พสกนิกรกาฬสินธุ์น้อมรำลึก "เก้าอี้ทรงประทับ" ของ "พระพันปีหลวง" อายุ 43 ปี ระหว่างทรงเสด็จเยี่ยมพสกนิกรชาวผู้ไทยบ้านโพน อ.คำม่วง จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ส่งเสริมผ้าไหมแพรวา
วันที่ 27 ต.ค.68 เก้าอี้นักเรียนตัวเล็ก ที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน ถึงสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่พระองค์ได้ทรงประทับ ถูกเก็บไว้เป็นอย่างดียาวนานกว่า 43 ปี ได้ถูกเก็บไว้ในบ้านของ นางคำใหม่โยคะสิงห์ อดีตพระสหายของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระบรมฉายาลักษณ์ที่ถูกถ่ายเก็บไว้ได้นำตั้งโชว์และสักการะบูชา เป็นเครื่องหมายที่แสดงว่าครั้งหนึ่งในปี 2525 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้ทรงเสด็จมายังบ้านหลังนี้และทรงฉายพระรูปร่วมกับพสกนิกรกลุ่มสตรีชาวผู้ไทยบ้านโพน ที่ทอผ้าไหมแพรวา “ราชินีแห่งไหมของพระองค์”
นางกรรณิการ์ โยคะสิงห์ อายุ 56 ปี ชาวบ้านบ้านโพน ต.โพน อ.คำม่วง จ.กาฬสินธุ์ บุตรคนที่ 2 ใน 7 คน ของแม่คำใหม่ โยคะสิงห์ พระสหายของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เปิดเผยว่า แม่ของตนเป็นหนึ่งในผู้ทอผ้าไหมแพรวาขึ้นถวาย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ต่อเนื่องจากในปี 2522 ได้มีการจัดตั้งศูนย์ศิลปาชีพผ้าไหมแพรวาบ้านโพน เมื่อกลางปี 2525 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้เสด็จเยี่ยมราษฎรชาวบ้านโพนพระองค์ได้บอกนายทหารองครักษ์ว่าจะไปเยี่ยมบ้านเพื่อนก็หมายถึงแม่ของตน ซึ่งก็ได้เข้ามาที่บ้านหลังนี้ ระหว่างนั้นเนื่องจากในอดีตไม่มีเก้าอี้ จึงได้ไปยืมเก้าอี้จากโรงเรียนและได้นำเก้าอี้ดังกล่าวมาถวายให้พระองค์ทรงประทับ โดยมีหลักฐานคือ พระบรมฉายาลักษณ์ที่ได้บันทึกเอาไว้เป็น ถ่ายรูปเอาไว้บริเวณใต้ต้นมะขามซึ่งอยู่ด้านหน้าของบ้าน
“เก้าอี้ตัวนี้ได้ถูกเก็บรักษาไว้ตั้งแต่ที่พระองค์ทรงมาประทับจึงมีอายุราว 43 ปี โดยได้นำขึ้นคลุมผ้าและบูชาไว้ภายในบ้าน แต่หลังจากที่พระองค์ทรงเสด็จสู่สวรรคาลัย จึงได้นำเก้าอี้ตัวนี้ออกมาแสดงให้กับพสกนิกรที่ต้องการตามรอยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง”
นางกรรณิการ์ กล่าวต่อว่า เก้าอี้ทรงประทับจึงเป็นสิ่งที่ครอบครัวโยคะสิงห์ ปราบปลื้มปิติ หาที่สุดมิได้ เป็นเครื่องเตือนใจและเป็นที่เคารพศรัทธาว่าพระองค์ท่านได้มาพัฒนาส่งเสริมผ้าไหมแพรวา ของชาวไทยบ้านโพน จนได้มีการพัฒนาเป็นศูนย์ศิลปาชีพได้รับการส่งเสริมกลายเป็นสินค้าชั้นนำเป็นราชินีแห่งผ้าไหมไทย ที่พสกนิกรชาวบ้านโพนจะร่วมกันรักษางานหัตถกรรมทอมือผ้าไหมวิจิตรแพรวา ให้พัฒนาและคงอยู่สืบไป
#ภูมิภาค-47








