วันที่ 6 พ.ย.68 พล.อ.อมฤต บุญสุยา ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก พร้อมคณะ เดินทางลงพื้นที่ กองทัพภาคที่ 2 ระหว่างวันที่ 5-7 พฤศจิกายน 2568 เพื่อเยี่ยมเยียนและให้กำลังใจแก่กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา พร้อมรับฟังข้อมูลการปฏิบัติงานในส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การสนับสนุนด้านต่าง ๆ เป็นไปอย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับภารกิจของกองทัพบก
โดย พล.อ.อมฤต ได้เข้าเยี่ยมครอบครัวของพลทหารธีรยุทธ กระจ่างทอง ที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ที่จังหวัดศรีเกษเมื่อวันที่ 28 ก.ค.68 ซึ่งการเสียชีวิตของพลทหารธีรยุทธ เป็นเคสหนึ่งที่สังคมให้ความสนใจเป็นพิเศษ
หลังจากมีการนำเสนอภูมิหลังของครอบครัวกระจ่างทอง ซึ่งมีนายกิมแดง กระจ่างทอง อายุ 60 ปี และนางติน กระจ่างทอง อายุ 61 ปี พ่อและแม่เป็นหัวหน้าครอบครัวมีชีวิตอยู่ด้วยความลำบาก อาศัยอยู่บนที่ดินหลวง(ทบ.5)ไม่มีน้ำประปา ไม่มีไฟฟ้าใช้ ต้องปลูกกระท่อมหลังเล็กอาศัยอยู่คนละมุมกับครอบครัวบนที่ดินผืนดังกล่าว
โดยพลทหาธีรยุทธ ได้พยายามเก็บออมเพื่อต้องการสร้างบ้านใหม่ให้พ่อแม่ และเพิ่งสร้างขึ้นเป็นรูปบ้านมีเสาบ้านและหลังคา แต่ต้องมาเสียชีวิตจากการปะทะก่อน นั่นคือจุดที่มีกระแสการบริจาคเงินให้มาช่วยสร้างบ้านหลังใหม่ให้พลทหารธีรยุทธ ในเวลาต่อมา จนกระทั่งพระเจ้าอยู่หัว ได้มอบบ้านพระราชทานเร่งด่วน(บ้านน็อคดาวน์) ส่วนบ้านหลังใหม่ได้มีผู้ใจบุญได้ร่วมสบทบเพื่อต้องการสร้างให้แล้วเสร็จ
พล.อ.อมฤต กล่าวว่า การมาเยี่ยมในครั้งนี้เพื่อต้องการให้เป็นขวัญและกำลังใจให้กับกองกำลัง และหากมีการร้องขอเรื่องอะไรขึ้นไปกองทัพบกก็พร้อมจะพิจารณาแนวทางการช่วยเหลือต่อไป
นางติน กระจ่างทอง อายุ 60 ปี บ้านเลขที่289 ม.20 ต.ตาจง อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ แม่พลทหารธีรยุทธ กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่มีผู้ใหญ่ยังมาให้ความสนใจและไม่ลืมพลทหารเล็กๆที่เสียชีวิตไปแล้ว ส่วนหนึ่งก็อยากให้ทหารไทยรีบทำอะไรสักอย่างเพื่อได้ดินแดนกลับคืนมา
ขณะที่ น.ส.หอมจันทร์ กระจ่างทอง อายุ 27 ปี พี่สาวพลทหารธีรยุทธ ซึ่งเป็นหนึ่งสามของพี่น้องทั้งหมดในครอบครัว ที่กองทัพบกให้เข้ารับราชการเป็นทหารสังกัดมณฑลทหารบกที่ 26 บุรีรัมย์ กล่าวว่าตอนนี้ชีวิตความเป็นอยู่ของครอบครัวไม่ลำบากแล้ว เพราะมีคนเข้ามาช่วยเหลือเป็นจำนวนมาก เรียกได้ว่าเปลี่ยนแปลงราวฟ้ากับเหว ตอนนี้ตนได้รับราชการแล้วก็จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดเหมือนน้องชาย สิ่งที่เสียใจอีกมุมหนึ่งคือทหารไทยเสียเลือดเสียเนื้อไปไม่น้อย รวมถึงพลเรือนของคนไทยก็สูญเสียไปเป็นจำนวนมาก อยากให้ทุกอย่างกลับมาเหมือนเดิม
#ภูมิภาค-55








