ง นายคำก่าย กองพร ลงชิงชัยเขตนี้ด้วย
วัดกันปอนด์ต่อปอนด์ หากใครจะเข้าป้ายคงต้องทำการเมืองอย่างหนัก แต่ฐานนิยมส่วนตัวของนายพรชัย ยังมีอยู่เกือบเต็มพื้นที่ ขณะที่นายพรรณธนู ก็ประมาทไม่ได้ เขตนี้โอกาส นายพรชัย จะคว้าเก้าอี้ไปครองก็เป็นไปได้สูง หากไม่แผ่วปลาย ส่วนผู้สมัครคนอื่นคอยสอดแทรก
และไปที่ เขตเลือกตั้งที่ 8 มีผู้สมัคร 10 คน ซึ่งเขตนี้มีนายไตรเทพ งามกมล อดีต ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย แชมป์เก่า เป็นตัวยืน คราวที่แล้วได้คะแนน 34,429 คะแนน มีฐานเสียงเหนียวแน่นในเขตเทศบาลเมืองนางรอง อ.นางรอง ส่วนคู่แข่ง พรรคเพื่อไทย ส่ง นายวินัย จีนโน คราวที่แล้วสวมเสื้อพรรคก้าวไกล มาเป็นอันดับสอง ได้ 23,148 คะแนน ขณะที่ พรรคกล้าธรรม ส่งนายสุรศักดิ์ เพชรสว่าง หรือ สจ.ปุ๊ก อดีต สมาชิกสภา อบจ.บุรีรัมย์ คราวที่แล้วสวมเสื้อพรรคเพื่อไทย มาเป็นอันดับสาม ได้ 16,600 คะแนน ที่ขยันลงพื้นที่พบปะพี่น้องมาอย่างต่อเนื่อง และอาศัยฐานเสียงจาก นายโสภณ เพชรสว่าง อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 และ อดีต สส.บุรีรัมย์
นอกจากนี้ ยังมี นายเพชร สุพพัตกุล ข้าราชการบำนาญ อดีตนายอำเภอ จากพรรคประชาชน คอยเป็นก้างขวางคออยู่ ส่วนพรรครวมไทยสร้างชาติ ส่ง นายธนาศักดิ์ เฉลิมสิทธิวงศา ลงชิงชัยด้วย เขตนี้ยกให้ นายไตรเทพ แชมป์เก่า มีฐานเสียงเหนียวแน่นในเขตเทศบาลเมืองนางรอง แต่คู่แข่งอย่าง นายวินัย และ นายสุรศักดิ์ ก็ประมาทไม่ได้ ส่วนผู้สมัครคนอื่นคอยสอดแทรก
สำหรับการหาเสียงของผู้สมัคร สส.แต่ละคน เริ่มคึกคัก ทั้ง 10 เขตเลือกตั้ง ใน 23 อำเภอ ของ จ.บุรีรัมย์ พบว่าส่วนมากจะใช้วิธีการแนะนำตัวผ่านโซเชียล และจัดทีมงานออกไปติดโปสเตอร์หาเสียงตามที่ต่างๆ และมีรถโฆษณาหาเสียงตระเวนไปทั่วในเขตเลือกตั้งตลอดทั้งวัน ซึ่งยอมรับว่ามีการจัดตั้งทีมงานที่ไว้ใจได้ นอกจากนี้ ยังมีการจัดเวทีปราศรัย และลงพื้นที่ออกพบปะตามหมู่บ้าน ชุมชนเพื่อขอคะแนนเสียงอีกด้วย
ทั้งนี้ จากการประเมินสถานการณ์โดยภาพรวม กับการเลือกตั้ง ส.ส.บุรีรัมย์ ทั้ง 10 เขตเลือกตั้ง วัดผลต่างได้เสีย ทั้งจากฐานคะแนนนิยมส่วนตัว และพรรคการเมืองแล้ว โอกาสของพรรคภูมิใจไทย ที่จะคว้าเก้าอี้ ส.ส.บุรีรัมย์ ทั้ง 10 ที่นั่ง น่าจะลอยลำเข้าป้ายชัวร์ เพราะพรรคการเมืองคู่แข่งในพื้นที่ ที่หวังเจาะฐานที่มั่น “ตระกูลชิดชอบ” ให้สั่นคลอน นั้น เป็นไปได้ยาก ลำบากมาก
ศึกเลือกตั้ง ในครั้งนี้ เชื่อได้เลยว่า “อนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย จะสามรถกวาด ส.ส.บุรีรัมย์ได้ ทั้ง 10 เขต อย่างแน่นอน ส่วนพรรคการเมืองอื่น ไม่สามารถเจาะค่ายกลอำนาจเก่าของ “ตระกูล ชิดชอบ” ได้
#ภูมิภาค-54








